สมช.คงมาตรการเดิมการทหาร-ปิดด่านชายแดนกัมพูชา พิจารณาเพิ่มนิยามหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อมเครียดฆ่าตัวตาย สั่ง มท.ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2 พันครัวเรือน ตั้ง ‘บิ๊กอั๋น’ นั่งหัวหน้าคณะพูดคุย
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงเพิ่มเติมผลการประชุม สมช. ว่าในการประชุมวันนี้มีเรื่องสำคัญ คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในหลักการได้เห็นชอบมาตรการต่อเนื่องจากมติสภาความมั่นคงแห่งชาติเดิมที่เคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านการทหาร มาตรการด้านชายแดน การเปิดปิดจุดผ่านแดน การคุมคน-สินค้าที่ยังคงดำเนินการอยู่ และเรื่องของการสื่อสารจะพยายามสร้างเอกภาพ
ขณะที่ด้านการต่างประเทศยังคงใช้การทูตเชิงรุก ที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วนประเด็นเพิ่มเติมเรื่องของมาตรการเยียวยา จะทำให้ครอบคลุมกลุ่มที่อาจตกหล่นไป โดยจะมีอีกลักษณะผู้เสียชีวิตทางอ้อม คือผู้ที่มีความเครียดหรือกดดัน ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สมช.เพิ่มนิยามความหมาย ดูแลกลุ่มคนดังกล่าว
และที่ประชุม สมช.ยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ในการดูแลให้ความช่วยเหลือครัวเรือน ซึ่งมีผู้ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 ครัวเรือน
นายฉัตรชัยยังระบุว่า ที่ประชุม สมช.ได้เห็นชอบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วง 3 ปี 2568-2570 ตามวงรอบที่กฎหมายกำหนด เป็นนโยบายที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะชี้ทิศทางด้านความมั่นคง และการพัฒนา โดยจะมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ 5 ภาษา เผยแพร่ไปทั่วโลก เพื่อจะสะท้อนว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้โดยยึดหลักสันติวิธี
ทั้งมุมมองการพัฒนาด้านความมั่นคง รวมไปถึงกระบวนการพูดคุยที่เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และหลังจากนั้นกฎหมายฉบับนี้มีความพิเศษ ที่กำหนดให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะเป็นขั้นตอนต่อไป
ขณะเดียวกัน ที่ประชุม สมช.ยังเห็นชอบแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้คนใหม่ คือ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงอยู่แล้ว โดยจะมีการฟอร์มทีมงาน และองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อดำเนินการกระบวนการพูดคุยต่อไป
