เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนใกล้แตะ 37 บาทต่อดอลลาร์ จับตาแบงก์ชาติส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

25 ก.ค. 2565 | 07:01น.
เงินบาท

บาทอ่อนค่าใกล้ทะลุ 37 บาทต่อดอลลาร์  จะมีโอกาสอ่อนค่าลงไปอีกแค่ไหน พร้อมหุ้นเด่นน่าเก็บเข้าพอร์ต กับอาจารย์ปิง ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด

วันที่ 25 กรกฎาคม 2565   เงินบาทผันผวนอ่อนค่าในแดน 36 บาทต่อดอลลาร์ และเริ่มอ่อนใกล้เเตะ 37 บาทต่อดอลลาร์มากขึ้น  ระยะถัดไปจะมีการอ่อนค่าต่อหรือมีโอกาสแข็งค่าขึ้นมาได้บ้าง การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เป็นหนึ่งปัจจัยที่กำหนด ทั้งนี้ท่ามกลางบาทอ่อนหุ้นตัวไหนได้ประโยชน์สูงสุด โดย Prachachat Wealth เล่าเรื่องการลงทุน EP ที่ 26 นี้จะพาไปพูดคุยกับ “ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด”

Q : ค่าเงินบาทอ่อนลงมาค่อนข้างต่ำถึง 36 บาทแล้ว  แล้วก็เป็นการต่ำสุดในรอบเกือบ 16 -17 ปี  ในระยะถัดไปประเมินค่าเงินบาทอย่างไร  มีโอกาสที่จะอ่อนค่าลงไปมากกว่านี้ไหม จากปัจจัยอะไรบ้าง

“ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กล่าวว่า คือจริง ๆ ตอนนี้บาทอยู่ที่ประมาณ 36.70 บาทต่อดอลลาร์ (ณ 21 ก.ค.65)  ก็ถือว่าอ่อนแบบเลวร้าย คือต้องเข้าใจก่อนว่าบาทอ่อนได้ไม่ผิดหรอก เพราะดอลลาร์มันแข็ง เพียงแต่ว่าปัญหาก็คือบาทมันอ่อนหนักมากไปหน่อย เมื่อเทียบกับสกุลเงินเพื่อนเราทั้งหลายในเอเชีย  เราถือว่าแย่ที่สุด

การอ่อนค่าของค่าเงินบาทมันเลยไม่ใช่สิ่งที่จะมองแค่ว่ามันเกิดจากการแข็งค่าของดอลลาร์ แต่นั่นหมายความว่ามันมีปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยที่ทำให้มันอ่อนผิดปกติแบบนี้ซึ่งสิ่งที่ผมมองว่าผิดปกติก็คือส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของประเทศไทยเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว เราติดลบหนักที่สุด

ตอนนี้ประเทศไทยติดลบอยู่ประมาณ 6%  แต่ถ้าไปดูมาเลเซีย ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  มันอยู่แค่ 0 – 2%  การที่บาทอ่อนค่ารอบนี้มันไม่ได้เกิดจากปัญหาของกระแสเงินไหลออก  อันนี้เราไม่เห็นภาพนั้นเพราะว่ากระแสเงินในปีนี้ยังไหลเข้ามาในตลาดหุ้น  ในตลาดตราสารหนี้ รวม ๆ แล้ว 2 แสนล้านบาท  ก็จะเห็นได้ว่าบาทอ่อนไม่ได้เกิดจากกระแสเงินไหลเข้าออก แต่เกิดจากการที่ผู้ส่งออกกั๊กเงินดอลลาร์ไว้

เราต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าในประเทศในเรื่องของการค้ามันจะมีดีมานด์บาท กับดีมานด์ดอลลาร์  ก็คือความต้องการใช้บาท กับความต้องการใช้ดอลลาร์  ซึ่งตอนนี้มันเป็นเหตุการณ์ว่าฝั่งของผู้นำเข้าเขาเร่งนำเข้าสินค้าเพราะข้าวของมันแพง มันเลยมีความต้องการดอลลาร์เยอะจากผู้นำเข้า  ในขณะเดียวกันฝั่งผู้ส่งออกเขาได้ดอลลาร์มาจากการค้าแต่เขาไม่ต้องการเงินบาท เขาต้องการที่จะถือดอลลาร์ต่อไป เราถึงได้เห็นยอดเงินฝากในรูปดอลลาร์มันพีกขึ้นมาตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1.1 – 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ในเมื่อมันมีแต่คนต้องการดอลลาร์  มันไม่มีใครต้องการบาท  มันก็เลยเป็นเหตุให้บาทอ่อน  แล้วทีนี้ถามว่าทำไมผู้ส่งออกถึงกั๊กดอลลาร์ไม่ยอมไปแลกบาท  ก็เพราะว่าเขาเห็นว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมันต่างกันเยอะ  อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในประเทศมันต่ำมาก  แล้วที่สำคัญเขาอาจจะไม่ได้ดูลึกขนาดนั้น เขาก็ดูจากแบงก์ชาติบ้านเรา ก็ในเมื่อแบงก์ชาติบ้านเราไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรเลย

ปีนี้ประชุมน้อยครั้งมากแค่ 6 ครั้ง ระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งคือ 8 สัปดาห์  ในระหว่างที่เราไม่ขึ้นดอกเบี้ยหรือยังเฉย ๆ อยู่ ฟิลิปปินส์ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 0.75%  สิงคโปร์มีการปรับเป้าหมายค่าเงินลงมา  เฟดเองก็มีการขึ้นดอกเบี้ยรวมเมื่อ 15 มิ.ย.กับปลายเดือนนี้น่าจะเป็นประมาณ 1.5%   ปัญหาตอนนี้เอาสรุปเลยก็คือ ปัญหาของค่าเงินบาทมันเกิดจากท่าทีของแบงก์ชาติที่ชักช้าเกินไป ไม่ได้กล่าวโทษนะแต่ว่ามันเป็นข้อเท็จจริงจากทุก ๆ อย่างที่ประมวลออกมา

