เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
Business ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
Real Estate ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
Finance CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
Finance ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
Finance 2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
Finance กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
Finance เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
Economic ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ยอดลงทะเบียน 1.64 ล้านคน ประกาศผู้มีสิทธิ 10 ส.ค.
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ยอดลงทะเบียน 1.64 ล้านคน ประกาศผู้มีสิทธิ 10 ส.ค.
ดูทั้งหมด

รังสิมันต์ โรม เปิดตั๋วช้าง ภาค 2 ค่าโง่กองบินตำรวจ สังเวยงบฯ 937 ล้าน

22 ก.ค. 2565 | 12:10น.
รังสิมันต์ โรม อภิปรายไม่ไว้วางใจ

รังสิมันต์ โรม ชำแหละทุจริตงบฯกองบินตำรวจ ซ่อมซื้อ-จัดซ่อมเพิ่มเติมจนเกินงบฯ หวังเงินทอน สุดท้าย “ประยุทธ์” ต้องอนุมัติงบกลางมาใช้หนี้  

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่รัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วันที่ 4 ซึ่งที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธาน

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการตำรวจ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ กรณีปล่อยปละละเลยการทุจริตที่เกิดขึ้นในกองบินตำรวจ

ทั้งยังมีการยอมให้ใช้ “ตั๋วช้าง” อีกประเภทหนึ่งเป็นเกราะกำบังเพื่อไม่ให้ใครหรือหน่วยงานใดกล้าตรวจสอบได้

ทังนี้ คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ พล.ต.ต.ก ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองบินตำรวจ (บ.ตร.) โดยระหว่างนั้นได้ดำเนินการเซ็นสัญญาโครงการซ่อมบำรุงอากาศยานกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้เป็นผู้ดำเนินการซ่อมและจัดหาอะไหล่ตามงบประมาณปี 2563 จำนวนกว่า 950 ล้านบาท แต่ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2564 การบินไทยได้ยื่นหนังสือทวงหนี้มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

จึงทำให้พบว่ากองบินตำรวจโดย พล.ต.ต.ก ได้สั่งจ้างสั่งซื้อเพิ่มเติมเกินกว่างบประมาณที่วางไว้ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการเป็นจำนวนถึง 2,774 ล้านบาท ซึ่ง 2 ใน 3 ของทั้งหมดนี้กองบินตำรวจไม่สามารถเบิกจากคลังมาจ่ายได้ และกว่า 784 ล้านบาทไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซ่อมเครื่องบินเลย เช่น ซื้อถังน้ำดับไฟป่า 8 ล้านบาท หรือซื้อตะขอเกี่ยวสินค้า 6.3 ล้านบาท ระบบไฟฟ้าไล่นก ติดตาข่ายกันนกธรรมดา แต่ใช้งบฯ 5 ล้านบาท รวม 7 โรง 35 ล้านบาท

นอกจากใช้เงินผิดประเภทแล้ว ยังน่าสงสัยมีเงินทอนกันหรือไม่ เพราะตาข่ายไล่นกราคาหลักหมื่นเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์เคยรู้บ้างหรือไม่ที่ใช้งบฯผิดวัตถุประสงค์และเกินแบบนี้

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อทำให้มีอะไหล่อากาศยานไม่สามารถใช้การได้อย่างน้อย 11 ลำ และทำให้การบินไทยไม่ต่อสัญญาตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา

เตะถ่วงสอบสวนความผิด

นายรังสิมันต์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบกลับถูกเตะถ่วงทำให้ล่าช้า และทำซ้ำไปมา ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบครั้งแรกเริ่มต้นจากการเสนอเรื่องให้ ผบ.ตร. สั่งให้จเรตำรวจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ในเดือนมีนาคม 2564 แต่กลับใช้เวลากว่า 3 เดือนจึงจะสามารถตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้ และเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2564

ทว่า ภายหลังกระบวนการตรวจสอบโดยจเรตำรวจสิ้นสุด กลับมีคำสั่งให้ส่งเรื่องไปกองวินัยตำรวจเพื่อตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่อีก ขนาดว่าทางกองบินตำรวจทวงถามเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ก็มีคำตอบกลับมาว่ายังร่างคำสั่งไม่เสร็จ และกว่าจะได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่กันจริง ๆ คือช่วงปลายเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าตั้งมาแล้วผ่านไปอีกหนึ่งเดือนก็ยังวุ่นอยู่กับการเปลี่ยนตัวกรรมการไม่เลิก

ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของตำรวจ ได้ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ที่ สตช.ทำหนังสือขอความช่วยเหลือมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 และต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามท้ายหนังสือรับทราบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยังปล่อยปละละเลยไม่เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง หน่วงเวลาจนกระทั่งกรมบังคับคดีซึ่งดูแลเรื่องการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยส่งหนังสือทวงหนี้ 1,824 ล้านบาทมายัง สตช.

