Skip to content

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกเพื่อไทย เผยจุดแตกหัก ยันไม่มีใครดูดร่วมพรรค

17 ต.ค. 2568 | 12:02น.
สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกเพื่อไทย เผยจุดแตกหัก ยันไม่มีใครดูดร่วมพรรค

สมพงษ์ ส่งคนยื่นหนังสือลาออก พท. เหตุคว้า สส.เขตเมืองหลวงพรรคได้แค่ 2 เขต หลังหนุน “สว.ก้อง” นั่งนายก อบจ. ใช้หาคนลงลำพูน แต่ไม่หยิบชื่อพิจารณา ยันไม่เกี่ยวสายสัมพันธ์ครอบครัว ไม่มีใครดูดไปร่วมพรรค

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ผมได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อด้วย โดยให้ทีมงานนำเอกสารใบลาออกไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว การตัดสินใจนี้ไม่เกี่ยวกับที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน หรือกระแสตก

แต่เหตุผลมาการบริหารจัดการภายในที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 เชื่อ​ว่า สส.ส่วนใหญ่​ก็อึดอัดกับสถานการณ์ในพรรค กับการจัดลำดับความสำคัญที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ผู้บริหารพรรคมองไม่เห็น ทั้งที่การเลือกตั้งทั้งในระดับ สส. หรือท้องถิ่น ก็ฟ้องอยู่ว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก

นายสมพงษ์กล่าวว่า โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ตนมีส่วนในการบริหารจัดการมาโดยตลอด ก่อนจะถูกลดบทบาท กระทั่งไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลย อย่างที่ จ.เชียงใหม่​ที่เลือกตั้งล่าสุดได้มาเพียง 2 เขต ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของพรรค

จุดเปลี่ยนมาจากการที่พรรคสนับสนุนนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดถึง 2 สมัย แต่เมื่อได้ทำงานกลับทำงานแบบไม่เห็นหัวใคร ไม่เคยประสาน สส. หรือผู้สมัคร สส.ของพรรคที่ไม่ใช่พวกตัวเอง มันก็เลยพังอย่างที่เห็น

และจุดแตกหักสุดท้าย กรณีที่พรรคมอบหมายให้เฟ้นหาผู้ที่มีศักยภาพ เพื่อเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส.ที่เขต 1 จ.ลำพูน เมื่อได้คนที่มีความเหมาะสม และเริ่มให้ทำพื้นที่ก็ได้กระแสดี แต่พรรคตัดสินใจเลือกคนอื่นโดยไม่แม้แต่จะนำชื่อคนที่เขาไปชักชวนเข้าไปเป็นตัวเลือกในการพิจารณาด้วยซ้ำ เพราะผู้มากบารมีในพรรคบางคนเข้ามาล้วงลูก สั่งการจะเอาคนนั้นคนนี้ลงโดยไม่ทำโพล เมื่อกระแสพรรคเป็นแบบนี้ การวางตัวผู้สมัคร สส.ย่อมต้องละเอียดมากที่สุด จะทำกันแบบเดิม ๆ ไม่ได้

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า การตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจเพียงลำพัง ไม่ได้หารือหรือแจ้งให้นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคทราบแต่อย่างใด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสายสัมพันธ์ครอบครัว และนายจุลพันธ์ถือว่ามีความอาวุโสทางการเมือง​ และมีแนวทางของตัวเอง ไม่อยากให้มองว่าผมทิ้งพรรคเพื่อไทยในวันที่พรรคตกต่ำ เพราะที่ผ่านมาทุ่มเทเต็มที่ให้กับพรรค และกับครอบครัวชินวัตรมาโดยตลอด​ ยอมรับว่าใจหาย​เเละเสียใจอย่างยิ่ง เพราะได้ร่วมบุกเบิกมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย

สุดท้ายนี้ผมขอกราบขอบพระคุณนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์​ รวมถึง น.ส.​ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร​ อดีตนายกฯ ตลอดจนผู้ร่วมอุดมการณ์​ของพรรคเพื่อไทย และขอส่งกำลังและความปรารถนาดีไปยังทุกท่าน​ที่ร่วมเดินทางกันมา​

เมื่อถามถึงอนาคตทางการเมือง นายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวอายุ 84 ปีแล้ว ในความเป็นจริงก็คิดที่จะพักผ่อน ปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีหลาย ๆ เรื่องที่ยังคั่งค้าง อยากผลักดันให้คนเชียงใหม่และคนไทยทั้งประเทศก่อนที่จะวางมือทางการเมือง หากมีใครเห็นความสำคัญ เห็นความรู้ประสบการณ์ที่มีของตน ที่อาจไปช่วยเสริมในบางมิติให้นักการเมืองรุ่นลูกรุ่นหลานในลักษณะที่ปรึกษาก็พร้อม​และยินดี แต่ยืนยันว่าไม่ได้ถูกพรรคไหนดูด เพราะแม้จะมีคนรู้จักและสนิทสนมคุ้นเคยกับหลายพรรคการเมือง แต่คงไม่มีพรรคไหนกล้ามาดูดแน่นอน