ครึ่งปีแรกพัทยาพึ่งตัวช่วย “ต่างชาติ” ช็อปคอนโดฯเต็มโควตา 49%

หลากปัจจัยรุมเร้า กำลังซื้อคนไทยหดหาย แต่ตลาดคอนโดมิเนียมเมืองพัทยายังมีตัวช่วยจากกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติห้องชุดเหลือขาย 1.6 หมื่นยูนิต

“ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดผลสำรวจ ณ ครึ่งปีแรก 2562 ทำเลเมืองพัทยาในส่วนโควตาขายคอนโดฯให้ลูกค้าต่างชาติเต็ม 49% ในทุกพื้นที่ เหลือแค่บางโครงการในเขตจอมเทียน-นาจอมเทียนเท่านั้น

ทั้งนี้ สถิติครึ่งปีแรกมีห้องชุดเปิดตัวใหม่ 4,945 ยูนิต ลดลง 1,656 ยูนิต เทียบกับช่วงครึ่งปีหลัง 2561 หรือ -25.1% และเทียบกับครึ่งปีแรก 2561 พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 35.9%

ในด้านอัตราขายได้ แม้มีสัดส่วน 72% ถือว่าสูง อย่างไรก็ตาม สต๊อกในภาพรวมกลับเพิ่มขึ้น

โดยปลายปี 2561 มีห้องชุดเหลือขายในตลาดรวมกัน 12,000 ยูนิต อัพเดตล่าสุด ครึ่งปีแรก 2562 เพิ่มเป็น 16,000 ยูนิต เหตุผลเพราะแม้ขายดี แต่ก็มีซัพพลายใหม่แข่งกันเปิดตัวเพิ่ม รวมทั้งพัฒนาในรูปแบบโครงการขนาดใหญ่

ปัจจัยสนับสนุนมาจากเทรนด์การลงทุนโครงการมิกซ์ยูสของยักษ์ธุรกิจเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น “เทอร์มินอล 21 พัทยา” โรงแรมหรู 25 ชั้น 396 ห้อง รวมพื้นที่ 161,000 ตารางเมตร ของบริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เมื่อปลายปี 2561 บนทำเลพัทยาเหนือ ใจกลางแยกวงเวียนปลาโลมา, กลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ในเครือทีซีซีกรุ๊ป ของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประกาศแผนลงทุนบนพื้นที่ใจกลางพัทยา ลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท, เจ้าสัว ซี.พี. แห่งตระกูลเจียรวนนท์

ปักหมุดบิ๊กโปรเจ็กต์บนจังก์ชั่นถนนตัดใหม่ รอความสุกงอมก็พร้อมจะขึ้นโครงการมิกซ์ยูสเช่นเดียวกัน ทำเลแข่งขันสูง นอกจากโซนใจกลางพัทยาแล้ว สปอตไลต์ฉายส่องไปที่ “จอมเทียน-นาจอมเทียน” โดยช่วง 5 ปี (2557-2561) มีการเปิดตัวใหม่สะสม 50 โครงการ จนทำให้เกิดภาวะ “โอเวอร์อินเวสต์เมนต์”

บางโครงการถอดใจหยุดการขาย บางรายมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเจ้าของโครงการ โดยมีบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เข้าไปช็อปซื้อและเตรียมลอนช์โครงการใหม่

โดยโซนพระตำหนักมีข้อจำกัดผังเมือง ทำให้ไซซิ่งทำได้เพียงโปรเจ็กต์ขนาดกลาง-เล็ก ในขณะที่โซนจอมเทียนโดดเด้งสุดเพราะมีถนนตัดใหม่ “จอมเทียน สาย 2” ทำให้เปิดหน้าดินโครงการที่อยู่อาศัย หลายคนเข้าไปเปิดไซต์โครงการตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน

ในด้านราคา พบว่า “หาดวงอมาตย์” ยูนิตเหลือขายสะสม 880 ยูนิต แต่มีราคาเฉลี่ย 1.6 แสนบาท/ตารางเมตร และมากกว่า 1.3 แสนบาท/ตารางเมตร ในพื้นที่ริมหาดอื่น ๆ

ส่วนทำเลโอเวอร์อินเวสต์เมนต์อย่าง “จอมเทียน” ทำเลตามแนวถนนจอมเทียน สาย 2 มีให้เห็นตั้งแต่ 5 หมื่นบาท/ตารางเมตร ส่วนทำเลริมชายหาดทะลุ 1.2 แสนบาท/ตารางเมตร

บางโครงการที่มีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่โครงการริมชายหาดบางโครงการขายได้มากกว่า 120,000 บาทต่อตารางเมตร

Previous articleเปิดคำสั่งกระทรวงกลาโหม ‘แต่งตั้งเลขาฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม’
Next articleสู่การสร้างประวัติศาสตร์โชห่วยไทย “ธนพิริยะ”