อนุทิน สั่งบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ ให้คนกลับเข้าบ้านภายใน 7-10 วัน
อนุทิน สั่งบิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ ให้คนกลับเข้าบ้านภายใน 7-10 วัน
นายกฯ ขีดเส้น 14 วัน บิ๊กคลีนนิ่งเมืองหาดใหญ่ให้สะอาด ให้แนะชาชนกลับเข้าบ้านใน 7-10 วัน ย้ำจนท. ตรวจตราดูแลทรัพย์สินของประชาชน
ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ที่ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ให้สัมภาษณ์กรณีโรคระบาดที่อาจมาพร้อมกับน้ำท่วม ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีแผนรองรับอยู่แล้ว ซึ่งรมว.สาธารณสุขก็อยู่ในพื้นที่ พร้อมย้ำว่ายังไม่ต้องประกาศในเรื่องของโรคระบาดเนื่องจากยังอยู่ภายใต้การควบคุม เพราะมีการจัดตั้งสถานพยาบาลระดมทีมแพทย์และยา และมีการจัดตั้งโรงพยาบาลรองรับอยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับกรอบระยะเวลาในการฟื้นฟูนั้นเบื้องต้นจำกัดไว้ 14 วัน ในการให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้ในช่วง 7- 10 วัน ส่วน 14 วันนั้นคือการทำให้สาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงความสะอาดของพื้นที่ต่างๆกลับคืนสู่ความปกติ ซึ่งทราบว่าในพื้นที่อำเภอเมืองหาดใหญ่มีขยะเกลื่อน ซึ่งวันนี้ต้องพูดถึงโหมดฟื้นฟู เพราะสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว จึงต้องเร่งฟื้นฟูและให้พี่น้องประชาชนได้กลับบ้านให้เร็วที่สุด
แต่ด้วยสภาพน้ำท่วมขังมืดหลังคา ย่อมมีความเสียหายเกิดขึ้น ทางจังหวัดสงขลาจะเร่งเข้าไปช่วยทำการบิ๊กคลีนนิ่ง ให้สามารถกลับเข้าอาศัยในบ้าน แต่ขณะที่กำลังรอการกลับเข้าบ้านตนจะใช้โมเดลในช่วงที่เกิดสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งมีการทำควอรันทีน ในช่วงกลางวันต้องเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ซ่อมไฟซ่อมน้ำ และกลางคืนให้ไปนอนที่โรงแรม เพื่อที่จะไม่ต้องไปกระจุกตัวที่ศูนย์พักพิง ส่วนเรื่องไฟกับน้ำขณะสายเมน 100% แล้ว จะมีการต่อสายย่อยเข้าไปในส่วนของบ้านที่ระดับน้ำลดลงแล้วซึ่งจะมีการประเมินสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
ส่วนเรื่องการดูแลทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนได้ย้ำเรื่องนี้กับทั้ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการตำรวจจังหวัดสงขลา ซึ่งเชื่อมั่นว่าได้มีการจัดหน่วยลาดตระเวน เพื่อดูแลดูแลบ้านและทรัพย์สินให้กับประชาชนเพื่อไม่เกิดเหตุการตีรันฟันแทง หรือการฉกชิงทรัพย์สิน
ได้รับการยืนยันว่าถึงขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ซึ่งตนได้เน้นย้ำว่าขณะนี้คนเริ่มกลับเข้าบ้านแล้ว ขอให้ดูแลเป็นพิเศษ และในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดอส. เบื้องต้นจำนวน 2,000 คนจากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาดูแล
ส่วนกรณีที่มีเสียงสะท้อนจากกู้ภัย ขาดแคลนถุงซิปล็อก และผ้าขาวสำหรับใช้คลุมร่างผู้เสียชีวิตไม่เพียงพอนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ไม่ใช่กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยประสบ ขอให้เชื่อมั่นว่าเรื่องทางการแพทย์มีกระบวนการและวิธีการที่ต้องทำ ซึ่งวันนี้ตนยังไม่ได้รับการร้องขอใดๆ จากกระทรวงสาธารณสุขว่าขาดแคลน เนื่องจากงบประมาณอยู่ที่เขาหมดแล้ว ซึ่งรับรองว่าหากมีปัญหา
โดยเฉพาะผู้เคาะห์ร้ายซึ่งเป็นความสำคัญสูงสุด ซึ่งเราพยายามเร่งคืนร่างเพื่อให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนา และเมื่อออกใบมรณบัตรได้ก็จะใช้ในการเบิกค่าเสียหายรายละสองล้านบาท ซึ่งที่ตนกลับกทม. เพื่อที่จะไปเอาเงิน และเร่งเบิกจ่ายให้กับคนเหล่านี้ให้รวดเร็ว