เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ชาวเน็ต กทม.ให้การบ้านว่าที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ พัฒนา 5 เรื่อง ยกระดับ “คุณภาพชีวิตคนเมือง”

24 มิ.ย. 2569 | 10:59น.
เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มิ.ย.2569

เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มิ.ย.2569

ชาวเน็ตเมืองกรุงให้การบ้าน ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ พัฒนา “คุณภาพชีวิตคนเมือง” ใน 5 ประเด็นหลัก “สิ่งแวดล้อม-การจราจร-ความปลอดภัย-แก้ปัญหาน้ำท่วม-เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต” ของประชากรในพื้นที่กรุงเทพฯ

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสิ้น 18 คน และมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,507,523 คน เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกจำนวน 20,548 คน

มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก “เรียลวอทช์ แล็บ” (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI Transformation & Solution และ AI-Data Driven Technology เปิดเผยถึงผลสำรวจความเห็นของชาวเน็ตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1-21 มิถุนายน 2569 จำนวนกว่า 20,000 ข้อความ พบว่า 18,000 กว่าข้อความโพสต์เกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะเลือก

ขณะที่ 1,740 ข้อความ จากโซเชียลมีเดีย ในทุกแพลตฟอร์ม เขียนข้อความถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ว่าที่ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) คนใหม่ทำ ภายหลังการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า
“ต้องการให้ว่าที่ผู้ว่าฯ เข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น ใน 5 ประเด็นหลัก”

อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 52% ของการโพสต์ข้อความทั้งหมดต้องการให้ว่าที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อมภายในเมือง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการบริหารจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร การคัดแยกขยะ ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดให้กับคนกรุงเทพฯ และการลดฝุ่น PM 2.5

ตามรายงานของกรุงเทพมหานคร พบว่าปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะเฉลี่ย 8,700-9,000 ตันต่อวัน (ในช่วงเทศกาลอาจจะสูงถึง 10,000 ตันต่อวัน) หรือประมาณ 4.84 ล้านตันต่อปี

ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวรวมทั้งหมด 44.8 ล้านตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.6% ของพื้นที่เมืองทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนต่อประชากร 8.27 ตารางเมตร ต่อประชากร 1 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อสัดส่วนประชากรที่องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 9-15 ตารางเมตร ต่อประชากร 1 คน

อันดับที่สอง คิดเป็นสัดส่วน 17% เป็นเรื่องของการจัดการด้านการจราจรและการพัฒนาการเดินทางในเมือง โดยความเห็นส่วนใหญ่คือ ต้องการให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ลดลง โดยระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบรถสาธารณะในปัจจุบันมีต้นทุนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะการใช้รถไฟฟ้า รวมถึงอยากให้มีการเชื่อมโยงระบบคมนาคมในพื้นที่ให้เชื่อมต่อกัน ทั้งรถ ราง เรือ และทำให้ต้นทุนในการเดินทางถูกลง

อันดับที่สาม คิดเป็นสัดส่วน 15% เป็นเรื่องของความปลอดภัย และความเป็นระเบียบของเมือง โดยความเห็นส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการให้มีการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ทางเท้าให้เหมาะสม รวมทั้งการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถในพื้นที่สาธารณะ ต้องการให้คนที่เดินทางเท้ามีความปลอดภัยในการใช้งาน ไปจนถึงการจัดระเบียบการค้าขายบนทางเท้าที่เหมาะสม เป็นต้น

อันดับที่สี่ คิดเป็นสัดส่วน 12% เป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการพัฒนาระบบระบายน้ำ โดยข้อความส่วนใหญ่ต้องการให้มีการบริหารจัดการระบบระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีพายุและฝนตกหนัก ควรมีการลอกท่อเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ให้พร้อม รวมทั้งการพัฒนาระบบระบายน้ำของเมือง เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น

อันดับห้า คิดเป็นสัดส่วน 3% เป็นเรื่องการดูแลปากท้องเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยข้อความส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ในตลาดนัดสวนจตุจักร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมไปถึงการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการทำมาหากิน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น