นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา เป็นประธานในพิธีและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการสร้างคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน” โดยได้เน้นย้ำในการสร้างเสริมบทบาทของ สมศ. ให้ทันสมัย (Modernization)
ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงาน โดยเฉพาะพันธกิจหลัก คือการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ตนจึงให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างคณะกรรมการ สมศ. ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สมศ. ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สมศ.
เพื่อให้ สมศ. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีระดับโลก (Global Best Practices) และสามารถนำไปใช้ยกระดับองค์กร ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้าน (5 Strategic transformation) ซึ่งเป็นเสาหลักของการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของประเทศ มาบูรณาการและใช้เป็นประเด็นหลักในการยกระดับการดำเนินงานของ สมศ.
ได้แก่ 1.ด้านความโปร่งใส 2.ด้านกลไกตลาดและการมีส่วนร่วม 3.ด้านผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน 4.ด้านหลักสูตรและการสอน และ 5.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ สมศ. เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ อันเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง
สมศ. ได้พิสูจน์ต่อวงการการศึกษาไทยและนานาชาติว่า สมศ. ก้าวข้ามบทบาทของการประเมินแบบตัดสินคุณภาพไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการประชุมในวันนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันสร้างข้อเสนอที่มีคุณค่าทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืน ดังนี้
1.การแปลงผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ให้กลายเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นหลักการเปลี่ยนข้อมูลเป็นความรู้ และความรู้เป็นแนวนโยบาย จะทำให้การกำหนดทิศทางการศึกษาเป็นไปอย่างแม่นยำและสอดคล้องกับความเป็นจริง
2.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของการประเมินคุณภาพภายนอก ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ หรือจากโรงเรียนที่มีนวัตกรรมในการพัฒนา และนำแบบอย่างที่ดี ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง
3.การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างนโยบายและการปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจของการประชุมในครั้งนี้ การสร้างคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น หากแต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยเฉพาะครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในห้องเรียน
ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ได้บรรยายในหัวข้อ “25 ปี สมศ. ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย”



เพื่อประกาศต่อสาธารณชนถึงก้าวใหม่ของการประเมินคุณภาพ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของ สมศ. จาก ผู้ตัดสินคุณภาพ ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพคุณภาพ ที่สะท้อนสภาพจริงของระบบการศึกษาไทย
เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายเชิงระบบได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า การประเมินคือเครื่องมือเพื่อการพัฒนา มิใช่ภาระของสถานศึกษา
สมศ. พร้อมขับเคลื่อนนโยบายที่มีความเป็นเลิศด้านการประเมินและการประกันคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่สากล พร้อมก้าวสู่การเป็น Data-Driven Organization องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสารสนเทศ
จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกนำไปสู่การกำหนดนโยบายทางการศึกษาอย่างยั่งยืนเพื่อเสนอต่อผู้กำหนดนโยบายระดับสูง (Policy Makers) ใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย
ทั้งนี้ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสร้าง Dashboard Interactive เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวมการศึกษาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
โดยข้อมูลเชิงลึกที่ได้จะถูกนำเสนอในรูปแบบที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าเชิงนโยบาย และศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวก
จากข้อมูลที่ สมศ. ได้รวบรวมและวิเคราะห์ โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผลการประเมิน ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างมีทิศทาง พร้อมเชื่อมโยงกลไกการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในทุกระดับของระบบการศึกษาไทย