นายรังสิมันต์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็ควรจะรู้ว่าความเสียหายจากการคอร์รัปชั่น รัฐบาลอาจเป็นผู้รับผิดชอบเต็ม 1.8 พันล้าน ควรจะตามติดการชำระหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้รัฐต้องจ่ายหนี้ ติดตามผู้ทำผิดมารับผิดชอบให้ได้โดยเร็วที่สุด

แต่หลังจากการบินไทยแจ้งหนี้แล้ว 7 ธันวาคม 2564 กรมบังคับคดีส่งหนังสือมาที่ สตช. ซึ่ง สตช.สามารถปฏิเสธหนี้ภายใน 14 วัน ซึ่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ท่านหนึ่งแจ้งปฏิเสธหนี้ก้อนดังกล่าวไปจริง

แต่เกิน 14 วันไปแล้ว ทำให้ สตช.เป็นเจ้าหนี้เด็ดขาด ซึ่งเหลือเชื่อที่สุด บ้งกันเป็นระบบ เหตุไฉน พล.อ.ประยุทธ์จึงหย่อนยานไม่น่าพลาดในเรื่องชี้เป็นชี้ตายที่ไม่ควรจะพลาดแบบนี้

ประยุทธ์ใช้งบฯกลางจ่ายหนี้

ดังนั้น รัฐต้องออกเงินเป็นผู้จ่ายหนี้ให้กับการบินไทย 937 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 1,824 ล้าน เพราะก่อนหน้านี้ตำรวจไปขอต่อรองกับการบินไทยให้ยกเลิกรายการบางส่วน น่าจะมาจากการที่การบินไทยก็มีแผล เพราะเคยไปทำอะไหล่ของกองบินตำรวจหายไปบางส่วน

แต่ถึงกระนั้นงบฯ 937 ล้านบาท ไม่ใช่ตัวเลขน้อย ๆ หวยจึงมาลงที่งบฯกลางเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯได้อนุมัติให้นำเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นไปจ่ายหนี้ก้อนนี้ และต่อมา 12 เมษายน 2565 ก็ผ่านการอนุมัติโดย ครม.อีกครั้ง

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฝ่ายหนึ่งก็โกงเงินจนไม่พอจ่าย อีกฝ่ายหนึ่งก็งานหยาบจนไปทำเครื่องยนต์เขาหาย แต่สุดท้ายเงินที่ต้องมาจ่ายให้กับความบ้าบอแบบนี้กลับเป็นภาษีของประชาชน เห็นงบฯกลางเป็นอะไร สำหรับงบฯกลางคือหนึ่งในงบฯที่ก้อนใหญ่ที่สุด และเราแทบไม่มีทางรู้เลยว่าจะนำไปใช้จริงได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์คือผู้มีอำนาจคนสำคัญที่สุดในการตัดสินใจงบฯกลางก้อนนี้ ทำไมงบฯที่เราคิดว่าไปใช้หากเกิดภัยพิบัติถึงได้กลายเป็นเงินที่เผื่อว่ามีทุจริตคอร์รัปชั่น นี่ไม่ใช่ค่าโง่ แต่เป็นค่าแกล้งโง่ปล้นคนไทย” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตามหนังสือที่ สตช.ทำถึง ครม.เพื่อของบฯกลาง พบว่ายังมีการอนุมัติให้ สตช.สามารถก่อหนี้ผูกพันในส่วนที่เกินกว่างบประมาณปี 2563 ด้วย โดยอ้าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณว่าเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่อ้างความจำเป็นเร่งด่วนก็เพราะไปทุจริตกันเป็นหนี้ก้อนโตจนโดนบังคับจ่าย จึงต้องมาบิดเบือนกฎหมายกันอย่างมั่ว ๆ

