คู่แข่ง คู่แค้น ลูกน้อง ‘ทักษิณ’ หลบภัย ‘เพื่อไทย’ ร่วมขบวนสืบทอดอำนาจ

เครือข่ายทักษิณที่กระจายไปในพรรคการเมืองต่างๆ

เมื่อระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมในรัฐธรรมนูญมีชัย ฤชุพันธุ์ สร้างโจทย์หินให้นักการเมือง-พรรคการเมือง ในเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร ต้องแตกตัว-แตกค่าย กันอลหม่าน

เพราะกลายเป็นว่าพรรคที่ได้คะแนน ส.ส.เขตมาก ยิ่งไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ข้อค้นพบของ “เพื่อไทย” พรรคหลักในเครือข่ายทักษิณ คือ จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว

เมื่อ “สแกน” คน-เครือข่าย “ทักษิณ” ซึ่งกระจายอยู่พรรคต่าง ๆ ที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน กระจายไปอยู่พรรคต่าง ๆ ดังนี้

ทษช.รวมลูกหลาน “ชินวัตร”

เริ่มจากพรรค ทษช.จากพรรคที่เปรียบเหมือนเป็นพรรค “จูเนียร์” เพราะมีแต่บรรดาลูก-หลานของเครือข่าย “ทักษิณ” มายึดกุมที่นั่งกรรมการบริหารพรรค ตั้งแต่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พท. หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค 3 คน ประกอบด้วย


“ฤภพ ชินวัตร” บุตรชาย นายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ ชินวัตร “สุณีย์ เหลืองวิจิตร” อดีต ส.ส.พิจิตร และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย “นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล” แกนนำ นปช.ราชบุรี

“มิตติ ติยะไพรัช” บุตรชายของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เป็น เลขาธิการพรรครองเลขาธิการพรรค 3 คน ประกอบด้วย “ต้น ณ ระนอง” บุตรชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “วิม รุ่งวัฒนจินดา” ทีมงานยิ่งลักษณ์ “คณาพจน์ โจมทอง” เพื่อนสนิท น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของ “ทักษิณ”

“น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์” บุตรสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวของนายทักษิณ นายทะเบียนสมาชิกพรรค “รุ่งเรือง พิทยศิริ” อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เป็นกรรมการบริหารพรรค

กรรมการสรรหาผู้สมัคร อาทิ “พิชิต ชื่นบาน” หัวหน้าทีมสู้คดีครอบครัวชินวัตร ซึ่งมาดูเรื่องกฎหมายให้ ทษช. คู่กับ “นรวิชญ์ หล้าแหล่ง” ทนายความของยิ่งลักษณ์ “กฤษณา สีหลักษณ์” อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์” อดีต ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งฯ เพื่อนของนายทักษิน ชินวัตร “พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย “พฤติชัย วิริยะโรจน์” อดีตผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “สุทิษา ประทุมกุล” ทีมงาน “ยิ่งลักษณ์”

แต่บัดนี้เริ่มมีแกนนำ-นักการเมือง เพื่อไทยที่มาอยู่ ทษช. อาจทำให้ภาพลักษณ์เป็นฝ่ายประชาธิปไตยมากขึ้น โดยมี “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีต รมว.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มาพร้อมน้องชาย “วุฒิพงศ์ ฉายแสง” ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “วีระกานต์ มุสิกพงศ์” อดีตประธาน นปช. “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. อดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “ก่อแก้ว พิกุลทอง-วิภูแถลง พัฒนภูมิไท-นพ.เหวง โตจิราการ” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย ในกลุ่มเสื้อแดง

นอกจากนี้ ยังมี “พิชัย นริพทะพันธุ์” อดีต รมว.พลังงาน ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” อดีต รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงเขต หรือบัญชีรายชื่อ “อนุตตมา อมรวิวัฒน์” ซึ่งลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยหมาด ๆ “สุธรรม แสงประทุม” อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย

