Skip to content

พรรคประชาชนชู ‘หมอหนี้’ ดึงกลไกตลาดแก้สงครามหนี้ ชี้หนี้ไทยซับซ้อนเกินรัฐแก้ลำพัง

26 ม.ค. 2569 | 14:05น.
พรรคประชาชนชู ‘หมอหนี้’ ดึงกลไกตลาดแก้สงครามหนี้ ชี้หนี้ไทยซับซ้อนเกินรัฐแก้ลำพัง

วีระยุทธ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอแนวคิดแก้หนี้แบบใหม่ ให้รัฐถอยเป็นผู้กำกับ เปิดทางให้กลไกตลาดทำหน้าที่ “หมอหนี้” รับมือหนี้ครัวเรือนที่ทับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น พร้อมเสนอปลดหนี้เกษตรกรที่อายุเกิน 70 ปีที่ชำระหนี้เกินเงินต้นแล้ว

ประชาชาติธุรกิจ จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ภายใต้ 5 โจทย์สมรภูมิเศรษฐกิจ โดยในสมรภูมิที่ 2 “สงครามหนี้” ได้ตั้งคำถามว่า “คุณจะเร่งแก้ไขหนี้ประเภทไหน และด้วยแนวทางใดที่เป็นรูปธรรมที่สุด”

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า การแก้ปัญหาหนี้ต้องทำควบคู่กัน 2 ขา โดยขาแรกคือการผลักดันพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับใหม่ เพื่อให้กระบวนการจัดการหนี้รวดเร็วขึ้น พร้อมคุ้มครองสิทธิทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้

ขาที่สอง ซึ่งเป็นข้อเสนอใหม่ของพรรคประชาชน โดยระบุว่าปัญหาหนี้ของไทยมีความหลากหลายและซับซ้อนสูง ไม่ใช่หนี้ประเภทเดียวหรือเจ้าหนี้รายเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่ทับซ้อน ทั้งบัตรเครดิต หนี้นอกระบบ และหนี้จากการทำธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้กลไกของรัฐเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน

พรรคประชาชนจึงเสนอโมเดล “หมอหนี้” เปิดทางให้ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร นอนแบงก์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่ผ่านคุณสมบัติ เข้ามาทำหน้าที่จัดการและปรับโครงสร้างหนี้ โดยให้รัฐถอยมาเป็นผู้กำกับ ดูแลมาตรฐาน และตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ขณะที่ลูกหนี้สามารถเลือกใช้บริการหมอหนี้ที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาของตนเอง

“ปัจจุบันปัญหาหนี้มีความซับซ้อนมาก เราก็เลยมองว่าถ้าจะตีโจทย์หนี้ครัวเรือนไทย หนี้เอสเอ็มอี หนี้ธุรกิจให้มันแตก เราคิดว่าต้องใช้กลไกต่าง ๆ เข้ามาช่วย โดยเราเสนอให้มีโครงการหมอหนี้”

นายวีระยุทธระบุว่า ลูกหนี้แต่ละกลุ่มมีปัญหาไม่เหมือนกัน มนุษย์เงินเดือนที่มีหนี้บัตรเครดิตจำนวนมาก ย่อมต้องการแนวทางต่างจากผู้ประกอบการรายย่อยหรือผู้ที่มีหนี้นอกระบบ การเปิดให้กลไกตลาดเข้ามาช่วย จะทำให้การแก้หนี้มีความยืดหยุ่นและตรงจุดมากขึ้น

ทั้งนี้ รัฐอาจใช้มาตรการจูงใจเพิ่มเติม หากหมอหนี้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จ เพื่อเร่งให้ระบบเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่า โมเดลนี้ไม่ใช่การล้มแนวทางเดิม แต่เป็นการเพิ่มเครื่องมือใหม่ เพื่อรับมือกับสงครามหนี้ที่ซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายแก้หนี้ภาคเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ซึ่งมีอยู่หลายแสนคน และหลายรายชำระหนี้ไปแล้วเกินกว่าเงินต้น แต่ยังคงต้องผ่อนชำระดอกเบี้ยต่อเนื่อง ทั้งที่ศักยภาพในการประกอบอาชีพลดลงอย่างมากตามสภาพร่างกาย โดยระบุว่าหากอายุเกิน 70 ปี และชำระหนี้เกินเงินต้นแล้ว ก็ควรได้รับการปลดภาระหนี้อย่างเหมาะสม