เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
Politics ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
Real Estate ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
อลิอันซ์ อยุธยา ดันยูนิตลิงค์ปีนี้โต 45% หลัง 7 เดือนพุ่ง 56% เร่งปั้นตัวแทน IC
Finance อลิอันซ์ อยุธยา ดันยูนิตลิงค์ปีนี้โต 45% หลัง 7 เดือนพุ่ง 56% เร่งปั้นตัวแทน IC
โฟล์คสวาเกน อนุมัติปลดพนักงานเป็น 100,000 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
World โฟล์คสวาเกน อนุมัติปลดพนักงานเป็น 100,000 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
Economic เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ AI หาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์“More of What You Love”
Business นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ AI หาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์“More of What You Love”
“ITD” ชู 4 งานวิจัย ดัน Data Center-Traceability-ระบบราง-FTA ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Economic “ITD” ชู 4 งานวิจัย ดัน Data Center-Traceability-ระบบราง-FTA ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณบาทละ 70,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณบาทละ 70,450 บาท
มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
Politics มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดูทั้งหมด

รัฐบาลคิดหนักซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 1.7 พันล้าน ชี้ประเมินก่อนตัดสินใจเร็วนี้

18 พ.ค. 2569 | 16:53น.
ภราดร ปริศนานันทกุล

ภราดร รับรัฐบาลคิดหนักทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ 1.7 พันล้าน บอกต้องประเมินความคุ้มค่าช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทย จ่อตัดสินใจเร็ว ๆ นี้ ก่อนบอลโลก 2026 คิกออฟ 11 มิ.ย.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ ว่าจริง ๆ ไม่ได้ถอย และไม่ได้เดินอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีให้ข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะพยายามและหาแนวทางอย่างเต็มที่ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานงานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่จะถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ให้คนไทยได้รับชม

อย่างไรก็ตาม จากการหารือเบื้องต้นระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับ กสทช. เห็นถึงข้อติดขัดว่าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ใช้เงินถึง 1,300 ล้านบาท ค่าภาษีอีกประมาณ 300 ล้านบาท รวมถึงค่าดำเนินการต่าง ๆ อีก 100 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่รัฐบาลไทยจะต้องหาทั้งสิ้นกว่า 1,700 ล้านบาท

อีกมุมได้ยินเสียงสะท้อนจากสังคมว่าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกด้วยเงินถึง 1,700 ล้านบาท สามารถสร้างความยั่งยืนให้วงการฟุตบอลไทยได้มากน้อยแค่ไหน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย วงการฟุตบอลไทยให้เติบโตตามเป้าหมายที่ทุกคนคาดหวัง คือการได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหรือไม่

ซึ่งการนำเงิน 1,700 ล้านบาท ไปสนับสนุนเยาวชนหรือโครงการต่าง ๆ ที่เป็นการต่อยอดให้กับวงการฟุตบอลไทยจะมีประโยชน์มากกว่าหรือไม่ ขณะนี้จึงอยู่ในช่วงของการหารือ เพราะเงิน 1,700 ล้านบาท เป็นเงินภาษีของประชาชนไม่ว่าจะนำมาจากแหล่งไหนคงจะต้องคิดให้รอบคอบ ว่าแบบไหนจะสร้างความยั่งยืนให้กับวงการฟุตบอลไทยได้มากกว่ากัน

นายภราดรกล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนล่าสุดขณะนี้ กรมประชาสัมพันธ์ และ กสทช. กำลังหารือกันหลังจากได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ด้วยงบประมาณที่สูงมาก คิดว่ารัฐรัฐบาลไทยคงต้องคิดหนักกับค่าลิขสิทธิ์ถึง 1,700 ล้านบาท ประกอบกับระยะเวลาการถ่ายทอดสดประมาณหนึ่งเดือน อีกทั้งช่วงเวลาการแข่งขันเป็นไทม์โซนที่แตกต่างกัน และไม่เหมาะสมกับประเทศไทย จึงต้องอ่านทบทวนกันให้ดี

เมื่อถามถึงการสนับสนุนจากเอกชน นายภราดรกล่าวว่า รัฐบาลขอบคุณถ้าจะช่วยสนับสนุน และซื้อลิขสิทธิ์ รัฐบาลไม่ได้ขัดข้องอะไร อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่นั้น คงต้องตัดสินใจเร็ว ๆ นี้ เพราะ 15 วันจากนี้ฟุตบอลจะเริ่มแข่งขันแล้ว

“อะไรที่เป็นประโยชน์กับวงการฟุตบอลไทย วงเงิน 1,700 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจนำไปพัฒนาได้หลายปี ยกตัวอย่างเมื่อก่อนเคยมีรายการฝึกฟุตบอลที่จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชื่อว่า Prime Minister Cup ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้จะใช้เงินไม่มาก สามารถที่จะสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาเยาวชนต่างจังหวัดได้อีกเยอะ

หรือแม้แต่โครงการส่งเสริมฟุตบอลอาชีพของไทยระดับ T3 ที่มีอยู่เกือบทุกจังหวัด ก็ต่อยอด Prime Minister Cup ได้ ใครที่มีฝีมือก็ไปเล่นต่อยอดใน T3 เชื่อว่าปีหนึ่งไม่เกิน 200-300 ล้านบาท จะส่งเสริมให้ฟุตบอลในประเทศเกิดความยั่งยืน ดังนั้น การจะใช้เงิน 1,700 ล้านบาท จึงต้องทบทวนให้เกิดความละเอียดมากขึ้น“ นายภราดรกล่าว