เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
Columns Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
เปิดตัว Tesla Roadster รถบินได้ จองในไทยวันนี้ 178,000 บาท
Automotive เปิดตัว Tesla Roadster รถบินได้ จองในไทยวันนี้ 178,000 บาท
QUICK ฮอต! บิ๊กเนมแห่จอง ‘HUMAN-สุระ-เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์’ ร่วมวง
Finance QUICK ฮอต! บิ๊กเนมแห่จอง ‘HUMAN-สุระ-เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์’ ร่วมวง
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
เซ็นทรัลบูม ‘คลองหลวง’ ทำเลทองทุนใหญ่ขยับ-จับตาที่ดิน ‘บิ๊กซีนวนคร’
Real Estate เซ็นทรัลบูม ‘คลองหลวง’ ทำเลทองทุนใหญ่ขยับ-จับตาที่ดิน ‘บิ๊กซีนวนคร’
ชัยชนะครั้งใหม่ ของผู้บริโภค
Business ชัยชนะครั้งใหม่ ของผู้บริโภค
CBRE จับมือ SC ขนทัพบ้าน-คอนโดหรูบุกพารากอน แพงสุด 528 ล้าน ดึงเศรษฐีช้อป เป้ายอดขาย 1,000 ล้าน
Real Estate CBRE จับมือ SC ขนทัพบ้าน-คอนโดหรูบุกพารากอน แพงสุด 528 ล้าน ดึงเศรษฐีช้อป เป้ายอดขาย 1,000 ล้าน
มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ครบ 10 ปี ประกาศดาวมิชลิน 10 พ.ย. นี้
Biz Movement มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ครบ 10 ปี ประกาศดาวมิชลิน 10 พ.ย. นี้
ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
Finance ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
Politics ‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
ดูทั้งหมด

ฝ่ายค้านเท! กรรมการสมานฉันท์ จวกรัฐบาลปาหี่ ต้องยุติคดี ม.112

22 ธ.ค. 2563 | 14:20น.

6 พรรคฝ่ายค้าน เคารพ “ประธานชวน” แต่ไม่เข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ ชี้ รัฐไร้ความจริงใจ ยังจับกุมผู้ชุมนุม  

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเสรีรวมไทย ประชุมเพื่อกำหนดท่าทีการเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นายสมพงษ์ อมรวิวัตน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายจะไม่เข้าร่วม คณะกรรมการสมานฉันท์ จนกว่ารัฐบาลและคู่กรณีความขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายจะเข้าร่วม และรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง ด้วยการยุติการคุกคาม และยุติการจับกุม คุมขัง ผู้เห็นต่าง ยกเลิกการตั้งข้อหากับผู้ชุมนุม อย่างขาดหลักแห่งความยุติธรรม

“แนวทางแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ที่เหมาะสมที่สุดคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกสำคัญของการแก้ไขปัญหา รัฐบาลต้องทำให้สังคมยอมรับว่ามีความตั้งใจและจริงใจที่จะสร้างความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพราะความเป็นประชาธิปไตยคือกลไกสำคัญที่ทุกฝ่ายจะยอมรับ และสร้างให้เกิดความเชื่อมั่น และคือหนทางสำคัญในการคลี่คลายทุกปัญหาของสังคมไทย” นายสมพงษ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรแสดงความจริงใจโดยเร่งหาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และยอมรับให้เกิดกระบวนการเลือก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเชื่อใจว่า

พวกตนไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ และต้องการถอยออกจากอำนาจอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจกำหนดกฎกติกาให้เป็นประชาธิปไตย เพื่ออนาคตด้วยมือของประชาชนเอง

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธร เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่สถานการณ์วันนี้ไม่มีทางที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้ เพราะ 1. การรัฐประหารโดย พล.อ.ประยุทธ์ 2.ระบอบการเมืองที่เกิดจากการรัฐประหารทำให้การเมืองถอยห่างออกจากความเป็นประชาธิปไตย

3.การใช้ไอโอสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม 4.การใช้อำนาจทั้งผ่านกระบวนการทางกฎหมาย และนอกกฎหมาย เพื่อกด และปราบปรามประชาชน ทำให้การสมานฉันท์ไม่เกิด และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ตราบใดที่ยังมีสิ่งเหล่านี้

ดังนั้น หากจะแก้ไขความขัดแย้ง พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ยุติดำเนินคดีอย่างกว้างขวางทั้งกฎหมายอาญามาตรา 112 และกฎหมายความมั่นคง 2.ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากประชาชน ไม่ตั้ง ส.ส.ร. ที่เป็นการสืบทอดอำนาจ

