Skip to content

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เอฟเฟ็กต์ กม.ลูกนับหนึ่งใหม่ พรรคใหญ่สะสมชัยชนะ

23 ธ.ค. 2564 | 08:06น.
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เอฟเฟ็กต์ กม.ลูกนับหนึ่งใหม่ พรรคใหญ่สะสมชัยชนะ
รายงานพิเศษ

อายุขัยของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่รู้วัน ว. เวลา น. ยุบสภา-ครบวาระ แต่การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา-ชุมพร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กำลังจะเกิดขึ้นภายในครึ่งปีแรกของปี 2565

16 มกราคม 2564 เป็นวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 6 สงขลา และเขต 1 ชุมพร แทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ 2 อดีตแกนนำ กปปส. “ถาวร เสนเนียม-ชุมพล จุลใส” ส.ส.แดนสะตอค่ายประชาธิปัตย์ พ้นสถานะความเป็น ส.ส.

แม้สนามการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 2 เขต ปักษ์ใต้ครั้งนี้จะไม่สะเทือนเสียงของรัฐบาล เพราะเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่สะท้อนถึง “คะแนนนิยม” ของ 2 พรรครัฐบาลประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า โดยเฉพาะสนามเลือกตั้งภาคใต้

ขุมกำลังของพรรคประชาธิปัตย์พร้อมสรรพ-เต็มสูบโดยเฉพาะ “กัปตันทีม” นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค-แม่ทัพภาคใต้ป้ายแดง

ขณะที่ “ตัวผู้เล่น” ที่จะส่งลงรักษาแชมป์-เดิมพันแพ้ไม่ได้ประกอบด้วย 1.น.ส.สุภาพร กำเนิดผล เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 6 สงขลา และ 2.นายอิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 1 ชุมพร

ส่วนคู่ต่อกร-พรรคพลังประชารัฐ “เสียชื่อไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้” เตรียมส่ง “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ทายาทศรีตรังโกลฟ์ ลงชิงเก้าอี้ ส.ส. เขต 6 สงขลา กลบเสียงซุบซิบ “เกี้ยเซียะ” จึงต้องส่ง “ชวลิต อาจหาญ” อดีต ส.ส.สอบตก “ลงไปแพ้” ในการเลือกตั้งซ่อมชุมพรเขต 1

ขณะที่การเลือกตั้งสนามผู้ว่าฯ กทม.ที่ว่างเว้นมานานเกือบ 9 ปี เริ่มเห็น “แสงสว่างปลายอุโมงค์” หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ลั่นวาจา-ขีดเส้นไม่เกินกลางปี 2565

2 แคนดิเดตพ่อเมืองเสาชิงช้า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครอิสระ-ในร่มเงาพรรคเพื่อไทย และ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประชาธิปัตย์ ส่งเข้าประกวด เปิดหน้า-เปิดตัว

พร้อมปล่อยอาวุธลับ-พลังแฝง “ผู้ช่วยหาเสียง” ฝั่ง “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” มี “ดร.โจ” พิจิตต รัตตกุล อดีผู้ว่าฯ กทม. ข้างกายฟาก “ดร.เอ้” มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกฯคนที่ 27 เป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูด “แม่ยก”

แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.อีก 1 คน-“ผู้ว่าฯ อัศวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ยัง “อุบไต๋” ไม่เปิดเป้า-ปิดจุดอ่อนให้ถูกโจมตีก่อนระฆังชิงจวนผู้ว่าฯ กทม.จะดังขึ้น

“ผู้ว่าฯ อัศวิน” รู้ว่าหากยอมปริปาก-รับคำท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ด้วยวิธีปกติ เสียงแซะให้ลุกขึ้น-ลงจากเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ด้วย “วิธีพิเศษ” ย่อมถาโถมเข้าใส่เพื่อไม่ให้คุณแก้ตัวเองโดยอาศัยอำนาจผู้ว่าฯ กทม.ชิงความได้เปรียบหาเสียง-ทำแต้ม

ขณะที่แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ที่พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างไม่เป็นทางการ

หลังจาก “ผู้ว่าฯ หมูป่า” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ขอใช้ชีวิตราชการจนอัสดง ติดปัญหาทางเทคนิค-ขาดคุณสมบัติ

การเฟ้นหาตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ อาจเป็น “เหตุผลสำคัญ” ที่ส่งผลให้ “วันหย่อนบัตร” สนามเลือกตั้ง กทม.ยื้อออกไปไม่มีกำหนด

ทว่า “เหตุผลหลัก” คือกระแสคนเมืองหลวงจะจุดกระแสต้องการการเปลี่ยนแปลงจากสนามเล็ก-การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นเอฟเฟ็กต์ไปสู่สนามใหญ่-การเลือกตั้ง ส.ส.

