ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ฝ่ายค้านแหวกมวลม่านน้ำที่กำลังถล่มรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล จนเรตติ้งการบริหารจัดการดิ่งทรุด
เปิดปฏิบัติการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ทันที ไม่ต้องรอให้น้ำลด
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ต้องการ “ตีแผ่ความจริง”
มีเป้าหมายทำลาย “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่พรรคฝ่ายค้านขีดเส้นว่า “เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย”
“การอภิปรายต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้มุ่งต่อระบอบสีน้ำเงิน อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตย เราจึงใช้หลักเกณฑ์ทั้งหมดพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลและพยานหลักฐาน ก่อนตั้งข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีทั้ง 18 คน” ณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้าน ตั้งเกณฑ์เชือด 18 รัฐมนตรี
ซึ่งหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านจะดำเนินการทุกทางเพื่อเอาผิดรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามพยานหลักฐาน
พุ่งเป้า 18 รัฐมนตรี
1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 7. พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 9. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 10. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 12. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 13. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 14. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 16. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 17. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 18. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ซักฟอกทุจริต-ไร้ความสามารถ
หากถอดรหัส “ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ของพรรคฝ่ายค้าน ที่พุ่งเป้าไปถึงนายกรัฐมนตรี พ่วง 17 รัฐมนตรี จะเห็นร่องรอยประเด็นที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาทิ
ข้อกล่าวหาทุจริต-ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต มี 17 คนที่ถูกกล่าวหา มีเพียง “ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ” เท่านั้นที่ไม่มีประเด็นทุจริต
ข้อกล่าวหาผลประโยชน์ทับซ้อน มีรัฐมนตรี 8 คน ประกอบด้วย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถูกกล่าวหา ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง บริวาร พวกพ้อง และเครือข่ายพรรคการเมือง
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ถูกกล่าวหาว่า ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
“ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ ถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง, “สุชาติ ชมกลิ่น” ถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง
“พ.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม ถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง “สุขสมรวย วันทนียกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ถูกกล่าวหาว่า แทรกแซงและมีพฤติกรรมอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
“สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รมช.คมนาคม ถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง และ “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” รมช.มหาดไทย มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง
คดีฮั้ว สว. มีรัฐมนตรี 10 คน ประกอบด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ถูกข้อกล่าวหาว่า โกงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ และเข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, เจเศรษฎ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย, วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ถูกกล่าวหาว่า ใช้อำนาจ เครือข่ายครอบครัว และพรรคการเมือง ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ
ข้อกล่าวหาไร้ความสามารถหรือขาดความสามารถ มีรัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ถูกกล่าวหาว่า ไร้ความสามารถในการเป็นผู้นำประเทศ ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ไร้ความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศชาติ
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ถูกกล่าวหาว่า ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ถูกกล่าวหาว่า ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพในปัจจุบัน
ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถูกกล่าวหาว่า ไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน
