อนุทิน เผย เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ประธานพรเป็นสิริมงคล เนื่องในวันปีใหม่ รับ พบพลเอกประยุทธ์ รายงานสถานการณ์บ้านเมืองโดยย่อ รับ องคมนตรีห่วงสถานการณ์ชายแดน ชี้ มอบนโยบายข้าราชการมท.วางตัวเป็นกลาง แต่ในส่วนตัวคงบังคับใครไม่ได้ ยัน ไม่มีแนวคิดดึงลูกชายช่วยหาเสียง บอก เลือกตั้งไม่คิดสู้ใคร คิดแค่รับใช้บ้านเมือง ปัดให้ความเห็นแคมเปญ ณัฐพงษ์ เป็นนายกฯที่ดีกว่า เหตุ ไม่รู้ ไม่เคยชมตัวเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ ว่า เป็นการเข้าเฝ้าขอความเป็นสิริมงคลจากสมเด็จพระสังฆราช และถวายพระพรขอให้พระองค์ท่าน มีพระพลานามัยที่แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญให้พวกเราชาวพุทธศาสนิกชนตราบนานเท่านาน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงประทานน้ำมนต์ให้กับทุกคน
เมื่อถามต่อว่าการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชได้พบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาองคมนตรี ด้วยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ได้เดินทางมากราบก่อนหน้าคณะของตนและได้เข้าไปกราบสวัสดีปีใหม่ ซึ่งทุกครั้งเวลาที่พบกับพลเอกประยุทธ์ ท่านก็ให้กำลังใจตลอด และตนได้รายงานสถานการณ์บ้านเมืองอย่างย่อให้ท่านได้รับทราบ พร้อมกับยอมรับว่าพลเอกประยุทธ์ห่วงปัญหาสถานการณ์ชายแดน และได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ พร้อมขอให้อดทน
เมื่อถามว่าพลเอกประยุทธ์ได้อวยพรให้เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยหน้าหรือไม่ นายอนุทินได้แต่เพียงหัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด
เมื่อถามถึงการกล่าวมอบนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยมีช่วงหนึ่งให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง นายอนุทิน ระบุว่า คำว่าทำตัวเป็นกลางก็ทั้งสองอย่างคือไม่ต้องไปเอื้อใคร หรือไปบี้ใครในทำนองนี้ ในฐานะที่เป็นข้าราชการ แต่ในฐานะส่วนตัวคงไปบังคับกันไม่ได้
เมื่อถามว่าขณะนี้หลายพรรคการเมืองเริ่มใช้กลยุทธ์นำลูกชาย ลูกสาวมาช่วยในการหาเสียง จะพิจารณา นำลูกชายมาช่วยงานการเงินหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนจะยืนยันว่า ไม่มี ครอบครัวของตนต่างคนต่างดูแลตัวเอง และเขาก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไร
ผู้สื่อข่าวจึงถามแซวว่า ความหล่อของนายกรัฐมนตรียังสู้ เด็กๆได้อยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ไปถามภรรยาของตน
ส่วนเรื่องการหาเสียงจะมีหมัดเด็ดอะไรในช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจริงจังจริงใจ และทำให้ประชาชนเชื่อ มั่นว่าถ้าเขาเลิกเรามา เราก็ทำให้ประชาชนได้ จะไปมีหมัดเด็ดไปชกกับใครไม่เอาพอแล้ว
เมื่อถามถึงนโยบายกรุงเทพมหานครของภูมิใจไทยมีอะไรที่จะมัดใจคนกรุง นายอนุทินกล่าวว่า ก็นำเสนอนโยบายที่ะรรคภูมิใจไทยนำเสนอโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงชายแดน และสิ่งแวดล้อม หรือปัญหา 4 ภัย
เมื่อถามว่าในการลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันนี้ มีการประกาศกวาดเก้าอี้ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า เราก็ต้องเข้าใจ มีพรรคที่ไหน จะเดินไปที่ไหนแล้วบอกว่า มาเพื่อเป็นที่ 2 ทุกคนต้องการไปเป็นที่หนึ่งทั้งหมด เป็นเรื่องปกติ ถ้าเข้าไปแล้วบอกอย่ามาเลือก มีพรรคอื่นอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเรื่องแปลก เพราะพรรคภูมิใจไทยไปที่ไหนก็หวังว่าจะได้รับเลือกเหมือนกัน
ส่วนที่มีการตั้งเป้าจำนวนสส.เอาไว้ คิดว่าวันนี้พรรคภูมิใจไทยต้องสู้กับอะไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยคิดสู้อะไรกับใคร คิดแต่ว่าต้องเข้าไปรับใช้บ้านเมือง เข้าไปทำงานให้กับประชาชน ไม่ได้ไปสู้อะไรกับใคร
ส่วน มองอย่างไรถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกแคมเปญหาเสียงจะเป็นนายกฯที่ดีกว่านายกที่ผ่านมา นายอนุทิน นิ่งและคิดไปสักระยะก่อนกล่าว ไม่รู้ ไม่เคยชมตัวเอง
ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชนออกมาระบุว่าอยากให้ประชาชนให้โอกาสพรรคประชาชน ถ้ารอบนี้ให้ไม่ได้ 4 ปีข้างหน้าไม่ต้องมาเลือกแล้ว นายอนุทินพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวต่อว่า ท่านก็พูดถูก
เมื่อถามถึงกรณีที่ มีการวิจารณ์ว่าไม่ควรนำปัญหาชายแดนไปกัมพูชา มาใช้ในการหาเสียง นายอนุทิน ไม่ได้ตอบ เพียงแต่หันมาฟังคำถามเท่านั้น