Skip to content

โซเชียล แชร์ภาพ “อนุทิน-เอกนิติ” ร่วมเฟรม “เบน สมิธ”

03 ธ.ค. 2568 | 21:04น.
โซเชียล แชร์ภาพ “อนุทิน-เอกนิติ” ร่วมเฟรม “เบน สมิธ”

ว่อนโซเชียล ! แชร์ภาพ “อนุทิน-เอกนิติ” ร่วมเฟรม “เบน สมิธ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ถูก ปปง.ยึดทรัพย์คดีฟอกเงินกว่า 9 พันล้านบาท

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) คณะกรรมการธุรกรรมมีการพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) และไฮบริดสแกม (Hybrid Scam) ซึ่งมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 289 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 10,165 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 คดีสำคัญ โดยหนึ่งในนั้นคือเครือข่ายของนายเบน สมิธ และ แตงไทย โดยยึดทรัพย์สูงสุดกว่า 9 พันล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในวันนี้ (3 ธ.ค. 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นำแถลง โดยระบุว่าการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่าง ยิม เลียก และนายเบน สมิธ นักธุรกิจต่างชาติที่ถูกสหรัฐจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลเสี่ยงเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ ทั้งคู่มีบริษัทในไทยที่ตั้งอยู่ที่เดียวกัน

และมีการถือหุ้นไขว้ระหว่างภรรยาของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการบินส่วนตัว ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่ถูกใช้ในการอำพรางเส้นทางเงินผิดกฎหมายบ่อยครั้ง

นายกฯกล่าวว่า การตรวจสอบความสัมพันธ์และธุรกรรมพบว่า ยิม เลียก เป็นศูนย์กลางรับและกระจายเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ ขณะที่นายเบน สมิธ ทำหน้าที่สนับสนุนในเชิงโครงสร้างธุรกิจและเส้นทางการเงิน ทั้งสองฝ่ายมีพื้นฐานความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา ทำให้มีความสามารถในการหลีกเลี่ยงตรวจสอบจากหลักฐานทั้งหมด

ทำให้เชื่อได้ว่าโครงสร้างนี้เป็นเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ที่ประกอบด้วยบัญชีผู้กระทำความผิด แก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา นักธุรกิจต่างชาติ และกลุ่มทุนที่มีอิทธิพลในกัมพูชา โดยมียิม เลียก และเบน สมิธ เป็นแกนกลางที่เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและเส้นทางการเงินเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ นายเบน สมิธ ถูกเชื่อมโยงว่ามีความสนิทสนมกับนักการเมืองไทยหลายคน ล่าสุดในโลกออนไลน์ ปรากฏภาพนายอนุทิน รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ หลายครั้งหลายโอกาส จึงทำให้ถูกสังคมตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์เช่นเดียวกัน