เงาทักษิณใน ปชช.-เพื่อชาติ

ส่วนพรรคเครือข่ายอย่าง “ประชาชาติ” เกิดจากชื่อของ “พรรคเพื่อไทย” ขายไม่ออกในพื้นที่ภาคใต้ ลูกน้อง-เครือข่ายทักษิณจึงเสนอไอเดียตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา โดยเข็น “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในยุคพรรคไทยรักไทย เป็นหัวหน้าพรรค มี “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” อดีตผู้อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นอดีตข้าราชการที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเพื่อไทย เป็นเลขาธิการพรรค ส่วน “วรวีร์ มะกูดี” อดีตกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย “ณหทัย ทิวไผ่งาม” อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาลนายทักษิณ เข้ามาเป็นโฆษกพรรค

ส่วนพรรคเพื่อชาติ เป็นลูกน้องเพื่อนอยากตั้งพรรค “ทักษิณ” จึงไฟเขียว โดยมี “สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. ในฐานะผู้ร่วมจัดตั้งพรรค “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีตประธานรัฐสภา รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน “ลินดา เชิดชัย” อดีตผู้แทนการค้าไทย ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “ลลิตา ฤกษ์สำราญ” อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในยุคที่พรรคไทยรักไทยเป็นเสียงข้างมากในฝ่ายนิติบัญญัติ

ส่วนพรรคเพื่อธรรม ที่กลายเป็นพรรคอะไหล่ของจริง เพื่อสำรองการถูกยุบพรรค ก็มีคนที่ใกล้ชิดกับ “ทักษิณ” เข้าไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรค อย่าง“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค เคยเป็นอดีตรองนายกฯ ในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน “นลินี ทวีสิน” รองหัวหน้าพรรค เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “พงศกร อรรณนพพร” เลขาธิการพรรค เคยเป็นอดีต รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช-พรรคพลังประชาชน

เครือข่ายทักษิณหนีตายเพื่อไทย

และเพราะรัฐธรรมนูญมีชัยอีกเช่นกัน ที่คนในเครือข่ายทักษิณจำนวนหนึ่งมองว่า โอกาสที่ “เพื่อไทย” จะชนะในสนามเลือกตั้งริบหรี่เต็มทน ตัวอย่าง เช่น “ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ-สุนทรี ชัยวิรัตนะ” อดีต ส.ส.ชัยภูมิ เพื่อไทย ที่ย้ายสังกัดมาสวมภูมิใจไทย เช่นเดียวกับ พงษ์พันธุ์ สุนทรชัย อดีต ส.ส.หนองคาย เพื่อไทย

อีกด้านหนึ่ง “พรรคพลังประชารัฐ” พรรคน้องใหม่แบ็กอัพดี มี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุมอำนาจบริหารพรรค และมีที่ปรึกษาทางใจ คือ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” แม่ทัพเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกคนที่อยู่ในเครือข่ายทักษิณ

โดยมีกลุ่มสามมิตร เป็นแกนหลักรวบรวมกำลังพล-อดีตนักการเมืองที่ลาสนาม-ร้างสนามไปนาน กลับเข้าสู่สังเวียนใหม่อีกรอบ โดยมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีต รมว.อุตสาหกรรม ในรัฐบาลทักษิณ สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกฯ ในรัฐบาลทักษิณ อยู่เบื้องหลัง ซึ่งนำทัพสามมิตรเข้าร่วมกับ พปชร. เมื่อ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อ “ทักษิณ” แตกพรรค คนในเครือข่ายทักษิณก็ “แตกฮือ”

Previous article“โนเกีย” ประกาศผสานเครือข่ายมือถือ-กลุ่มธุรกิจ ปรับโฉมใหม่ มุ่งสู่ 5G
Next articleหุ้นปิดตลาดลบ 12.93 จุด ดัชนี 1,604 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.5 หมื่นล้าน