พฤกษาฯ เปิดไตรมาส 1/67 รายได้ท่วม 4,171 ล้าน ปลื้มธุรกิจเฮลท์แคร์โตพุ่ง 21%

พฤกษา โฮลดิ้ง โชว์ผลงานไตรมาส 1/67 สร้างรายได้ 4,171 ล้านบาท ธุรกิจเฮลท์แคร์ เติบโต 21% ไตรมาส 2 เตรียมผุด 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 7,100 ล้านบาท พร้อมลงทุนเพิ่มสัดส่วนการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างต่อเนื่อง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 1/67 มีรายได้ 4,171 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นที่ 32% เทียบกับไตรมาส 4/66 อยู่ที่ 31.5%

และยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net gearing ratio) ต่ำที่ 0.31 เท่า

ล่าสุด บริษัทเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ แบบมีผู้ค้ำประกัน จำนวน 2 ชุด ต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งได้ออกหุ้นกู้แล้วเสร็จในวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีอายุหุ้นกู้ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.18% ต่อปี และอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.48% ต่อปี

Advertisment

ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด อยู่ที่ระดับ A- ซึ่งมียอดจองสูงกว่ามูลค่าที่ทำการเสนอขาย 1.5 เท่า ส่งผลให้สามารถระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ จำนวน 4,500 ล้านบาท

โดยบริษัทวางแผนนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด และต่อยอดธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการทำงานในองค์รวมต่อไป

ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มียอดโอน 3,475 ล้านบาท และยอดขาย 3,374 ล้านบาท โดยสินค้าบ้านเดี่ยวมียอดขาย 1,342 ล้านบาท เติบโต 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

Advertisment

สินค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากการเปิดขายโครงการเดอะปาล์ม บางนา-วงแหวน 2 ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา สอดคล้องกับแผนเปิดโครงการใหม่ที่จะเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม (มากกว่า 7 ล้านบาท) อยู่ที่ 50%

ในครึ่งปีแรก 2567 ยังคงแผนเปิด 8 โครงการใหม่ มูลค่า 9,000 ล้านบาท (เปิดไปแล้ว 1 โครงการ ในไตรมาสแรก ได้แก่ เดอะปาล์ม บางนา-วงแหวน 2 ) ในครึ่งปีหลังรอเปิดเพิ่ม 22 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้านบาท

โดยมีโครงการไฮไลต์ที่กำลังจะเปิดใหม่เร็ว ๆ นี้ อาทิ แบรนด์ใหม่ “ไพนน์ เวลเนส เรสซิเดนซ์ ประชาชื่น” บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น สไตล์ British Timeless Elegance และ “เดอะปาล์ม เรสซิเดนเซส วัชรพล” บ้านหรูสไตล์พูลวิลล่า ดีไซน์คลาสสิค French Hussmann

นอกจากนี้ บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่า 4,429 ล้านบาท และยังมีสินค้าที่ยังเปิดขายอยู่มูลค่ารวม 61,269 ล้านบาท ซึ่งยังคงรองรับการเติบโตได้ถึง 2 ปี

ด้านธุรกิจเฮลท์แคร์ มีทิศทางเติบโตในทุกมิติ ทำรายได้ 499 ล้านบาท เติบโต 21% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/66 โดยมีรายได้สูงสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกสูงขึ้น แบ่งเป็นผู้ป่วยชาวไทย 32% และชาวต่างชาติ 30%

นายอุเทนกล่าวต่อว่า บริษัทเดินหน้าสานต่อแผนสู่ความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มด้านสุขภาพ (Trusted Healthcare Platform) ประกาศรีแบรนด์ รพ.เทพธารินทร์ สู่ “โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์” ชูศักยภาพความเป็นผู้ชำนาญและความเป็นเลิศด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ และวางแผนขยายบริการไปถึงกลุ่มลูกบ้านพฤกษาผ่านการมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ โรงพยาบาลวิมุต ได้ขยายบริการเพิ่มเติม ทั้งการผ่าตัดศัลยกรรมขากรรไกรและใบหน้า (Maxillofacial Surgery) เปิด “ศูนย์เลสิก โรงพยาบาลวิมุต (ViMUT LASIK Center)” ชูนวัตกรรมที่ปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมเครื่อง “FEMTO LDV Z8” จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูและดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุและครอบครัวในย่านวัชรพล เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพของลูกค้าในพื้นที่ เพื่อเติมเต็มอีโคซิสเต็มในเครือพฤกษา ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตตามกรอบแนวคิด “อยู่ดี มีสุข”

ด้านกลยุทธ์ Seed new business ล่าสุดเดินหน้าการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” คลังสินค้าครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ที่ทันสมัย พร้อมบริการโซลูชั่นแบบองค์รวม มูลค่า 8,430 ล้านบาท บนพื้นที่ย่านบางบ่อ พื้นที่รวม 200,000 ตารางเมตร

ภายใต้บริษัทร่วมทุน 51:49 กับกองทุน “CapitaLand SEA Logistics Fund” โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี เพื่อรองรับเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงปี 2569 เป็นต้นไป

โดยจะมี แอลลี่ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ (Ally Logistic Property หรือ ALP) นำโซลูชั่นคลังสินค้าแบบอัจฉริยะและครบวงจรที่ล้ำสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไต้หวันมาร่วมให้บริการด้วย