ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมขังนาน เพิ่มเติม แบบ 4 ขั้นบันได 5,000–20,000 บาทต่อครัวเรือน ใน 22 จังหวัด นายกฯ กำชับให้จ่ายเสร็จภายในสิ้นปี 68
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 (หลักเกณฑ์ฯ) เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม
โดยการเพิ่มกรณีผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้อาศัยอยู่ในอาคารบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง แต่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำล้อมรอบและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป (เดิมให้เฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง) จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ด้วย
แต่หลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินเพิ่มเติมดังกล่าว ดังนี้
1. เป็นกรณีอุทภภัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยประจำในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ในกรณีน้ำท่วมขังบริเวณที่อยู่อาศัยประจำ จนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและไม่สามารถประกอบอาชีพปกติ ทำให้ขาดรายได้
2. เป็นที่อยู่อาศัยประจำที่ประสบอุทกภัย และได้รับผลกระทบกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 31-60 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท
(2) ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 61-90 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 10,000 บาท
(3) ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 91-120 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 15,000 บาท
(4) ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 121 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 20,000 บาท
ทั้งนี้ ครัวเรือนผู้ประสบภัย จำนวน 171,302 ครัวเรือน จำนวน 22 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้การดำรงชีพของประชาชนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
โฆษกรัฐบาล ระบุว่า หลักเกณฑ์ครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนไม่สามารถดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ
โดยการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาน้ำท่วม ตั้งแต่ 31 วันไปจนถึงมากกว่า 121 วัน ซึ่งจะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 5,000–20,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำการตรวจสอบสิทธิให้มีความถูกต้อง โปร่งใส โดยให้หน่วยงานท้องถิ่นออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย ผ่านการพิจารณาของประชาคมหมู่บ้าน และตรวจสอบซ้ำโดยคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. และ ก.ช.ภ.อ. เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และไม่ให้เกิดการจ่ายซ้ำซ้อน และนายกฯ ได้สั่งการว่ากระบวนการจ่ายเงินทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้