Skip to content

เปิดเหตุผล ครม.ยังไม่ผ่านลดหย่อนภาษีแบบใหม่ เพดานสูงสุด 8 แสนบาท

09 ธ.ค. 2568 | 16:11น.
เปิดเหตุผล ครม.ยังไม่ผ่านลดหย่อนภาษีแบบใหม่ เพดานสูงสุด 8 แสนบาท

เผยสาเหตุวาระเพิ่มโอกาสการออม เพิ่มความมั่นคงทางการเงินรองรับสังคมสูงอายุ TISA คลังชงลดหย่อนภาษีแบบใหม่ เพดานสูงสุด 8 แสนบาท ไม่ได้พิจารณาด่วน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สาเหตุที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (9 ธันวาคม 68) ไม่ได้พิจารณาวาระจร เรื่องมาตรการส่งเสริมออมของประชาชน เพื่อเพิ่มโอกาสการออม และความมั่นคงทางการเงินรองรับสังคมสูงอายุ ผ่านโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account) หรือโครงการ “TISA” ซึ่งลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 800,000 บาท ให้คนที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ลดหย่อนได้ 1.3 เท่า ส่วนผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่า

และไม่ได้พิจารณาโครงการออม Plus และการยกเว้นอากรแสตมป์ สำหรับการซื้อประกันรายย่อย หรือไมโครอินชัวร์รัน ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือครม.เศรษฐกิจมาแล้ว โดยมีหลักการและเหตุผลของโครงการ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้ชุดนโยบาย “Quick Big Win” ที่ต้องการ คือกระตุ้นสั้นได้ผลยาว กระจายตัว

สำหรับมาตรการช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน มีการปรับเพดาน หักลดหย่อนที่เพิ่มจากเดิม 500,000 บาท เป็นเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ เงินสะสม เงินซื้อหน่วยลงทุน ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีภาษีละ 800,000 บาท ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบ่งเป็น 2 กรณี คือ

กรณีผู้มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ให้หักลดหย่อนได้ 1.3 เท่า สูงสุดไม่เกิน 1.04 ล้านบาท ต่างจากปัจจุบันหักลดหย่อนได้ 1 เท่า และกรณีมีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาท ให้หักลดหย่อนได้ 0.7 เท่า หรือสูงสุดไม่เกิน 560,000 บาท โดยเงินลดหย่อนสูงสุดนี้ยังนับว่าสูงกว่าปัจจุบันที่ให้ลดหย่อนได้ 500,000 บาท

การปรับเพดานการลดหย่อนภาษีดังกล่าว ทำให้คนรวยได้รับประโยชน์ลดลง แต่เพิ่มแรงจูงใจให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ได้ประโยชน์ทางการคลังทำให้เกิดวินัยการคลัง และขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั่วถึง และเป็นธรรมมากขึ้น ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มประมาณ 5,700 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า วาระดังกล่าวถึงแม้ว่าจะผ่าน ครม.เศรษฐกิจมาแล้ว แต่การเสนอเข้าพิจารณาเป็น “วาระจรด่วน” และเป็นเรื่องนโยบายการคลัง และเรื่องภาษี ทั้งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องลงนามทำเรื่องเสนอต่อนายกยกรัฐมนตรี เพื่อลงนามเห็นชอบ ให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาใน “วาระจรด่วน”

ซึ่งในวาระดังกล่าวมีเอกสารต้องลงนามเห็นชอบเป็นจำนวนมาก และมีความซับซ้อน การดำเนินการทางธุรการจึงไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ในการนำวาระดังกล่าวเข้าพิจารณา โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (เลขา ครม.) ไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวขึ้นสู่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี และมีรายงานว่า จะพิจารณาในสัปดาห์หน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้สูงอายุ ลดหย่อนภาษี