เป็นการรับรองให้ พล.ต.ต.ก และพวกเซ็นสั่งซื้อสั่งจ้างจนเกินงบประมาณที่เป็นการทุจริต กลายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายงบประมาณใช่ไหม พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลกำลังฟอกขาวให้ พล.ต.ต.ก และพวกแบบเนียน ๆ ไปพร้อมกับช่วยออกเงินแทนให้ด้วยใช่หรือไม่ และการที่ตั้งคณะกรรมการวินัยมาสอบสวนเตะถ่วงกันเนิ่นนาน ก็จะเคาะว่าบุคคลนี้ไม่ได้กระทำความผิดเพราะ ครม.รับรองให้ชอบใช่ไหม กลายเป็นปาหี่ช่วยเหลือกันแบบนี้

ฮั้วเอกชนแลกเปลี่ยนอะไหล่เฮลิคอปเตอร์

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เดือนกันยายน 2563 ก่อน พล.ต.ต.ก จะย้ายออกจากกองบินตำรวจ มีการทำสัญญากับบริษัทหนึ่ง แลกเปลี่ยนอะไหล่อากาศยานด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยรวบรวมอะไหล่ที่เสื่อมสภาพไปแล้วแลกกับใบพัดหางเฮลิคอปเตอร์ 2 ชุ

ซึ่งการจะสั่งจำหน่ายด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง คำสั่ง ตร.ระบุว่าตำแหน่งระดับผู้การกองบินสามารถอนุมัติได้ในวงเงิน ซึ่งหมายถึงราคาอะไหล่ที่จะเอาไปแลกมาแค่ 5 ล้านบาทเท่านั้น หรือระเบียบกระทรวงการคลังระบุวงเงินต้องไม่เกิน 5 แสนบาทเท่านั้น แต่ของที่ พล.ต.ต.ก เอาไปแลกนั้นทั้งหมด 6,622 ชิ้น ราคารวมกัน 1,157 ล้านบาท จะบอกว่าเสื่อมสภาพแล้ว แต่ถ้าว่าตามกฎหมายเรื่องนี้ผิดเต็ม ๆ

และใน 6 พันกว่าชิ้น ไม่ได้มีแค่เศษเหล็ก เพราะยังพบว่ามีคำสั่งให้เอาอะไหล่ของเครื่องบินสกายแวน 1 ลำ 4 ชิ้น เป็นเครื่องยนต์ 2 ชิ้น และอะไหล่เฮลิคอปเตอร์เบล 21 ชิ้นไปยำรวมกับเศษเหล็ก ซึ่งอะไหล่ที่ยำเข้าภายหลังใช้งานได้ทั้งหมด ซึ่งเมื่อไปสำรวจตลาดพบว่าเครื่องยนต์อะไหล่ดังกล่าวมีมูลค่ารวม 111 ล้านบาท แต่บริษัทคู่สัญญาตีราคาแค่ 2.5 ล้านเท่านั้น จึงแปรสภาพเป็นแลกกับใบพัด หางเฮลิคอปเตอร์ 2 ชุ เป็นการฮั้วกันยิ่งกว่าล้างสต๊อก ไปหากินทำกำไรต่อได้สบาย ๆ อย่างนั้นใช่หรือไม่

ตั๋วช้าง ภาค 2

นายรังสิมันต์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รู้ปัญหาดีมาตลอดเพราะเป็นผู้เซ็นรับทราบด้วยตัวเอง แต่กลับไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อ พล.ต.ต.ก เลย ไม่มีแม้กระทั่งการถูกพักงาน จึงทำให้ตนเกิดความสงสัยและไปตรวจสอบต่อว่าเป็นเพราะเหตุใด บุคคลนี้ใหญ่มาจากไหน ทำไมจึงไม่มีใครแตะต้อง

จนได้ไปพบข้อมูลว่า พล.ต.ต.ก มีฐานะเป็น ผบ. ศปก.ถปภ.ขบวน ฮ.เดโชชัย 5 ที่ตั้งขึ้นตามแผนถวายความปลอดภัยในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

