เปิดประวัติ อนุชาติ พวงสำลี The Professionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการศึกษา
อนุชาติ พวงสำลี
พรรคประชาชนเปิดตัว อนุชาติ พวงสำลี อดีตคณบดี คณะวิทยาการเรียนรู้ฯ ม.ธรรมศาสตร์ และประธานบริหารโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนได้เปิด The Professionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน EP.3 คือนายอนุชาติ พวงสำลี ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “เราต้องคืนการศึกษาที่มีความสุขและมีความหมายให้กับทุกคน”
สำหรับนายอนุชาติ พวงสำลี มีประสบการณ์ด้านการบริหารการศึกษา โดยเคยเป็นคณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลาต่อมา พรรคประชาชนเผยแพร่คำกล่าวของนายอนุชาติ โดยตอนหนึ่งพูดถึง 3 หลุมพรางที่นำไปสู่คำกล่าวว่า “การศึกษาคือทุกข์ของแผ่นดิน” โดยระบุดังนี้
ผมได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมเรียนรู้กับโรงเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง หน่วยงานในท้องถิ่น ผู้ประกอบการเอกชน แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย คนรุ่นใหม่มากมายทั่วประเทศ ทำให้ในวันนี้มีดวงตาอันแจ่มชัดว่า เรากำลังติดอยู่กับระบบและวิธีคิดที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทในอดีต แต่ปรับตัวไปกับอนาคตไม่ได้ จนกลายเป็น ‘หลุมดำของการเรียนรู้’ หรือ ‘หลุมพรางทางการศึกษา’ อันส่งผลให้การศึกษาในวันนี้กลายเป็น ‘ทุกข์ของแผ่นดิน’ ที่ทุกคนในบ้านเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง
หน่วยงานต้นสังกัด ผู้ประกอบการ และผู้คนในสังคม คือผู้ร่วมชะตากรรม
หลุมพรางที่ว่ามีทั้งเล็กใหญ่ แต่พอจะขมวดเป็นเรื่องหลัก ๆ
3 ประการคือ
หลุมพรางที่หนึ่ง เรายึดมั่นกับการจัดการศึกษาที่เชื่อเรื่อง
‘มาตรฐาน’ ‘ความเป็นเลิศ’ ‘วิชาการดี’ เป็นเป้าหมายเพียงอย่างเดียว
เราจึงออกแบบระบบการศึกษาที่มีหลักสูตรแกนกลางแบบเดียว
มีระยะเวลาในการเรียนที่ชัดเจน 12 ปี มีวิธีการวัดและประเมินผลแบบเดียว เรามุ่งมั่นสร้างความสำเร็จทางการศึกษาด้วยระบบแข่งขัน
ระบบแพ้คัดออกตลอดเวลา เราจึงตอกย้ำระบบการศึกษาที่คอยผลักคนที่ ‘ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ’ หรือ ‘ไม่ประสบความสำเร็จ’ ให้หลุดออกไปจากระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลุมพรางที่สอง
เรามีสมมติฐานว่า ‘เด็กทุกคนเหมือนกัน’ และเป็นเสมือน ‘ภาชนะอันว่างเปล่า’ ‘เด็กคือผ้าขาว’ เราจึงออกแบบระบบการศึกษาที่มีความ ‘สำเร็จรูป’ มีลู่แบบเดียวให้เด็กทุก ๆ คนวิ่ง นอกจากนี้ เรายังคิดว่าโรงเรียนเป็นเพียงหน่วยเดียวที่เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้
ครูทุกคนมีหน้าที่เป็นผู้รู้ดีที่สุดที่จะคอย ‘กรอกความรู้ลงไปในภาชนะอันว่างเปล่า’ แต่ทว่าเราลืมไปว่า เด็กทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกัน เด็กแต่ละเจเนอเรชั่น ก็มีวิธีการเรียนรู้ที่ต่างกันออกไป เพราะสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูในแต่ละยุคสมัยเปลี่ยนไปหมดแล้ว เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไปอย่างมาก โอกาสและความพร้อมของเด็กแต่ละคนจึงแตกต่างกันออกไป
หลุมพรางที่สาม
เราเชื่อว่า ‘โรงเรียนคือศูนย์กลางความรู้’ และ ‘กระทรวงคือศูนย์กลางการบริหารการศึกษา’ ระบบของเราจึงรวมศูนย์ไว้ตรงกลาง บริหารการศึกษาผ่านกฎระเบียบ ตัวชี้วัด ระบบประเมิน ระบบการรายงาน (ปลอม ๆ) มากมาย พรากเวลาของครูออกจากห้องเรียน
