นักวิชาการ แจง ศาล รธน.วินิจฉัยเกินคำขอกรณีจำเป็นยิ่งยวด ไม่ใช่จำกัดสิทธิประชาชน
รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน
นักวิชาการด้านกฎหมายโพสต์หลังบวรศักดิ์แจงสื่อปมห้ามพิพากษาเกินคำขอใช้กันทั่วไป ใช้ระบบกฎหมายป้องกันการใช้อำนาจตามอำเภอใจ กระทบสิทธิประชาชน บางประเทศแม้ศาลจะวินิจฉัยเกินคำขอกรณีจำเป็นอย่างยิ่งยวด เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน แต่ไม่ใช่จำกัดสิทธิในการมีส่วนร่วมแก้ รธน.ที่เขียนไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตน
ภายหลังศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงต่อสื่อกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ที่รัฐสภาส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรงจากประชาชน จะทำอย่างไรให้ยึดโยงประชาชน นายบวรศักดิ์กล่าวว่ามีหลายทาง ศาลบอกไม่ให้เลือกตั้งโดยตรงก็ใช้เลือกตั้งโดยอ้อม
ส่วนที่มีวิจารณ์ว่าศาลวินิจฉัยเกินคำขอนั้น การห้ามศาลตัดสินเกินคำขอนั้นใช้ในกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นเรื่องบุคคล แต่จะมาใช้ในกฎหมายไม่ได้ เพราะกฎหมายมหาชนคุ้มครองสิทธิสาธารณะ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด
ต่อมา รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีนี้ใจความว่า หลักห้ามพิพากษาเกินคำขอเป็นหลักการพื้นฐานของนิติศาสตร์และนิติรัฐ ใช้กันทั่วไปในระบบกฎหมายซีวิลลอร์ และคอมมอนลอว์ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ซึ่งอันตรายต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ในทำนองเดียวกันกับหลักการพื้นฐานของกฎหมายมหาชนที่ว่า ฝ่ายบริหารจะมีอำนาจก็ต่อเมื่อกฎหมายให้อำนาจอย่างชัดแจ้ง และหลักการของกฎหมายอาญาที่ว่า บุคคลจะไม่รับโทษทางอาญาถ้าไม่บัญญัติความผิดและกำหนดโทษไว้อย่างชัดเจน
ในประเทศที่มีศาลรัฐธรรมนูญอาจมีบางครั้งที่ศาลมีคำวินิจฉัยเกินคำขอโดยไม่มีกฎหมายอนุญาต จนเกิดข้อถกเถียงในหมู่นักกฎหมายของประเทศนั้น แม้ว่าจะเห็นศาลวินิจฉัยเกินคำขอบางกรณีที่เป็นข้อยกเว้น แต่ก็ต้องเป็นกรณีจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่จำกัดสิทธิในการมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ รธน.ที่เขียนไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลไทยแน่ ๆ
ข้อความฉบับเต็ม
หลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ (non ultra petita) เป็นหลักการพื้นฐานของนิติศาสตร์และนิติรัฐ เป็นหลักการสากลที่ใช้กันทั่วไปทั้งในระบบกฎหมายซีวิลลอว์และระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ และใช้กันในทุกสาขากฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเอกชน กฎหมายมหาชน กฎหมายอาญา และกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการนี้มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ในทำนองเดียวกับหลักการพื้นฐานของกฎหมายมหาชนที่ว่า ฝ่ายบริหารจะมีอำนาจก็ต่อเมื่อมีกฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง และหลักการพื้นฐานของกฎหมายอาญาที่ว่าบุคคลจะไม่รับโทษทางอาญา ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้อย่างชัดแจ้ง
ในประเทศที่มีศาลรัฐธรรมนูญบางประเทศ อาจมีบางครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกินคำขอโดยไม่มีกฎหมายอนุญาตให้ทำได้ จนก่อให้เกิดข้อถกเถียงในหมู่นักกฎหมายของประเทศนั้น ๆ แม้ว่าจะมีนักกฎหมายเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจจะวินิจฉัยเกินคำขอในบางกรณีซึ่งเป็นข้อยกเว้น
แต่ก็ต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อจำกัดสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญอย่างที่เขียนไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไทยแน่ ๆ