ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
คอลัมน์ : Politics policy people forum
เดือนสิงหาคมทั้งเดือน การเมืองอาจเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่าโหมด “สงคราม”
สงครามที่มีคู่กรณี ฝ่ายหนึ่ง แกนนำรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย อีกฝ่ายหนึ่ง พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากไอลอว์ และกองหนุนที่ต้องการเปิดโปงกลเกม “ฮั้ว สว.”
เมื่อคดีฮั้วเลือก สว. เดินทางมาใกล้ถึง “ฉากสุดท้าย”
ย้อนความคดีฮั้วเลือก สว. ที่มีจุดเริ่มต้นในยุครัฐบาลเพื่อไทย โดยกลุ่ม สว.สำรอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หาจุดเชื่อมโยงการทุจริตการเลือก สว. ไปยังกลุ่ม สว.สีน้ำเงินและแกนนำพรรคภูมิใจไทย
เมื่อ สว.สำรอง ยื่นคำร้องไปยัง กกต. เกม สว.ถูกเคลื่อนด้วยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ที่มี ดีเอสไอ ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมเป็นองค์คณะ ใช้ทั้งเทคโนโลยี AI ใช้ระบบนำทาง GPS แกะรอย-ย้อนกลับเส้นทางโทรศัพท์มือถือของแกนนำฝ่ายการเมือง
เชื่อมไปถึงเส้นทางการเงิน จุดที่ใช้รวมพล สว. ทั้งบนเรือ ทั้งโรงแรม งานเลี้ยง รวมถึงรีสอร์ตของนักการเมืองค่ายน้ำเงิน จุดที่ใช้ประชุมก่อการ ก่อนสรุปความเห็นผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย
229 มีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล-เนวิน ชิดชอบ และรัฐมนตรีในแก๊งลูกเทพหลายรายเป็นผู้ถูกกล่าวหา อาทิ แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี, ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกฯ, ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม, วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
ใน 229 ราย แบ่งเป็น สว.สีน้ำเงิน 138 ราย และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และเครือข่าย 91 ราย ซึ่งในจำนวนกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย มีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล-เนวิน ชิดชอบ และ นักการเมืองที่อยู่ในโผได้เป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลอนุทิน 2 อีกหลายคน
หลังจากคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ดำเนินการจบ จากนั้นเสนอให้สำนักงาน กกต.มีความเห็น ได้มีการมอบหมายคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อส่งไปให้ที่ประชุมใหญ่ กกต.พิจารณา แต่ปรากฏว่า คณะอนุฯ ที่ 36 ได้พิจารณาแล้ว มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าให้ยุติเรื่อง
สำนวนจากคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ถูกส่งเข้าไปยังที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี 7 เสือ ประจำการ ประกอบด้วย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ – ประธาน กกต. กกต.ที่เหลือคือ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ, ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, ชาย นครชัย, สิทธิโชติ อินทรวิเศษ, อนันต์ สุวรรณรัตน์ และ ณรงค์ รักร้อย
เมื่อเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ชุดใหม่ มีการพิจารณาในระหว่าง 7 คนโดยนัดถกกันทุกวันจันทร์ ก่อนจะเปิดเผยปลายทางคดีว่า จะได้ข้อยุติในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าววงในของ กกต.ระบุว่า ช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะมีคิวของ กกต.บางรายไปต่างประเทศ ดังนั้น หากเดินทางกลับมาไม่ทัน
สิ้นเดือนสิงหาคม อาจจะต้องขยับไปช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายนเป็นอันรู้ดำ..รู้แดง
ข่าวลือปม มติ 5 ต่อ 2
แม้คดีฮั้ว สว.ยังไม่ยุติในขั้น กกต. แต่กลับมีข่าวกระฉ่อนในทุกวงสนทนาการเมืองว่า มติจะออกมาเป็น 5 ต่อ 2 สอยเฉพาะปลาซิวปลาสร้อย ส่วนแกนนำเบอร์ใหญ่รอดตัว เพราะหลักฐานเชื่อมไปไม่ถึง