ถ้าไม่นับความไม่ชัดเจนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะอยู่จนครบวาระหรือยุบสภา โรดแมปการเลือกตั้งระดับชาติ-สนามใหญ่จึง “ชี้ขาด” ด้วยกฎหมายลูก 2 ฉบับ

1.ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) การเลือกตั้ง ส.ส. และ 2.ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง สะเด็ดน้ำ-มีผลบังคับใช้ อยู่ที่ความได้เปรียบ-เสียเปรียบ หากถึงเวลาต้องเลือกตั้ง โดยมีการยื้อวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นต้นแบบ

“ศุภชัย ใจสมุทร” มือกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แจกแจงไทม์ไลน์กฎหมายเลือกตั้ง “ร่างรัฐบาล” เสนอโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมี “วิษณุ เครืองาม” นั่งหัวโต๊ะเพื่อเป็น “จุดสตาร์ต” ของการเลือกตั้งใหญ่ว่า

“วันที่ 20 ธ.ค. 64 เป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้าย กกต.จะเสนอเป็นร่างรัฐบาล ส่วนร่างของพรรคร่วมรัฐบาล เสนอในนามพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมพรรคใดมีความเห็นต่างจากที่เสนอแล้ว จะเสนอร่างตัวเองก็สามารถทำได้”

คาดว่าในส่วนของร่างรัฐบาล สำนักงานเลขาฯ กกต.จะเสนอคณะกรรมการ กกต.พิจารณาในวันที่ 27 ธ.ค. 64 หลังจากนั้น กกต.จะส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ระหว่างวันที่ 28-30 ธ.ค. 64 คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบวันที่ 4 ม.ค. 65 หรือวันที่ 11 ม.ค. 65

หลังจากนั้น ส่งให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เพื่อพิจารณาและส่งกลับไปยัง สลค. และส่งเข้าสภาวันที่ 18 ม.ค. 65 หรือ 25 ม.ค. 65

“ประมาณเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มนับ 1 ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน แต่วันที่ 28 ก.พ.ปิดสมัยประชุมพอดี เปิดสภาอีกทีวันที่ 20 พ.ค. ส่วนจะเปิดสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่เป็นอำนาจของรัฐบาล”

“ถ้านับจากเดือนกุมภาพันธ์ จะครบ 180 วันในเดือนกรกฎาคม 65”

“ส่วนเนื้อหาในร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ในร่างรัฐบาล เมื่อประกาศออกมาแล้ว กกต.ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ซึ่งร่างของพรรคร่วมไม่เสนอเพราะงานของ กกต. เราพยายามเลี่ยง ไม่เตะ ไม่แก้”

ส่วนร่างของ ส.ส.-ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอไปยังสภาต้องรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ซึ่งหน่วยงานมีเวลาทักท้วง 10 วัน

“ร่างของ ส.ส.รัฐธรรมนูญกำหนดว่า เมื่อร่างประกอบรัฐธรรมนูญเข้าสภาแล้วต้องสอบถามรับฟังความคิดเห็นจากศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อทักท้วงต้องทักท้วงไปยังรัฐสภาให้รัฐสภาประชุมร่วมกันและพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน”

“ศุภชัย” สรุปว่า เบื้องต้น “ร่างของรัฐบาล-พรรคร่วมรัฐบาล” มีอย่างน้อย 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีร่างของรัฐบาล-เสนอโดย กกต. 1 ฉบับ ร่างพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยเป็นแกน รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคเล็ก 1-2 พรรค เช่น พรรคพลังท้องถิ่นไทอีก 1 ฉบับ

“แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์” เปิดเผยว่า ประชาธิปัตย์ยังมี “ร่างส่วนตัว” อีก 1 ร่าง เนื่องจากมีประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคร่วมบางเรื่อง เช่น หมายเลข ส.ส.เขตกับปาร์ตี้ลิสต์หมายเลขเดียวกันหรือต่างหมายเลข

แหล่งข่าวในที่ประชุมหารือกับนายวิษณุอีกรายขมวดว่า สุดท้ายแล้วทั้งหมดเมื่อถึงเวลาเข้าสู่การพิจารณาอาจจะยึดร่างของรัฐบาลเป็นหลัก

“การหารือในวันนี้ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องเนื้อหา ไม่ซีเรียส เรื่องเนื้อหาไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะยังมีขั้นตอนการแปรญัตติในขั้นกรรมาธิการ โดนยำอยู่ดี สุดท้ายอยู่ที่สภาตัดสิน และไม่คิดว่าจะมีเหตุอะไรที่จะไม่ผ่าน”

เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา-ชุมพร และกระแสอยากเปลี่ยน “ผู้ว่าฯ กทม.” เอฟเฟ็กต์-แรงบวกกับ “กฎหมายเลือกตั้ง” เป็นจุดสตาร์ต-นับ 1 โรดแมปเลือกตั้งใหญ่ ภายใต้กติกาบัตร 2 ใบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าฯ กทม.