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ต้นเหตุความขัดแย้ง เพราะเราไม่เป็นประชาธิปไตย สิ่งที่รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาล ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา ต้องแสดงความจริงใจให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจะแก้ไขความบกพร่องได้ เป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย แก้ไขสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ ตั้ง คณธกรรมการสมานฉันท์ในขณะที่บ้านเมืองเป็นเผด็จการ ซึ่งคิดว่าไม่สามารถเกิดความสมานฉันท์ได้

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ให้ความเคารพนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาที่จะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์  แต่รัฐบาลต้องเอาคนที่มีความจริงใจไม่ใช่สร้างความแตกแยกยิ่งขึ้น เห็นได้ว่าไม่มีความจริงใจ กาาที่จะแก้ไข รัฐบาลก็ทำได้ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ เหมือนรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ฆ่ากันเพราะคอมมิวนิสต์ ก็ออก 66/23 และก็จบ แต่ที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการปรองดองมาแล้วหลายชุดแต่ถ้ารัฐบาลไม่ทำก็ไม่มีความหมาย ดังนั้น ขอไม่ร่วม ถ้าร่วมก็เท่ากับสร้างความชอบธรรม

ทั้งนี้ แถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้าน เรื่อง คณะกรรมการสมานฉันท์ ระบุว่า การดำเนินงานของรัฐบาลในปัจจุบันไม่สามารถนำไปสู่ทางออกของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลมิได้ทำให้สังคมเชื่อมั่นได้ว่าตั้งใจจริงกับการแก้ไขปัญหา

รวมทั้งยังใช้กฎหมายที่ทำให้ฝ่ายเห็นต่างที่เป็นคู่ขัดแย้งรู้สึกว่ารัฐบาลใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดตน ซึ่งถือเป็นการทำลายบรรยากาศการร่วมมือและปรองดอง และรัฐบาลยังไม่เปิดใจรับฟังที่จะแสวงหาจุดร่วมเพื่อช่วยกันคลี่คลายปัญหา เท่ากับรัฐบาลได้ปิดกั้นหนทางการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง

ความพยายามของประธานรัฐสภาที่พยายามจะสร้างคณะกรรมการสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น โดยที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และกลุ่มผู้เห็นต่างกับรัฐบาลซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงไม่เข้าร่วม คณะกรรมการชุดนี้จึงไม่สามารถเป็นความหวัง ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้

คณะกรรมการสมานฉันท์ ที่จะสามารถเป็นทางออกได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากคู่ขัดแย้งต้องเห็นความสำคัญ และทั้งสองฝ่ายต้องตัดสินใจที่จะเข้าร่วม เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของการเริ่มต้นกระบวนการปรองดอง ทั้งสองฝ่ายต้องพร้อมที่จะนำความขัดแย้ง และความจริงที่เป็นประเด็นปัญหาความขัดแย้งมาคุยกันบนโต๊ะเจรจาโดยมีคนกลางเข้าร่วม ภายใต้บรรยากาศแห่งการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงใน คณะกรรมการสมานฉันท์ชุดนี้

“พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอยืนยันว่า จะไม่เข้าร่วม คณะกรรมการสมานฉันท์ จนกว่ารัฐบาลและคู่กรณีความขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายจะเข้าร่วม และรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง ด้วยการยุติการคุกคาม และยุติการจับกุม คุมขังผู้เห็นต่าง ยกเลิกการตั้งข้อหากับผู้ชุมนุม อย่างขาดหลักแห่งความยุติธรรม”

แนวทางแก้ไขวิกฤติครั้งนี้ที่เหมาะสมที่สุด คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกสำคัญของการแก้ไขปัญหา รัฐบาลต้องทำให้สังคมยอมรับว่ามีความตั้งใจและจริงใจที่จะสร้างความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพราะความเป็นประชาธิปไตยคือกลไกสำคัญที่ทุกฝ่ายจะยอมรับ และสร้างให้เกิด “ความเชื่อมั่น” และคือหนทางสำคัญในการคลี่คลายทุกปัญหาของสังคมไทย

รัฐบาลควรแสดงความจริงใจโดยเร่งหาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และยอมรับให้เกิดกระบวนการเลือก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเชื่อใจว่า พวกตนไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ และต้องการถอยออกจากอำนาจอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจกำหนดกฎกติกาให้เป็นประชาธิปไตย เพื่ออนาคตด้วยมือของประชาชนเอง