พิพัฒน์ ยัน Disneyland Thailand ไม่ใช่ไอเดียช่วงหาเสียง ชี้จำเป็นต้องมี Man-Made Destination ย้ำเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลลุยทันที ไม่มีกาสิโน เผยทุนไทย-ตะวันออกกลางสนใจแล้ว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการดึง Disneyland Thailand มาดำเนินการว่าอาจจะเป็นไปไม่ได้ ว่าประเทศไทยยังขาดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Destination) เพื่อใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมาใช้แต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเพื่อหารายได้เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแหล่งท่องเที่ยวลักษณะนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะสิงคโปร์ แม้จะมีพื้นที่และทรัพยากรจำกัด แต่สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น จนดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล
ทั้งนี้ หากสามารถดึงดิสนีย์เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ จะถือเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน
นายพิพัฒน์ยืนยันว่า สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ไม่ได้คิดในช่วงหาเสียงนี้ แต่ผ่านการคิดมาตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้หารือร่วมกับผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย และจะช่วยให้โครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน ประกอบด้วยสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ได้ก่อสร้างให้สำเร็จ
เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถก่อสร้างได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ซึ่งเอกชนระบุว่ายังไม่มีแหล่งท่องเที่ยวและจุดความคุ้มค่าในการลงทุน ฉะนั้น เมื่อตนมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงได้ผลักดันเรื่องนี้ต่อ
ทั้งนี้ ได้มีการเตรียมพื้นที่จำนวน 5,000 ไร่ บริเวณ EEC เพื่อเตรียมสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกอบด้วยโครงการดิสนีย์แลนด์จำนวน 3,000 ไร่ อินดอร์สเตเดียม 80,000 ที่นั่ง และห้องประชุมไมซ์ 5,000 ที่นั่ง ศูนย์การค้า ช็อปปิ้งมอลล์
นายพิพัฒน์กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งหากได้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม จะเดินหน้าโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน พร้อมมั่นใจว่าเมื่อมีโครงการที่ดีจะมีนักลงทุนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งขณะนี้มีทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากตะวันออกกลางแสดงความสนใจ และยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เป็นผู้ลงทุน แต่มีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกด้านที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้ โครงการยังอยู่ในขั้นตอนร่างแรก
นายพิพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา (Sport Tourism) อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่มีกาสิโนอย่างแน่นอน เนื่องจากเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไม่จำเป็นต้องพึ่งกาสิโนก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายได้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากโครงการเดินหน้าจะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนอย่างแน่นอน