“ในช่วงที่ พล.ต.ต.ก จะต้องย้ายเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง ได้มีการทำหนังสือกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพฯ เนื้อหาระบุว่า ตนเคยเป็นผู้บังคับการกองบินตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่นักบินเฮลิคอปเตอร์และผู้อำนวยการเดินทางถวาย แต่กำลังจะถูกย้ายไปอยู่หน่วยอื่น ถ้ามีพระประสงค์จะให้ปฏิบัติงานต่อ จะได้ดำเนินการต่อไป ต่อมาจึงมีหนังสือ รล.0010/5116 ตอบกลับจากสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ซึ่งตอนนั้น พล.ต.ต.ก ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการ อยู่ที่สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

ทว่า หลังจากได้หนังสือตอบจากสำนักราชวังให้ปฏิบัติงานต่อตามที่ขอได้ สตช.จึงออกเอกสารที่มีชื่อว่า “แผนถวายความปลอดภัยสำหรับขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ” เซ็นอนุมัติไว้ท้ายเอกสาร โดย พล.ต.ท.ส ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.

สาระสำคัญคือ ระบุถึงการจัดตั้ง ศปก.ถปภ.ขบวน ฮ.เดโชชัย 5 หรือศูนย์เดโชชัย 5 มีชื่อเต็ม ๆ ว่า “ศูนย์ปฏิบัติการถวายความปลอดภัยสำหรับขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โดยให้มีอำนาจสั่งการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการจัดเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า และยังกำหนดให้กองบินตำรวจต้องคอยรับผิดชอบและปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายมาจาก ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการ ซึ่ง ผอ.ที่ว่านี้ก็คือ พล.ต.ต.ก

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างปัจจุบันมีเพียงกองบินตำรวจเท่านั้นที่ขึ้นตรงกับ สตช. ไม่มีชื่อศูนย์นี้ระบุไว้ว่าสังกัดหน่วยงานใด จึงเป็นคำถามว่าศูนย์นี้ตั้งขึ้นมาโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอะไร และทำไมจึงสั่งการกองบินตำรวจได้

“กรณีนี้จึงเหมือนเป็นการเอาหนังสือจากสำนักพระราชวังมาอ้าง โดยบอกว่าเพื่อวางแผนถวายความปลอดภัยฯ แบบนี้จึงเท่ากับตั๋วช้างอีกประเภทหนึ่งใช่หรือไม่ และคนที่เซ็นออกแผนก็คือเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.ต.ต.ก เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อนให้มีวิธีอยู่ในตำแหน่งที่สามารถสั่งการกองบินตำรวจเช่นเดิมได้”

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์หายไปไหน ทำไมจึงปล่อยให้ทำสิ่งต้องห้าม ไปนำสถาบันมาเป็นเกราะกำบังเพื่อสร้างวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เพราะเมื่อได้ตั๋วมาแล้วคงไม่มีใครกล้าตรวจสอบแน่

โดยผลกระทบจากกรณีนี้อย่างน้อยมี 2 ประการ หนึ่ง พล.ต.ต.ก ที่ต้องขาดจากตำแหน่งเดิมตามข้อบังคับ สามารถเอาตำแหน่ง ผอ.กองบินเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์และผู้อำนวยการเดินทางถวาย ซึ่งเป็นตำแหน่งของกองบินตำรวจมาเป็นตำแหน่งติดตัวโดยไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของตำรวจอย่างไรก็ได้ เพราะถ้ามีตั๋วก็ทำได้หมด

สอง ไม่มีความปลอดภัย เพราะเมื่อ พล.ต.ต.ก ถูกย้ายไปอยู่ในหน่วยที่ไม่ต้องทำการบินแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพตามระเบียบ จึงเท่ากับขาดคุณสมบัติในการเป็นนักบิน และทำให้พระบรมวงศานุวงศ์ต้องตกอยู่ในอันตราย นั่นจึงหมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์บกพร่องที่สุดในการถวายความปลอดภัย เพราะได้ถวายนักบินเถื่อน ไม่ตรวจสุขภาพทำการบินใช่หรือไม่

“หวังว่าการอภิปรายของตนรอบนี้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์สำเหนียกว่าตัวเองไม่คู่ควรอีกแล้วที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศจากนี้และตลอดไป แล้วจงพิจารณาตัวเอง…ของท่านออกไปเสีย” นายรังสิมันต์กล่าว