อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ถามใครซื้อเสียง 7,500 บาท จะเอาเขาควายไปครอบให้ หยอกสื่ออย่ามาหลอกให้ตอบ ไม่แคร์ “กานต์ สุดารัตน์” ผู้สมัคร สส.อุบลฯ เขต 7 ใส่เสื้อใครหาเสียง บอก ขอแค่ได้เข้าสภาฯในนามภูมิใจไทย แจง เลื่อนเวลาหาเสียง เหตุ ไม่อยากใช้เวลาราชการแม้มีสิทธิลา มอง ไม่เสียโอกาสแม้ไม่ขึ้นดีเบต ย้ำ ไม่มีไม้เด็ดโค้งสุดท้าย ส่วนจะจับมือใครให้ประชาชนตัดสิน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนเวลาลงพื้นที่หาเสียงวันนี้ (20 ม.ค.) จากช่วงบ่ายไปเป็นหลังเวลาราชการ ว่าพยายามจะไม่ใช้เวลาราชการ แม้จะลาได้ก็ไม่อยากลา อีกทั้งการไปหาเสียงในช่วงบ่ายคนยังทำงานอยู่ จะไปรบกวนเวลาเขาก็ไม่ดี ก่อนย้ำว่า ไม่อยากใช้เวลาราชการ แม้จะมีสิทธิลา ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง
เมื่อถามว่า ได้มีการคุยกับน.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพันลภ ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย หลังมีคลิปสวมเสื้อคลุมปักชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่ทราบว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เจ้าตัวก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าปัจจุบันผมสีดำ ส่วนในคลิปเป็นผมไฮไลท์ ดังนั้น ตนจะไปแคร์อะไร ในเมื่อเขาสมัครพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว จะใส่เสื้ออะไรก็ขอให้เขาเข้ามาได้เป็นสส.พรรคภูมิใจไทย ตนก็พอใจแค่นั้น
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าชื่อของพรรคภูมิใจไทย จะทำให้ได้คะแนนเสียงในพื้นที่ที่น.ส.สุดารัตน์ เคยได้จากพรรคอื่นมาก่อน นายอนุทิน ระบุว่า ตนยังไม่ได้ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี แต่ทราบว่าในพื้นที่ก็มีความแข็งแรง และยังไม่ได้ต้องการให้ตนลงพื้นที่
เมื่อถามว่า น.ส.สุดารัตน์ได้โทรมาปรึกษาหรือไม่ นายอนุทิน ร้องโอ๊ย ก่อนบอกว่าเขามีคนรับผิดชอบเป็นโซน ๆ ไป
เมื่อถามต่อว่า พื้นที่อีสานใต้มีความแข็งแรงอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน หันไปมอง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นลูกสาวนายก อบจ.ศรีสะเกษ ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ระบุว่า “แข็งแกร่ง”
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้พรรคการเมืองลงสัตยาบัน ไม่ซื้อเสียงหลังมีผลสำรวจออกมาว่ามีการซื้อเสียงสูงสุดอยู่ที่ 7,500 บาท โดยนายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า “ใครซื้อเสียง 7,500 บาท หัวละ 7,500 บาทหรือ ซื้อเขาควาย 700 บาทเอง ใครจ่าย 7,500 บอกมาด้วย จะเอาเขาควายไปครอบ“
เมื่อถามว่า การแข่งขันรอบนี้สะท้อนว่าดุเดือดหรือไม่ เนื่องจากมีการจ่ายสูงถึง 7,500 บาท นายอนุทิน กล่าวว่า สู้กันอย่างดุเดือดทุกรอบตั้งแต่ปีมะโว้ แต่ขอให้สู้ในเกม ไม่มีปัญหา การต่อสู้การแข่งขันเป็นเรื่องงดงาม แต่ต้องให้เป็นไปตามกติกา มีสปิริตซึ่งกันและกัน
เมื่อถามย้ำว่า การซื้อเสียง 7,500 บาท เป็นไปไม่ได้แน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่กล้าบอก เพราะไม่เคยทำ จะมาหลอกให้ผมตอบว่าไม่ถึงหรอก โธ่”
เมื่อถามถึงกรณีไม่ขึ้นเวทีดีเบตกับหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตพรรคการเมืองอื่น จะเป็นการเสียโอกาสหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็แล้วแต่จะคิด ส่วนตัวไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะนำเสนอวิสัยทัศน์ทุกวันผ่านการทำงาน
ส่วนการหาเสียงแบบออร์แกนิคมั่นใจว่าจะโน้มน้าวความรู้สึกของประชาชนได้หรือไม่
นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่า “ออร์แกนิค”ไม่มีรูปแบบ ไม่ได้คาดหวังอะไร ทำไปด้วยจิตใจที่อยากทำ และได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงจากพี่น้องประชาชน โดยตรงไม่ได้เป็นการสื่อสารฝ่ายเดียว เป็นการทำให้เขาเข้าถึงตัวเรา รับฟังสิ่งที่พึงพอใจ และสิ่งที่ไม่พึงพอใจ สิ่งที่อยากได้หรือไม่อยากได้ ได้รับรู้ถึงปัญหาที่เผชิญอยู่และอยากให้เราช่วยแก้ไข นี่คือสิ่งที่ตนได้มาจากการลงพื้นที่แบบออร์แกนิค ตนไม่ได้หาเสียงเลย แทบจะไม่ได้พูดเบอร์พรรคหรือเบอร์ผู้สมัครในเขตนั้นเลย
เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายจะมีไม้เด็ดอะไรออกมาหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่มี เราทำงาน และใช้วิธี ประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบในทุกช่องทางให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าพรรคภูมิใจไทยของตนจะนำเสนออะไรให้กับพี่น้องประชาชนได้บ้าง หากได้รับเลือกตั้งเข้ามา
เมื่อถามว่า ห่วงอะไรที่สุดในช่วงโค้งสุดท้าย นายอนุทิน กล่าวว่า ทำดีที่สุด มีอะไรก็เอามาทำให้ประชาชนให้มากที่สุด หากถามว่าห่วงหรือไม่ก็ไม่ได้ห่วงอะไร เพราะว่าการตัดสินใจเป็นของโหวตเตอร์ เป็นของประชาชน
เมื่อถามว่า กำลังใจในการลงพื้นที่ตอนนี้อยู่ที่ตรงไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ได้กินอาหารหลายอย่าง ที่พี่น้องประชาชนเอามาให้ไม่ขาดสาย
ส่วนเวทีการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยคึกคักมองอย่างไร นายอนุทิน ระบุว่า ต่างคนต่างมีความเชื่อมั่น วิธีการมีหลายรูปแบบใครอยากทำอะไรแล้วเชื่อมั่นก็ทำไป พรรคภูมิใจไทยก็เชื่อมั่นในวิธีการนี้ และเชื่อมั่นว่าวิธีการหาเสียงแบบนี้ก็เป็นวิธีการที่เหมาะสมในสไตล์ของพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการที่เริ่มมีคำพูดที่ว่าประมาทพรรคเพื่อไทยไม่ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยประมาทใครอยู่แล้ว แต่ก็เป็นกำลังใจให้ผู้สมัครทุกคนทุกพรรค
เมื่อถามว่า เพราะทุกพรรคมีโอกาสที่จะมาจับมือกันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