พรากความสัมพันธ์อันดีของระบบ ขาดความยืดหยุ่น และตัดขาดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง การศึกษาของเราจึงเป็นเสมือนเครื่องยนต์หลุดพลัดพรากผู้คนออกจากกัน เป็นระบบที่ไม่สามารถริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือนวัตกรรมใด ๆ ได้ เพราะทุกคนอยู่ในระบบความสัมพันธ์ที่เป็นแนวดิ่งมากเกินไป ขาดพื้นที่ปลอดภัย
ทั้งครูและนักเรียน
หลุมพรางเหล่านี้คือรากฐานแห่งปัญหา คือต้นธารการศึกษาเครื่องยนต์หลุด
คือที่มาของความทุกข์ของแผ่นดิน
สำหรับประวัตินายอนุชาติ มีดังนี้
• Ph.D. (Human Ecology) The Australian National University, Australia
• MESc (Environmental Sciences) Monash University, Australia
• ศ.บ. (เศรษฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ความสนใจทางวิชาการ
• ภาวะการนำ (Leadership)
• การเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement)
• มนุษยนิเวศวิทยา (Human Ecology)
• การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resource Management)
• ประชาสังคม (Civil Society)
• การมีส่วนร่วมสาธารณะ (Public Participation)
• ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community)
ผลงานทางวิชาการ
อนุชาติ พวงสําลี และคณะ (2555). รายงานการวิจัยและติดตามประเมินผลโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดําริ จังหวัดน่าน. นครปฐม : มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา.
อนุชาติ พวงสําลี (2555). กว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว. นครปฐม : มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา.
โอภาส ปัญญา, อนุชาติ พวงสําลี และวิภานุ คงจันทร์ (2543). ชุมชนกับการจัดการทรัพยากร : ภาคตะวันตก ใน
อานันท์ กาญจนพันธ์ (บก.) พลวัตชุมชนในการจัดการทรัพยากร สถานการณ์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ :
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุชาติ พวงสําลี, เนาวรัตน์ พลายน้อย, กมลพรรณ พันพึ่ง และ ศุภวรรณ พลายน้อย (บก.) (2545). การตอบสนอง
ต่อภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของภาคประชาสังคมไทย. กรุงเทพฯ. : โครงการวิจัย Civil Society Response to
the Asian Crisis in Three Countries : Korea, Thailand and Indonesia
Plainoi, Nawarat, Anuchat Poungsomlee and Varaporn Chamsanit (2002) “Thailand” in Noda, Pamela J.
Cross-Sectoral Partnerships in Enhancing Human Security. Tokyo : JCIE, Japan.
Ross, William and Anuchat Poungsomlee (2002) (editors) Asian Community Empowerment in
Environmental Management, Proceedings of the 5th ADRF General Meeting, Siam City Hotel,
Bangkok, Thailand, 2-3 December 2002.
Poungsomlee, A., Grange, I. and Dilokwanich, S. (2003). Civil Society Partnership : Thailand Country.
Development Partnership for the Environment. Research Report, Bangkok : The World Bank.
Jung, Ku-Hyun, Anuchat Poungsomlee, Mochammad Maksum and Tae Kyu Park (2003), Civil Society
Response to the Asian Crisis in Three Countries : Korea, Thailand and Indonesia. Korea : Institute
of East and West Studies and Yonsei University.
Ross, William and Anuchat Poungsomlee (2003). A Perspective on Thailand. Proceedings of Advancing
Environmental Governance : Perspectives from the Regional Environmental Forum for Mainland
Southeast Asia.

