คอลัมน์ : Politics policy people forum
เกมแก้รัฐธรรมนูญ ในยุครัฐบาลภูมิใจไทย ตามข้อตกลง MOA ที่ทำไว้กับพรรคประชาชน เพื่อแก้ไขมาตรา 256 เปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
เพียงยกแรก ขั้นรับหลักการ ก็เกิดการประลองกำลังอย่างดุเดือด
ชอตแรก ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับพรรคเพื่อไทยถูกคว่ำ เมื่อได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่ถึง 1 ใน 3 คือ 66 เสียง ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยร่างของพรรคเพื่อไทย รับหลักการ 521 เสียง แม้เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา แต่มี สว.รับหลักการ 60 เสียง
ส่วนร่างของพรรคประชาชน มีคะแนนรับหลักการ 568 เสียง ไม่รับหลักการ 10 เสียง งดออกเสียง 74 คน และมี สว.ลงคะแนนทั้งหมด 108 เสียง ถือว่าเกิน 1 ใน 3
เช่นเดียวกับ ร่างของพรรคภูมิใจไทย รับหลักการ 629 เสียง ถือว่าคะแนนเกินกึ่งหนึ่ง ในจำนวนนี้มี สว. 167 เสียง ถือว่าเกิน 1 ใน 3
อินไซด์เกมโหวตรัฐธรรมนูญ
พรรคเพื่อไทย อ่านเกมออกตั้งแต่สมรภูมิยังไม่เปิดฉาก ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทย มีโอกาสสูงที่จะ “ถูกคว่ำ” มือเก๋าในสภา จึงมีการเตรียมแผนรับมือไว้อย่างรัดกุม หากไม่ถูกคว่ำก็ปล่อยไปตามกระบวนการ แต่หากถูกคว่ำ ก็จะเทเสียงไปให้พรรคประชาชน ใช้เป็นร่างหลัก แล้ว Scenario ที่ตั้งไว้ก็เกิดขึ้นจริง
เมื่อร่างพรรคเพื่อไทยถูกคว่ำ แล้วถึงคราวที่ต้องโหวตว่าจะใช้ร่างของพรรคประชาชน หรือร่างของพรรคภูมิใจไทย เป็นร่างหลัก “อดิศร เพียงเกษ” สส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นสนับสนุน ให้ใช้ร่างของพรรคประชาชนทันที
จนทำให้ต้องมีขอมติจากที่ประชุม และสุดท้ายต้องลงคะแนนด้วยการ “ขานชื่อ” ที่สุดแล้วที่ประชุมโหวตให้ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลักด้วยเสียง 300 ต่อ 287 เสียง
ในขณะเดียวกัน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ 43 คน จะเป็นการประลองกำลังยกที่สอง เนื่องจากทั้งกรรมาธิการของพรรคซีกรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 4 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรคพลังประชารัฐ 1 คน บวก สว.สีน้ำเงิน 10 คน รวมเป็น 19 คน
กรรมาธิการซีกฝ่ายค้าน ที่ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 9 คน พรรคประชาชน 9 คน พรรคประชาชาติ 1 คน พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน สว.อิสระ 2 คน รวม 24 คน มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน
ดังนั้น การแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ จึงเข้มข้น ขาด-ลา-มาสาย อาจส่งผลกระทบให้เกมพลิกไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ตลอด
แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยรู้อยู่แล้วว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทย ไม่น่าจะผ่าน จึงต้องเตรียมแผนเทเสียงให้กับพรรคประชาชน เพื่อให้พรรคประชาชนขี่คอพรรคภูมิใจไทย ที่สำคัญ ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ไม่มีทีท่าอยากแก้รัฐธรรมนูญมาก่อน
เชื่อว่าสุดท้ายแล้วอาจมีแนวโน้มที่จะไม่ผ่านวาระ 3 ด้วยซ้ำ หรือ สว.อาจจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าขัดรัฐธรรนูญ นำมาสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ส้ม+แดง สู้ น้ำเงิน+สว.
“ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการ iLaw 2 มองว่า ปรากฏการณ์ในสภาที่เกิดขึ้น เป็นการประลองกำลัง เหมือนกับประกาศตัวว่าเกลียดกัน (ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย) รับหรือไม่รับร่างของพรรคเพื่อไทยไปไม่เสียหาย เพราะเพื่อไทยได้ที่นั่งในกรรมาธิการ 9 ที่เท่าเดิม การไม่รับประกาศตัวว่าไม่ชอบกัน
ในทางกฎหมาย ร่างไหนหลักก็เสียหายไม่มาก เพราะในวาระ 2 เปลี่ยนแปลงได้ทุกเรื่อง ในกรรมาธิการวาระ 2 เสียงจะสูสี เช่น ถ้าแดงช่วยส้ม โหวตกันทุกเรื่อง จะสูสีแบบนี้ทุกครั้ง ใครป่วย ใครขาด ใครลา แพ้ได้ตลอด ดังนั้น ไม่ว่าโหวตรับร่างไหนแต่ต่างกันไม่มาก โอกาสที่ ส.ส.ร.เลือกตั้งไม่ได้ปิด 100%
เหมือนเป็นการวัดกำลังทางการเมือง เสียงใกล้ ๆ กัน น้ำเงิน+สว. และ แดง+ส้ม เสียงใกล้ ๆ กันอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยแข่งกันจะจะเสียทีว่าเสียงอยู่ข้างไหน ตัดกันแค่หลักหน่วย จะได้กระจ่างตั้งแต่วันนี้ว่าเสียงอยู่ฝั่งไหนซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ แดง+ส้ม น่าจะคัดง้างกับสีน้ำเงิน
“เพราะสีแดงต้องการ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง เพราะถ้า ส.ส.ร.ไม่เลือกตั้งเลย เขาก็ไม่รู้ว่าคนของเขาเป็น ส.ส.ร.ได้อย่างไร ดังนั้น สีแดงก็ต้องดันให้มี ส.ส.ร.เลือกตั้งบ้าง” ยิ่งชีพ กล่าว
เกมแก้รัฐธรรมนูญเพิ่งยกแรก ทว่ามีเสียงกระซิบจากผู้มีอำนาจในทำเนียบรัฐบาล ให้จับตาดู โมเดลที่มาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคประชาชน
ที่ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ก่อนจะให้สมาชิกรัฐสภาเลือกมาเป็นกรรมาธิการ 35 คน
อาจมีปัญหาในท้ายที่สุด…