ครม.เห็นชอบนโยบายนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี’69-71
ครม.เห็นชอบนโยบายนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2569-2571 เดินหน้าคงมาตรการนำเข้ากากถั่วเหลือง-ปลาป่น
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบและรับทราบแนวนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2569-2571 ตามที่คณะกรรมการนโยบายอาหารเสนอ เพื่อให้ภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของประเทศมีวัตถุดิบเพียงพอ มั่นคง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังผลิตกากถั่วเหลืองและปลาป่นได้ในปริมาณจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพิ่มเติมทุกปี โดยจะคงมาตรการนำเข้าในทุกกรอบการค้าเช่นเดียวกับปี 2568 ยกเว้นกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อผูกพันทางการค้า
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบให้กำหนดนโยบายการนำเข้ากากถั่วเหลืองคราวละ 3 ปี ดังนี้
1.ภายใต้กรอบ WTO ในโควตา เก็บภาษี 2% และเปิดให้ผู้นำเข้าที่ได้รับสิทธิ 11 ราย เช่น สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ สมาคมผู้เลี้ยงไก่-สุกร
2.เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) อัตราภาษี 0%
3.นอกความตกลงการค้า ภาษี 6% พร้อมค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 2,519 บาท
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธินำเข้าต้องรับซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตในประเทศตามราคาขั้นต่ำที่กำหนด เพื่อช่วยเหลือโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองและเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในไทย
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า มาตรการนำเข้าปลาป่นยังคงเหมือนเดิม โดยแบ่งเป็น 1.ปลาป่นโปรตีนต่ำกว่า 60% ต้องขออนุญาตนำเข้า
2.ปลาป่นโปรตีน 60% ขึ้นไป นำเข้าได้ไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษีส่วนใหญ่ตามความตกลงการค้าเสรีอยู่ที่ 0-5% ยกเว้นประเทศนอกความตกลงที่อาจเก็บสูงสุดถึง 15%
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสภาพัฒน์ เห็นชอบในหลักการ โดยสภาพัฒน์เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองในประเทศอย่างต่อเนื่อง ในทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารและลดการพึ่งพาการนำเข้าในอนาคต
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลเชื่อว่าแนวนโยบายนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีเสถียรภาพ วัตถุดิบเพียงพอ ราคายุติธรรมต่อเกษตรกร และเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในด้านอาหารของประเทศ