แหล่งข่าวที่ติดตามการทำหน้าที่ของ กกต.ประเมินว่า ถ้า กกต.รักตัว กลัวตาย ต้องหาผู้กระทำความผิดระดับหนึ่ง ไม่ฟันไม่ได้ เพราะ กกต.จะตายเอง ถ้า กกต.ไปกตัญญูต่อคนที่เลือกมา กกต.ก็จะติดคุกเอง แต่ในแง่ฝ่ายการเมืองต้องพยายามไม่ให้ทำอะไรเลย หรือ ถ้าจะทำก็ต้องทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ต้องเชื่อมไม่ถึงฝ่ายการเมือง”
“จุดสุดท้ายคือ จะเอา สว.ออกกี่คนก็ได้ แต่ห้ามยุ่งกับฝ่ายการเมือง ห้ามเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองสีน้ำเงิน แม้จะมีตัวละครต่าง ๆ เข้าไปเชื่อมโยงก็ตาม ดังนั้น อาจเกิดการบีบ กกต.ไม่ให้ส่งเรื่องไปถึงศาลฎีกา”
ย้อนไปช่วงปลายรัฐบาลเพื่อไทยใกล้หมดอำนาจ และอำนาจค่อย ๆ เคลื่อนมาอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ระหว่างการดีล “MOA” ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับ พรรคประชาชน เป็นช่วงที่ กกต.ตั้งคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาเป็นชั้นที่ 2
มีรายงานจากแหล่งข่าวใน กกต.ว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่กรุยทางคดีฮั้ว สว. ได้ทำหนังสือ “ขอส่งพยานหลักฐาน” เพิ่มเติมที่ได้เสาะแสวงหา “จุดเชื่อมโยง” คดีฮั้ว สว.กับแกนนำการเมืองสีน้ำเงิน ให้ กกต.นำไปพิจารณา แต่ปรากฏว่าหนังสือดังกล่าวถูกตีตก พยานหลักฐานจึงไม่ถูกส่งเข้าสู่ห้องประชุมพิจารณา
แต่สุดท้ายหลักฐานการสืบสวนก็เป็น “ข้อมูล” เพื่อ “เปิดการแสดง” นอกสภา
โดย พริษฐ์ และ ยิ่งชีพ นำมาต่อยอดให้เห็นภาพใหญ่
ยกระดับ กดดัน 7 กกต.
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในหัวหอกเดินหน้าคุ้ยปม ฮั้ว สว. ในยุครัฐบาลเพื่อไทย ได้ออกมากดดันให้ กกต.ยื่นศาลฎีกา ชี้ขาด สว. โดยระบุตอนหนึ่งว่า “ขณะที่สมาชิกวุฒิสภา 138 คน กำลังถูกไต่สวนในคดีทุจริตการเลือกตั้ง วุฒิสภาชุดเดียวกันกลับเป็นผู้ลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. จำนวน 5 ใน 7 คน เข้าดำรงตำแหน่ง นายฐิติเชฏฐ์นุชนาฏ แม้ครบวาระแล้ว แต่เมื่อวุฒิสภาไม่เห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาใหม่ จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป”
“กรรมการ กกต. อีก 4 คน ได้แก่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ นายณรงค์ รักร้อย และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร ต่างได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน”
“ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมทำให้วิญญูชนตั้งคำถามได้ว่า การพิจารณาคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเคยมีบทบาทในการลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. จะสามารถดำเนินไปโดยปราศจากอคติหรือความผูกพันทางใจได้เพียงใด แม้ไม่มีการกระทำที่ไม่ชอบเกิดขึ้นก็ตาม ความเชื่อมั่นของสาธารณชนย่อมได้รับผลกระทบจากภาพแห่งความขัดกันของผลประโยชน์”
“มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” คือมาตรฐานทางกฎหมายที่ กกต. ต้องยึดถือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 บัญญัติว่า หากมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการกระทำอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
“ภายใต้ข้อเท็จจริงและข้อกังวลที่เกิดขึ้น ทางออกที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมมากที่สุด คือการที่ กกต. ใช้อำนาจตามมาตรา 62 ยื่นคำร้องและส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยคดี” พ.ต.อ.ทวีระบุ
สงครามคดีฮั้ว สว. จะยกระดับขึ้นไปจนกว่าจะมีการตัดสิน
ชอตจากนี้ไปจะนำคำว่า หลัก “การขัดกันแห่งผลประโยชน์” มาจุดโฟกัสจะไปอยู่ที่ กกต. 4 คน ที่ถูกเลือกจาก สว.ชุดปัจจุบัน และ กกต.อีก 1 คน ที่ครบวาระ ว่า “ผลัดกันเกาหลัง” กับ สว.สีน้ำเงิน ฝ่ายการเมืองน้ำเงิน เรียกร้องให้ 5 คนถอนตัวจากการพิจารณา เปิดทางให้ศาลฎีกาไต่สวน
ก่อนจะถึงจุดชี้ชะตาปลายสิงหาคมนี้