“แต่ว่าพอเราเข้าสู่เดือน ส.ค.ผมเชื่อว่าบาทจะเริ่มชะลอการอ่อนเพราะว่าแบงก์ชาติจะส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยที่แรงมากขึ้น แล้วปลายเดือน ก.ค.นี้ เฟดมีการขึ้นดอกเบี้ยได้ตามตลาดคาด แล้วก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรแรงออกมา  ก็ยังเชื่อว่าดอลลาร์ก็อาจจะมีโอกาสคว่ำลงมา แล้วบาทก็จะชะลอการอ่อนไม่น่าเกิน 37 บาทมากนัก ก็จะกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง  น่าจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นตอนเดือน ส.ค.” กล่าว

Q : อย่างที่บอกว่าฟันด์โฟลว์ไม่ได้ไหลออก ยังเห็นแนวโน้มที่มันยังไหลเข้าอยู่ แปลว่าเรื่องของตรงนี้มันไม่ได้กระทบต่อตลาดหุ้นเลยใช่ไหม

ประกิต กล่าวต่อว่า ก็ตอนนี้มันยัง แต่ถ้าในอนาคตน่ะไม่แน่ เพราะว่าถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยชักช้า การประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินหรือ กนง.ชักช้า มันจะเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คนก็จะดูออกทันทีว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแบบนี้ สุดท้ายแล้วหนีไม่พ้นต่อให้แบงก์ชาติขึ้นช้าแค่ไหน

ในอนาคตก็ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย  แล้วเมื่อนั้นปัญหามันจะเกิด เมื่อคุณไปเร่งขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตเศรษฐกิจมันจะรับไม่ได้  อยู่ดี ๆ สมมติปีนี้ไม่ขึ้นแล้วกันปีหน้าไปขึ้นทีเดียว 1% คือทีเดียว 1% มันไม่มีใครรับได้ไง  พอรับไม่ได้มันก็จะเกิด Recession ได้ คือเศรษฐกิจมันก็จะตกสะเก็ดรุนแรง เพราะฉะนั้นการกำหนดนโยบายที่ดีคือต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกมาแล้วค่อย ๆ ทำ  แต่ตอนนี้ปัญหาก็คือแบงก์ชาติชักช้ามาแล้วตั้งแต่ต้นปีคืออ่านเกมผิดแบบที่ผมบอก

ดังนั้นช่วงครึ่งหลังของปี ช่วงอีก 4-5 เดือนสุดท้าย เขาก็ต้องเริ่มที่จะเร่งขึ้นดอกเบี้ย แล้วถ้ายังชักช้าอีกก็ต้องไปเร่งในปีหน้าคนก็จะกลัวไง  ดังนั้นท่าทีของแบงก์ชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าแบงก์ชาติยังชักช้าอีกผมเชื่อว่ากระแสเงินทุนจะไหลออกเพราะตรงนี้  เพราะเขากลัวเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะมีปัญหาจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ย

Q : ท่ามกลางบาทที่อ่อนค่าขนาดนี้ หุ้นกลุ่มไหนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดแล้วเป็นหุ้นที่น่าเก็บเข้าพอร์ต อาจารย์มองแนะตัวไหน

ประกิต กล่าวต่อไปว่า แน่นอนว่าบาทอ่อน เอากลุ่มที่เราควรต้องหลีกเลี่ยงก็คือกลุ่มที่มีหนี้สิ้นต่างประเทศเยอะ ๆ  พวกโรงไฟฟ้า พวกกลุ่มที่มีการกู้หนี้ยืมสินต่างประเทศเยอะ ๆ  อาจจะต้องหลีกเลี่ยงนิดนึง  แล้วก็กลุ่มที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามาตั้งแต่ต้นปีกว่า 10%  ที่จะได้ประโยชน์จริง ๆ  ต้องเป็นกลุ่มส่งออก  ส่งออกอาหารดูน่าสนใจที่สุดแล้ว เหตุผลว่าตอนนี้ราคาวัตถุดิบอาหารมันปรับลดลง

ฉะนั้นกลุ่มส่งออกอาหารต้นทุนเขาก็จะลดน้อยลง อีกกลุ่มหนึ่งก็คือพวกส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จริง ๆ เราก็ต้องเน้นไปที่พวกแผงคอนโทรล พวกแผ่น PCB  ที่เอาไว้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์ในรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้ดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้ามันยังดีมากอยู่

นอกจากนั้นเงินบาทอ่อนแล้วเราก็ต้องมองไปที่อันหนึ่งด้วยก็คือเงินบาทมีสิทธ์ที่จะชะลอการอ่อน แล้วมันจะเริ่มแข็งค่าบ้างเท่ากับว่าเงินเฟ้อในประเทศมีสิทธิ์พีก พอเงินเฟ้อในประเทศมีสิทธิ์พีก กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์เยอะแยะเลยนะ  เช่น กลุ่มพวกที่ Reopen  พวกกลุ่ม  Reopen จะได้ประโยชน์เพราะบาทอ่อนคนก็จะแลกบาทเพื่อเอาเข้ามาเที่ยวในประเทศ พวกโรงแรม พวกสนามบิน รวมไปถึงกลุ่มค้าปลีก ที่ได้จากกำลังซื้อในประเทศที่น่าจะเริ่มดีขึ้นบ้างเพราะเงินเฟ้อมันพีก  แล้วก็กลุ่มอื่น ๆ ที่อาจจะได้ประโยชน์ เช่น พวกกลุ่มร้านอาหาร