หลังรั้งตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสมานาน 2 ปี ล่าสุด “จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์” ได้รับการโปรโมตขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำทัพขับเคลื่อนแบรนด์จระเข้อายุ 34 ปี สู่การเติบโตอย่างมั่นคง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ซีอีโอป้ายแดงจระเข้ประกาศตั้งเป้าหมายไว้ 3 เป้าหลัก 1.รักษาตำแหน่งเจ้าตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนว ซึ่งครองสัดส่วนตลาดอยู่ที่ 50% 2.เพิ่มสัดส่วนรายได้ในต่างประเทศมากขึ้นกว่าเดิม และ 3.ขยายตลาดสินค้าเคมีภัณฑ์ส่งออกไปประเทศต่าง ๆ มากขึ้น
“จิรัฏฐ์” กล่าวว่าปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทยังอยู่ในประเทศไทย ส่วนในต่างประเทศยังคงเป็นกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่ยังได้รับการตอบรับอย่างดี แต่สำหรับในปี 2569 นี้ จระเข้วางภาพใหญ่ไว้ว่าจะขยับไปจับทุกโอกาสที่เข้ามาให้มากกว่าที่เคย โดยเริ่มต้นที่ประเทศในอาเซียน
“จระเข้มีแผนจะขยายไปต่างประเทศมากขึ้น ที่ผ่านมาตลาดหลักเราอยู่ที่ CLMV โดยเฉพาะเมียนมาที่สร้างยอดขายได้มากที่สุดในกลุ่มต่างประเทศ รองลงมาคือเวียดนาม กัมพูชา และลาว หลังจากนี้เราจะกระจายการส่งออกไปหลายที่มากขึ้น บางที่ก็อาจจะยังไม่เคยทราบอย่างมัลดีฟส์ หรือแทนซาเนีย ซึ่งเราตั้งเป้าที่จะขยายพอร์ตต่างประเทศให้มากขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 10% เพิ่มเป็น 20% ของสัดส่วนรายได้ทั้งหมดภายใน 3-4 ปี”
หัวเรือใหญ่จระเข้ยังบอกด้วยว่า นอกจากขยายพอร์ตต่างประเทศ เพื่อขยับสัดส่วนรายได้ของบริษัทให้เป็นยอดขายในประเทศ 80% และยอดขายต่างประเทศ 20% แล้ว ปีนี้จระเข้จะพุ่งเป้าโฟกัสไปที่ตลาดเคมีภัณฑ์ที่ยังมองว่าจระเข้ยังเป็นผู้เล่นตัวเล็กในตลาด และยังมีโอกาสเติบโตได้อีก
นอกจากนี้ ยังเดินเกมรุกตลาดปลายน้ำ ขยายฐานจากกลุ่มช่างและร้านวัสดุก่อสร้าง สู่ลูกค้าทั่วไปถึงหน้าประตูบ้าน ผ่านแบรนด์ JORAKAY EASY ที่พัฒนาสินค้าขนาดเล็กและใช้งานง่าย ตอบโจทย์งานซ่อมแซมภายในบ้าน อาทิ ปูนซีเมนต์บรรจุ 1 กก. อุปกรณ์ช่าง และถุงมือ จัดเป็นชุดเซตขนาดย่อม ราคาเริ่มต้น 300 บาท จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีหลังจากเปิดมาได้ 4-5 เดือน พร้อมตั้งเป้าต่อยอดไปยังสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสินค้าทำความสะอาด เพื่อการใช้งานภายในบ้านอีกด้วย
“จิรัฏฐ์” ย้ำว่า แม้ปี 2569 ยังมีปัจจัยท้าทายที่จระเข้ต้องพบเจอ คือการเผชิญหน้ากับสินค้าปลอมเกรดต่ำกว่าเข้ามาแย่งตลาด แต่บริษัทยังคงยึดมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน และทำงานหนักมากขึ้นในด้านการให้บริการ ด้วยการจัดอบรมพนักงานให้สามารถอธิบายคุณสมบัติและมาตรฐานของจระเข้ได้ ว่าทำไมผู้บริโภคถึงต้องควักเงินในกระเป๋าเพิ่มเพื่อจ่ายให้จระเข้ ในเมื่อสินค้าแบรนด์อื่นราคาต่ำกว่า
สำหรับปัจจัยบวกที่จะมาสนับสนุนการเติบโตคือ การเติบโตของตลาดบ้านมือสองที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มยอดขายในตลาดวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการเลือกตั้งของประเทศไทย และนโยบายการค้าจากสหรัฐที่จะเป็นคนคุมเกมการส่งออกสินค้า
“ปัจจัยในปีนี้จริง ๆ เราไม่ค่อยเห็นภาพที่ชื่นใจเท่าไหร่ แต่แอบหวังกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบไหน ขอแค่มีเสถียรภาพทางการเมือง อยู่ยาว ๆ ไม่เอาครึ่งปี หนึ่งปี และเชื่อว่าคนไทยจะปรับตัวได้ เพราะว่าคนไทยเราเก่ง ขอแค่รู้ว่าจะต้องปรับตัวแบบไหน” จิรัฏฐ์ทิ้งท้าย