ติง “ทดลอง” ปรับโครงสร้าง สำนักงาน กสทช. ใหม่ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ
รักษาการเลขาฯ กสทช. สั่ง “ทดลอง” ปรับโครงสร้างองค์กร ผู้บริหารระดับสูง-เจ้าหน้าที่ ควบซ้อนหน้าที่ หวังให้ยืดหยุ่นสอดรับ “เทคโนโลยีหลอมรวม” กรรมการ กสทช. ติง เลขาฯ อาจไม่มีอำนาจจัดแบ่งส่วนงาน
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีการ “ทดลอง” ปรับโครงสร้างองค์กรชั่วคราว เพื่อทดสอบการปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นสอดรับ “เทคโนโลยีหลอมรวม” และให้เป็นไปตามแนวทางองค์กรดิจิทัลสากลมากขึ้น
ตามคำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่ 1111/2569 เรื่อง “มอบหมายให้พนักงานปฏิบัติหน้าที่ อีกหน้าที่หนึ่ง” โดยให้มีผลทดลองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ลงนามโดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.
รายงานระบุด้วยว่า ในการประชุมบอร์ด กสทช. วันนี้ (15 ก.ค. 2569) มีการท้วงติง จากกรรมการ กสทช. ถึงการออกประกาศและคำสั่งที่เกี่ยวกับโครงสร้างสำนักงาน กสทช. อาจส่งผลกระทบต่ออำนาจของ กสทช. เนื่องจากการแบ่งส่วนงานภายในของสำนักงาน กสทช. เป็นอำนาจของ กสทช. และการมอบหมายให้พนักงานทำหน้าที่ในส่วนงานที่กำหนดขึ้นใหม่ โดยมิใช่ส่วนงานตามระเบียบว่าด้วยการแบ่งส่วนงานภายในที่ กสทช. กำหนด การออกประกาศและคำสั่งนี้อาจเข้าข่ายไม่มีอำนาจและขัดต่อระเบียบหรือไม่อย่างไร
โดยพลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการกระจายเสียง ให้ความเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวทำให้เกิดสภาวะสองโครงสร้างซ้อนกัน กล่าวคือ โครงสร้างปัจจุบันที่ยังมีผลใช้บังคับตามกฎหมายอยู่ และโครงสร้างใหม่ที่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย ส่งผลให้ในทางปฏิบัติพนักงานต้องทำงานซ้ำซ้อนและที่สำคัญโครงสร้างใหม่ที่จะทดลองนี้ได้ลดศักดิ์ของตำแหน่งพนักงานลง เนื่องจากการเปลี่ยนจากสำนักมาเป็นกอง
ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า มีข้อห่วงใยในการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. ต่อกรณีดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แม้ว่าจะเป็นการใช้อำนาจทางการบริหารของรักษาการเลขาธิการ กสทช. แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบหรือมติของ กสทช. ดังนั้นในประเด็นนี้ไม่ทราบว่าประธาน กสทช. ได้รับทราบหรือเห็นชอบต่อประกาศหรือคำสั่งของสำนักงาน กสทช. ดังกล่าว หรือไม่
ประธาน กสทช. ระบุว่า เรื่องนี้ต้องให้รักษาการเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้ชี้แจงในการประชุม กสทช. ครั้งต่อไปในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้
โดยคำสั่งสำนักงาน กสทช. ดังกล่าว ระบุว่า อาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2565 มอบหมายให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าปฏิบัติหน้าที่ “อีกหน้าที่หนึ่ง” ตามบัญชีแนบท้าย แบ่ง 3 กลุ่ม
1. หัวหน้าภารกิจและผู้ช่วยหัวหน้าภารกิจ ดึงตัวระดับ รองเลขาธิการ กสทช. และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เข้ามานั่งควบตำแหน่งสำคัญ เช่น รองเลขาธิการควบ หัวหน้าภารกิจกิจการองค์กร ควบหัวหน้าภารกิจโครงข่าย เป็นต้น
2. ผู้กำกับดูแลและผู้ติดตามดูแล ให้กลุ่มนักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ และผู้อำนวยการสำนักประจำสำนักงาน เข้ามารับหน้าที่ติดตามดูแลงาน
3. ผู้อำนวยการกอง ให้ผู้อำนวยการสำนัก เข้าไปรักษาการและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง “ผู้อำนวยการกอง” อีกหนึ่งตำแหน่ง