เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
Politics นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
News พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
Finance เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
Finance PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
Finance SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
Automotive จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
Real Estate เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
ดูทั้งหมด

อัยการชี้ชัด กกต.หลงประเด็น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถือว่ารับสารภาพผิด มีโทษคุก

15 ก.พ. 2569 | 19:28น.
อัยการชี้ชัด กกต.หลงประเด็น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถือว่ารับสารภาพผิด มีโทษคุก

อัยการมองกฎหมาย ปม กกต.แจงปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถือว่ารับสารภาพ ขัดทั้ง รธน. ผิดทั้งกฎหมายเลือกตั้ง โทษคุก 5 ปี แถมส่อผิด ม.157 ยกบรรทัดฐานคำวินิจฉัยศาล รธน.49 เบากว่านี้ยังโดน

มติชน รายงานว่า แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า ประเด็น กกต.ทำบาร์โค้ดหรือคิวอาโค้ดในบัตรเลือกตั้งและในต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ถือเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 (กระทำการเลือกตั้งโดยไม่รักษาความลับของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 96, 164 (การทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง)

การกล่าวหา กกต.ในประเด็นนี้จึงเป็นการกล่าวหาว่า กกต.ทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หรือกระทำผิดกฎหมาย การที่ กกต.ไปแถลงว่าแม้ทำ QR Code ก็ไม่รู้ว่าใครกาให้ใคร จึงเป็นคนละประเด็น เพราะนั่นเป็นประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับปัญหาข้อกฎหมายที่ กกต.ถูกกล่าวหาอยู่ในเวลานี้

การที่ กกต.ไปพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หากมีการสแกนเข้าไปจะทราบหมายเลขในบัตรเลือกตั้ง และหมายเลขดังกล่าวจะตรงกับหมายเลขที่อยู่ต้นขั้วบัตรบัตรเลือกตั้ง โดยในขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะมีการเขียนทั้งหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ใช้สิทธิในต้นขั้วบัตรเลือกตั้งอีกด้วย

ดังนั้น การที่ กกต.ทำเช่นนี้ถือเป็นการกระทำที่อยู่ในข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 85 ที่กำกนดให้การใช้สิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับ

ยิ่งไปกว่านั้น การทำบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งดังกล่าวยังถือเป็นการทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้งอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 96 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 96 ซึ่งกำหนดไว้ว่า บุคคลใดจะทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งไม่ได้

หากบุคคลใดฝ่าฝืนไปทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง (เช่น ใส่ QR Code ลงไป) จะมีมีโทษตาม มาตรา 164 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท

นอกจากนี้ หากคนทำเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องย่อมเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อีกด้วย

การที่ กกต.ออกมาแถลงว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้จะพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครกาให้ใคร จึงเป็นคนละประเด็น และการแถลงดังกล่าวยังน่าจะถือได้ว่าเป็นการรับสารภาพว่าได้กระทำการสิ่งที่ผิดต่อกฎหมายด้วยซ้ำไป

เพราะการแถลงดังกล่าวเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ กกต.ถูกตั้งคำถาม หรือถูกกล่าวหาอยู่ในเวลานี้ เพราะการไม่รู้ว่าใครกาให้ใครเป็นประเด็นข้อเท็จจริง คือไม่ไปสแกนก็จะไม่รู้ แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่สแกนก็จะรู้ ซึ่งตามหลักข้อกฎหมายก็คือไม่ว่ากรณีใดๆ จะต้องไม่รู้ หรือล่วงรู้ความลับของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ดังนั้น กกต.จึงต้องเข้าใจใหม่ และจับประเด็นให้ถูกต้องว่าเรื่องนี้ประชาชนและสังคมเขากล่าวหาท่านว่าอย่างไร ประเด็นปัญหาเวลานี้ไม่ใช่ประเด็นปัญหาข้อเท็จจริงว่ามีใครรู้ว่าใครคนใดกาให้ใครหรือไม่ ดังที่ท่านแถลง

หากแต่คำถาม หรือข้อกล่าวหา คือ กกต.ไปกระทำการที่ฝ่าฝืนต่อสิ่งที่กฎหมายไม่ให้กระทำ คือกระทำการซึ่งไม่เป็นความลับในการลงคะแนนเลือกตั้งของผู้มาใช้สิทธิ รวมไปถึงการไปทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการทำเครื่องหมายใดๆ ไม่ได้หมายความว่าห้ามเฉพาะผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วน กกต.ได้รับการยกเว้นให้ทำใดๆ ก็ได้

ดังนั้น ทันทีที่ กกต.ไปทำการฝ่าฝืนกฎหมายจึงเป็นความผิดทันที เพราะการทำเครื่องหมาย QR Code ย่อมนำไปถึงการไม่รักษาความลับของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนั่นเอง

กรณีนี้เคยมีบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วเมื่อปี 2549 ว่า การที่ กกต.หันคูหาเลือกตั้งออกทางเข้าคูหาอัน ส่อไปในทางที่จะไม่รักษาความลับของผู้มาใช้สิทธิ เพียงเท่านี้ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าเป็นความผิดแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงว่ามีใครเป็นรู้ว่าใครกาให้ใคร ดังที่ กกต.แถลงแต่อย่างใด

ดังนั้น การที่ กกต.ทำแบบนี้ถือว่าจำนนต่อหลักฐาน และยิ่ง กกต.มาแถลงว่าการพิมพ์บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งจริง แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครกาให้ใคร จึงเป็นคนละประเด็น และถือเป็นการหลงประเด็น เพราะกกต.ไปทำเครื่องหมาย จนทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิคนใดลงคะแนนเลือกตั้งให้ใคร

ผลพวงที่จะตามมาจากการที่ กกต.กระทำจึงอยู่ในข่ายฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และที่จะตามมาในเรื่องการไม่รักษาความลับของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

โดยประเด็นที่ประชาชนคนทั้งประเทศตั้งคำถามอยู่เวลานี้คือ กกต.ไปทำการฝ่าฝืนต่อสิ่งที่กฎหมายห้าม จนส่งผลกระทบต่อผู้ใช้สิทธิทุกคนทั่วประเทศ

บทสรุปก็คือ ถ้อยคำแถลง ของ กกต.จึงไม่เป็นเพียงการหลงประเด็นเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการแถลงให้การรับสารภาพ ในสิ่งที่ตนเองได้กระทำไป ตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกต.