ธรรมนัสไม่รู้เรื่องโควตาสลาก ชี้ ‘5 เสือ’ อวสานตั้งแต่ยุค คสช. ยันสมาชิกกล้าธรรมของจริงตรวจสอบได้ ไม่เหมือนบางพรรคของปลอม ลั่นชีวิตผ่านอะไรมาเยอะ แค่นี้ถือว่าเบา
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องโควตาสลาก ซึ่งมีการเชื่อมโยงมาถึงตนว่า 5 เสือกองสลากถูกทำลายหมดตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อปี 2557 ไม่เหลือแล้ว เป็นอวสานแห่งอาชีพการขายสลาก หลังจากนั้นได้ทำเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบซื้อมาขายไป ดังนั้น ตนไม่ทราบเรื่องโควตาสลากหลังจากนี้ ไม่สามารถให้ข้อมูลได้
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่าสมาชิกพรรคกล้าธรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ร.อ.ธรรมนัสระบุว่าสมาชิกกล้าธรรมเป็นของจริงและตรวจสอบได้ แต่ในทางตรงกันข้ามพรรคการเมืองบางพรรค ก็อย่างที่สื่อมวลชนเห็น มันเป็นของปลอม แต่พรรคกล้าธรรมชัดเจนตรวจสอบได้
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า เมื่อถามว่าทำไมสมาชิกพรรคกล้าธรรมถึงขึ้นมาอยู่อันดับที่หนึ่ง ก็เพราะเราทำงาน เราอยู่กับพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ก็มีประชาชนจากภาคใต้มารอพบ และจะนำรายชื่อสมาชิกพรรคมาให้ ซึ่งเราก็ไม่ได้เตรียมการอะไร โดยเมื่อวานนี้ (3 พ.ย.) ผมได้มีการประชุมกับกลุ่มพีมูฟ ก็ได้นำรายชื่อสมาชิกมาให้อีก 2,000 คน เพราะเป็นแบบนี้จำนวนถึงเพิ่มขึ้น เพราะเราทำงาน
ส่วนกรณีที่นายนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ที่ออกมาแฉพรรคการเมืองบางพรรค ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า ตนฝากกราบเรียนว่าตอนนี้พรรคกล้าธรรมตั้งหลักได้แล้ว ได้ตั้งวอร์รูมในการเก็บข้อมูลทั้งหมดทุก ๆ เรื่อง ดังนั้น ผมและหัวหน้าพรรคกล้าธรรมไม่จำเป็นต้องพูดทุกเรื่อง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวอร์รูม ที่มีนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ถ้าอยากรู้อะไรให้ไปถามนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การแฉเรื่องนี้จะไม่ใช่การเอาคืนทางการเมืองใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ที่จริงแล้วสื่อมวลชนควรจะถามว่าคลิปที่หลุดออกมา ที่มีการประสานสั่งงานให้เล่น ธมน. (ธรรมนัส) น่าจะพูดประเด็นนี้ แต่ทำไมถึงไม่ถามประเด็นนี้ สื่อก็ไม่ถาม ซึ่งเราเป็นนักการเมืองก็ต้องเข้าสู่กระบวนการที่พร้อมถูกตรวจสอบ อันไหนที่ตรวจสอบแล้ว คุณจะใช้วิธีการตรวจสอบแบบกล่าวหา หรือตรวจสอบจากข้อมูลข้อเท็จจริงมาชี้แจง ตนจะให้ฝ่ายยุทธศาสตร์และวอร์รูมก็จะดำเนินการเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดถึงกลายเป็นตำบลกระสุนตกมาโดยตลอดของรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสได้ชี้ไปที่ต้นไม้ พร้อมกล่าวว่า เราสังเกตต้นไม้ใหญ่ตรงนี้หรือไม่ คือต้นไม้ใหญ่มีนกเยอะมาก ตน ณ เวลานี้ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเป็นต้นไม้ใหญ่ก็มีนก มีอีกา มีสัตว์ต่าง ๆ มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อันไหนเป็นสัตว์ที่ไม่ทำร้ายคนอื่น มีเสียงนกเสียงการ้องไพเราะ แต่ถ้ามีสัตว์ไปตามกินคนโน้นคนนี้ ก็ถูกโจมตีเป็นเรื่องปกติ ก็ต้องยอมรับได้ เพราะการเป็นนักการเมืองอย่าไปซีเรียส
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า ครั้งนี้ถือว่าโดนหนักมากหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าไม่ ครั้งนี้เบามากสำหรับชีวิตตน เพราะชีวิตของผมผ่านอะไรมาเยอะแล้ว ตอนสมัยเป็นนักการเมืองแรก ๆ โดนสารพัดเรื่อง เราก็ผ่านกระบวนการยุติธรรมมาหมด
ส่วนหลังจากนี้จะเจออะไรก็พร้อมชนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่าไม่ใช่พร้อมชน แต่เราต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราถูกตรวจสอบโดยการกล่าวหา ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคำกล่าวหาของคุณมันไม่ใช่