Skip to content

เปิดไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ 15 เดือน ตั้ง ส.ส.ร. สูตรอำนาจพิเศษ

23 พ.ย. 2563 | 07:31น.
เปิดไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ 15 เดือน ตั้ง ส.ส.ร. สูตรอำนาจพิเศษ

ในที่สุดรัฐสภาอันทรงเกียรติ ไม่ได้ “แกง” คอการเมือง

เมื่อการโหวตญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ ไม่พลิกความคาดหมาย ไม่หนีไปจากกระแสข่าวว่าจะ “ตีตก” ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ที่ล่าชื่อประชาชน 98,000 ชื่อ เข้าสู่สภา

ให้ผ่านแค่ 2 ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่เปิดทางนำไปสู่การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคฝ่ายค้าน และรัฐบาลเท่านั้น เร่งดีกรีม็อบนอกสภาให้ระอุยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับพรรคร่วมรัฐบาล จะกลายเป็น “ร่างหลัก” ยึดเป็นโครงร่างในการพิจารณา เพราะจากผลการลงมติ คะแนนของร่างฯของพรรคร่วมมีคะแนน

รับหลักการ 647 ต่อ 17 คะแนน งดออกเสียง 55 คะแนน มากกว่าร่างฯพรรค
ฝ่ายค้าน รับหลักการ 576 คะแนน ไม่รับหลักการ 21 คะแนน งดออกเสียง 123 คะแนน

พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาขึ้นมา 45 คน ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 ไม่ได้ “กำหนดเวลา” ว่า กมธ.วิสามัญที่ตั้งขึ้นมาต้องพิจารณาแปรญัตติเสร็จภายในกี่วัน

เพียงแต่กำหนดว่า “การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น”

หากยึดเส้นทางแก้รัฐธรรมนูญจากปากคำของผู้มีอำนาจในรัฐบาลนั้น นับนิ้วกันคร่าว ๆ ไทยอาจมีรัฐธรรมนูญถาวร ฉบับที่ 21 ในปี 2565 เป็นอย่างเร็ว

พลิกบันทึกคำพูดของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภา เมื่อ 26 ตุลาคม 2563 ในการอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพื่อหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศ

วันนั้น “พล.อ.ประยุทธ์” เปิดเผยว่า จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จในวาระที่ 1 วาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในเดือน ธ.ค. 2563 แต่ยังประกาศใช้ไม่ได้ ต้องรอทำประชามติก่อน โดยสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเสนอ พ.ร.บ.ประชามติเข้าสภา ถ้า พ.ร.บ.ประชามติเสร็จเมื่อไหร่ก็ต้องไปทำประชามติเมื่อนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนให้การสนับสนุนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ “วิษณุ” กล่าวว่า เมื่อสภาเปิดมาต้นพฤศจิกายน 2563 ร่างรัฐธรรมนูญต้องเข้าสภาวาระที่ 1 และตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาพิจารณาไม่เกิน 45 คน คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ได้ในเดือน ธ.ค. 2563

“ในที่สุดต้องนำร่างรัฐธรรมนูญไปออกเสียงประชามติ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ รัฐบาลจะขอให้รัฐสภาพิจารณาในที่ประชุมร่วมกัน โดยถือว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปเพื่อเร่งรัดตัดขั้นตอนไปได้ คู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในเดือน ธ.ค. 2563 หรือต้น ม.ค. 2564 โดยนำร่าง พ.ร.บ.ประชามติทูลเกล้าฯ มีพระราชอำนาจ 90 วัน เมื่อกลับลงมาแล้ว ก็ให้นำร่างรัฐธรรมนูญที่เสร็จวาระสาม ไปออกเสียงประชามติภายใน 90 วัน หลัง พ.ร.บ.ประชามติประกาศบังคับใช้”

จึงเห็นลาง ๆ ว่าเส้นทางของการมีรัฐธรรมนูญใหม่จะมีเส้นทางอย่างไร เมื่อยึดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล ที่ใช้เป็นร่างหลักในการแก้ไข ตั้งตุ๊กตาร่างรัฐธรรมนูญไว้ที่ 15 เดือน

หากนับจากวันที่รัฐสภามีมติ “รับหลักการ” ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบคำพูดของ “ประยุทธ์-วิษณุ” ที่ระบุไทม์ไลน์ว่า รัฐสภาจะสามารถลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2-3 ได้ในเดือนธันวาคม 2563 หรือมกราคม 2564

จากนั้น นับต่อไปสู่กระบวนการทำประชามติ 60-90 วัน ก็จะตรงกับช่วงเมษายน 2564 เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการประชามติ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในเดือนมิถุนายน 2564 ใช้เวลาประมาณ 120-130 วัน ตามร่างของรัฐบาล ซึ่งกำหนดสัดส่วน เลือกตั้งจากประชาชน 150 คน รัฐสภาเลือก 20 คน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 20 คน นักเรียน นิสิต นักศึกษาเลือกมา 10 คน รวม 200 คน

ตุลาคม 2564 จะเห็นหน้า เห็นตา ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทำการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไปอีก 8 เดือน

นับคร่าว ๆ จะตรงกับมิถุนายน 2565 เมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วส่งรัฐสภา กับ กกต.ส่งไปทำประชามติ (แม้ว่าในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายรัฐบาลจะกำหนดว่า หากรัฐสภาเห็นชอบให้ส่งขึ้นทูลเกล้าฯ เว้นแต่รัฐสภาไม่เห็นชอบจึงไปทำประชามติ แต่มีแนวโน้มที่มาตราดังกล่าวจะถูกแก้ไขให้ทำประชามติ แม้รัฐสภาเห็นชอบ)

กระบวนการประชามติจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีกรอบใน 60 วัน ตรงกับกันยายน 2565 หากรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านประชามติ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ อยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก 1 ใน 45 กรรมาธิการ ฝ่ายพลังประชารัฐ โดยออกตัวตั้งแต่ยังไม่ได้ประชุมนัดแรกว่า การพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 2-3 อาจไม่จบภายในเดือนธันวาคมนี้ อาจจะต้องขยับการลงมติไปในเดือนมกราคม 2564

ดังนั้น ปฏิทินการมีรัฐธรรมนูญใหม่จะสะวิงอยู่ 1 ถึง 2 เดือน แต่จะอยู่ในปี 2565