หลังรัฐบาลชุดใหม่ เดินหน้าส่งเสริมพลังงานสะอาด ผลักดันนโยบาย”โซลาร์เซลล์“สำหรับภาคประชาชน ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านมาตรการลดภาษี สูงสุด 200,000 บาทสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
รวมถึงแนวทางรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเพื่อนำไปลดค่าไฟในรอบบิลถัดไป ผ่านระบบ Net Billing สะท้อนความพยายามของรัฐในการลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของประชาชน
ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากพลังงาน และกำลังซื้อที่อ่อนแรงจากค่าครองชีพ ซึ่งกระทบทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคพร้อมกัน
สำหรับบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง หลังบุกเบิกมากว่า 15 ปี
ด้วยการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งโซลาร์เป็นมาตรฐาน ยังขยายบริการติดตั้งสู่ภายนอก ผ่าน SENA Solar Energy ให้บริการครอบคลุมลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) โดยย้ำจุดยืน “คุมค่าใช้จ่ายแทนการขึ้นราคา” ช่วยประคองกำลังซื้อและรักษาสมดุลของตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
”เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์“ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์วันนี้ไม่ใช่”แค่เรื่องสงคราม“ แต่คือ ‘วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ’ ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการใช้ชีวิตของคนทั้งโลก สร้างผลกระทบที่สะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง”ต้นทุนเพิ่ม“ และ”กำลังซื้อลดลง “
”มองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” จากฐานเดิมที่เปราะบาง หนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการใช้จ่ายและการเข้าถึงสินเชื่อลดลง โจทย์ของธุรกิจอสังหาฯ วันนี้ไม่ใช่แค่“ขายบ้าน” แต่คือทำอย่างไรให้คน“ยังมีบ้าน”ได้จริงและมีชีวิตที่ยั่งยืน”
โดย SENA เตรียมความพร้อมมาแล้วกว่า 2 ปี ด้วยการปรับ Ecosystem มุ่งเน้น Green Product and Lifestyle ใหม่ ซึ่งตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤต ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโซลาร์เซลล์ ผ่าน SENA Solar Energy ผู้บุกเบิกติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้กับโครงการเสนา ให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กรและรายย่อย ควบคู่กับ SENA Green Automotive ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL แบบครบวงจร ทั้งศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง
พร้อมต่อยอดการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านเสนาที่ติดตั้งโซลาร์ รองรับ EV Ready หรือเลือกติดตั้งโซลาร์เพิ่มเติม สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ รวมถึงการเลือกซื้อรถ EV เพิ่มเติมในภายหลัง เพื่อเชื่อมการใช้พลังงานในบ้านและการเดินทางเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
“SENA เดินหน้าพัฒนาโซลาร์มาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี ติดตั้งโซลาร์ให้กับบ้านในโครงการทุกหลัง ช่วยลดภาระค่าไฟให้ลูกบ้านตั้งแต่วันแรก ยังสร้างความได้เปรียบด้านค่าใช้จ่ายในระยะยาว ซึ่งลูกบ้านสามารถต่อยอดการใช้งานได้ ทั้งการซื้อเพิ่มเติมขนาดระบบ ติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานทั้งกลางวันและกลางคืน หรือเชื่อมต่อกับการใช้รถEV เพื่อให้การใช้พลังงานในบ้านและการเดินทางเป็นระบบเดียวกัน สอดรับกับไลฟ์สไตล์ในยุคที่พลังงานมีมูลค่าสูงขึ้น ”
“เกษรา”ย้ำว่า หากภาครัฐเดินหน้าสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้การใช้โซลาร์ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่เสนาได้เตรียมความพร้อมและขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้า ขยายโอกาส “มีบ้านได้จริง” ท่ามกลางกำลังซื้อที่หดตัวการสร้างโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ในแคมเปญ “เสนาซื้อง่าย” ที่มีทางเลือกตามความพร้อมของลูกค้า ทั้งซื้อทันที และ “LivNex เช่าออมบ้าน” สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมกู้ ซึ่ง SENA พัฒนาและขับเคลื่อนต่อเนื่อง ในช่วงที่ตลาดยังไม่คุ้นเคยกับโมเดลนี้ เพื่อเปิดทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย รวมถึง “RentNex เช่าตรง” ที่ช่วยให้ค่าเช่าไม่สูญเปล่า ปัจจุบันมีผู้เช่ากว่า 2,000 ยูนิต
“วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤตกายภาพที่จบแล้วจบเลย แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค สำหรับ SENA การปรับตัวในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเพื่อ “อยู่รอด” แต่เพื่อสร้างรูปแบบการอยู่อาศัยใหม่ ที่ตอบโจทย์โลกในอนาคตอย่างยั่งยืน”เกษราทิ้งท้าย