ส.ส.ธณิกานต์ ถูกศาลสั่งจำคุก ใช้สิทธิอุทธรณ์ คดีเสียบบัตรแทนกัน

ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์
ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์

ธณิกานต์ ส.ส.กทม. เขต 7 พลังประชารัฐ ขอใช้สิทธิอุทธรณ์ หลังศาลฎีกานักการเมืองตัดสินจำคุก 1 ปี รอลงโทษ 2 ปี ปรับ 2 แสน ตัดพ้อ ถือว่าเป็นคราวเคราะห์

วันที่ 4 สิงหาคม 2565 น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. เขต 7 บางซื่อ-ดุสิต ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม. 19/2564 มีคำพิพากษา จำคุก 1 ปี แต่รอลงโทษ 2 ปี และปรับ 2 แสนบาท กรณีให้ ส.ส.คนอื่นเสียบบัตรแทนว่า ตนมีข้อมูลพร้อมพิสูจน์ตัวเองและใช้สิทธิตามกระบวนการในชั้นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ขอให้ศาลเมตตาให้ความเป็นธรรมโดยดูที่เจตนาและพิจารณาครบทุกองค์ประกอบรอบด้าน

น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า วันนั้นระบบเครื่องลงมติใช้งานจริงวันแรก มีปัญหาเครื่องขัดข้อง ด้วยความเป็น ส.ส.ใหม่ ไม่กล้าดึงบัตรออก เพราะยังถกเถียงเรื่องระบบมีปัญหา และตนรีบไปภารกิจงานเสวนาเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ

“ยืนยันไม่มีเจตนา ไม่เคยใช้ให้ใครกดบัตรแทน ก็ต้องเคารพการตัดสินของศาล เคสมาเกิดขึ้นที่เรา คำตัดสินอาจจะเป็นบรรทัดฐานให้เคสของพรรคอื่นที่กำลังตามมา แม้รายละเอียดจะต่างกรรมต่างวาระกันอย่างสิ้นเชิง ก็ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ ที่ประมาทเลินเล่อ ขั้นต่อไปก็ต้องต่อสู้ตามสิทธิและขอความเมตตาในชั้นอุทธรณ์” น.ส.ธนิกานต์กล่าว

น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า ตนเองในฐานะจำเลยที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญายังต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าจำเลยมีการกระทำและเจตนากระทำความผิดจนปราศจากความสงสัย เรื่องนี้ การที่ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี แม้ดูไม่ร้ายแรง แต่จะมีผลทำให้ตนถูกตัดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพราะขาดคุณสมบัติ


“ทุกอย่างเกิดขึ้นย่อมมีเหตุปัจจัย มีหลายเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมและยากจะเข้าใจ บททดสอบสำหรับ ส.ส.สมัยแรกไม่ง่ายเลย ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจและทุก ๆ คำแนะนำจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนที่ส่งเข้ามา พี่ ๆ นักกฎหมายหลายคนที่ได้ดูเคสให้ก็ตกใจ เพราะไม่ปรากฏหลักฐานใดว่ามีการกระทำเช่นนั้น ก็ให้เคารพคำพิพากษาศาล จะนำมาปรับปรุงและวางแนวทางการทำงานให้ละเอียดรอบคอบขึ้น เชื่อว่าอุปสรรคคดีทางการเมืองที่เจอจะทำให้ตนแข็งแกร่ง อดทน และเปิดมุมมองกว้างขึ้น” ธณิกานต์ กล่าว