เสียงรัฐบาล 350 เสียงอัพ
อย่างไรก้ตาม หากนับจำนวนเสียงในรัฐบาลเวลานี้ รัฐบาลอนุทิน 2 มีเสียงในสภาแข็งแกร่งกว่า 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง
และหากเทียบกับการลงมติรับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มีมติ 338 ต่อ 144 เสียง ปรากฏมีเสียงของพรรคกล้าธรรม ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรมหมเผ่า เป็นหัวหน้าพรรค เท 56 เสียง ในวันโหวตงบประมาณ เว้นเพียง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สส.สระแก้ว เท่านั้น
ร.อ.ธรรมนัสยืนยันความสัมพันธ์กับ “อนุทิน” เมื่อถูกตั้งคำถามพร้อมร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า “ผมยืนยันแบบเดิมว่าผมกับท่านนายกฯ เป็นเพื่อนกัน การพบปะการประสานงานบางเรื่องหากเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและพี่น้องประชาชน ก็ต้องยอมรับว่าผมทำ เราอย่าปฏิเสธความจริงเลย”
ก่อนจะมีภาพปรากฏการ “โชว์นาฬิกา” มือ 2 ถอดมาจากมือนายกฯ อนุทิน
เป็นช่วงเวลาเดียวกับพรรคประชาชนเปิดเกม “ขับ” พรรคกล้าธรรมออกจากการเป็นวิปฝ่ายค้าน ก่อนสรุปอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนพรรคกล้าธรรม จำนวน 58 เสียง กลายเป็นพรรคอะไหล่รอเสริม หากพรรคกล้าธรรมยกมือไว้วางใจ ทำให้รัฐบาลทะลุ 350 เสียง
เจาะเสียงพรรคฝ่ายค้าน
ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันตัวเลขเดิม 5 พรรค แต่กลับมีจำนวนเสียงน้อยลงจากเดิมมาก หลังจากขับพรรคกล้าธรรม พ้นจากการเป็น “พันธมิตร”
นาทีนี้พรรคฝ่ายค้านมี 149 เสียง ประกอบด้วย ประชาชน 120 เสียง ประชาธิปัตย์ 21 เสียง ไทรวมพลัง 6 เสียง เสรีรวมไทย 1 เสียง และไทยภักดี 1 เสียง
หากวัดกำลังในสภาผู้แทนราษฎร พรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน ย่อมไม่สามารถทำให้รัฐบาลอนุทิน 2 ระคายเคืองในสภาได้ เพราะแน่นอนว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐธรรมนูญมาตรา 151 รัฐบาลย่อมได้เสียง “ไว้วางใจ” เกินครึ่งหนึ่งของสภา
จำนวนมือไม่สำคัญ
เมื่อพรรคกล้าธรรมไม่ถูกจัดอยู่ในพรรคฝ่ายค้านอีกต่อไป พรรคฝ่ายค้านจึงมีเหลือเพียง 145-149 เสียงเท่านั้น จึงไม่สามารถ “ล้ม” รัฐบาลในสภาได้
“สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้านระดับตำนาน มั่นใจข้อมูลที่พรรคมีอยู่ในมือจะสามารถ “เขย่า” รัฐบาลอนุทินได้ ไม่สำคัญว่ามีจำนวนมือแค่ไหน
“เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะเราพบชุดของข้อมูล ที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีที่ผิดพลาด บกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวกพวกพ้อง ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง เราจึงยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐมนตรีที่พรรคได้เตรียมเอาไว้ เรายืนยันในชุดข้อมูลว่าได้มีการตรวจสอบแล้วก็เกิดความเสียหายจริง”
“ประสบการณ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในหลาย ๆ ยุคที่ผ่านมา ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มือใครมากกว่ากัน แต่ความสำคัญอยู่ที่ชุดของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาด บกพร่อง ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมีพฤติกรรมที่กระทำไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักจริยธรรมหรืออื่น ๆ จะทำให้สังคมโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านได้เห็นอย่างชัดเจน ว่า รัฐมนตรีท่านนั้นสมควรที่จะไว้วางใจให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไปอีกหรือไม่ ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด”
เช่นเดียวกับ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เห็นสอดคล้องกับ “สาทิตย์” ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้วัดกันที่ชุดข้อมูล และความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล
และยังย้ำว่า “ฝ่ายค้าน” จะทำให้รัฐบาลนั่งไม่ติดเก้าอี้ “ยังเป็นเป้าหมายและเชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมายได้”
อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลอนุทินต้องรับศึกซักฟอกรัฐบาล หลังอยู่ในตำแหน่งมา 1 ปี เมื่อรวมกับช่วงรัฐบาลอนุทิน 1
เป็นครั้งแรกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มือการเมือง นักอภิปรายระดับเทพ กลับมาสู่สภา ทั้งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, กรณ์ จาติกวณิช, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หลังแยกย้ายตั้งแต่จบการเลือกตั้ง 2562
จบศึกไม่ไว้วางใจ แม้รัฐบาลอนุทินอาจจะชนะในสภา แต่ย่อมมีบาดแผล
โดยข็อตต่อไป ฝ่ายค้านตั้งเป้านำข้อมูลที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในสภาไปยื่นตรวจสอบเอาผิดกับ 18 รัฐมนตรี ผ่านองค์กรอิสระและนำมาขยายผลทางการเมืองนอกสภาแน่นอน