เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

ฉัตรชัย ศิริไล MD ธอส. ตอบ 21 คำถามที่วงการอสังหาต้องรู้

09 ก.ค. 2563 | 18:01น.

15 มิถุนายน 2563 เป็นวันเริ่มงานวันแรกในวาระที่ 2 ของ “ฉัตรชัย ศิริไล” กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผู้บริหารธนาคารรัฐที่ต้องบอกว่า ทั้งเก่ง+เฮง

ก่อนหน้านี้มีโหรชั้นครูเคยทักไว้ว่า อายุตัวครบ 44 ปี 4 เดือน 4 วัน ดวงชะตาจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงมาแล้วจากการได้นั่งเก้าอี้เอ็มดีสมัยที่ 1 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ล่าสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงทิศทางการบริหารองค์กรที่มีภารกิจปล่อยสินเชื่อปีนี้ 2.1 แสนล้านบาท พร้อมกับคำถามเจาะลึกที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์ต้องรู้

Q : ดอกเบี้ยบ้านยุคโควิด-19

ตอนนี้ทุกอย่างเอื้อให้ดอกเบี้ยถูก ในความเห็นผมไม่ใช่คณิตศาสตร์ปกติ มันไม่มีเหตุผล เพราะทุกครั้งที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเกิดจากกลไกเศรษฐกิจ แต่วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจ (ผลกระทบจากโรคระบาด) เกิดจากคนกลัวตาย กลไกดอกเบี้ยจึงไม่ใช่เกิดจากกลไกตลาดปกติ

ประเด็นอัตราดอกเบี้ยถูก ในมุมของดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยซึ่งใช้อัตราลูกหนี้รายย่อยชั้นดี หรือ MRR เรามาดูว่า 3 ปีแรกในตลาดแข่งขันไพรซิ่งกันยังไงดีกว่า ดูตรงนั้นจะเห็นชัดเจน

ในส่วนของ ธอส.นอกจากมีมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ 8-9 มาตรการแล้ว เราแข่งขันด้วยอัตราดอกเบี้ยถูกที่ 1.99% ในแง่ต้นทุนการทำดอกเบี้ยโปรโมชั่นมีลูกเล่นอยู่ที่ว่า funding คอสต์เท่าไหร่ ซึ่งช่วงก่อนโควิด ต้นทุนอยู่ที่ 4% แต่ตอนนี้แบงก์ชาติลงดอกเบี้ยตั้ง 3 หน ฉะนั้นตัวฐานแรกมันลงแล้ว

จากนั้นก็ดูต้นทุนโอเปอเรชั่น, ต้องการมาร์จิ้นเท่าไหร่, 3 ปีนี้เสมอตัวหรือขาดทุน ถัดมาก็จะออกไปทางขายพ่วง เช่น มีประกันไหม มีรอยัลตี้ฟีไหม บวกลบคูณกันถ้าลูกค้าอยู่ได้ก็รอด แล้วไปรอรายรับตอน MRR ลอยตัว (ปีที่ 4 เป็นต้นไป จนตลอดอายุสัญญา)

Q : จะมีโอกาสดอกเบี้ยติดลบหรือไม่

ไม่น่ามี แต่ถ้าประเทศไทยมีสถานการณ์โรคระบาดรอบ 2 (second wave) ดอกเบี้ยอาจจะลงกว่านี้อีก แต่คิดว่าไม่ติดลบ

คำถามถึงครึ่งปีหลัง 2563 ต้องบอกว่าแผนโปรเจ็กชั่นเปลี่ยนไปหมดแล้ว ในอดีตไทมิ่งตอนนี้ดอกเบี้ยขึ้น แต่ภาวะตอนนี้ดอกเบี้ยลง ธอส.โชคดีอย่างหนึ่งคือเป็นหนี้ callateral bank (หนี้่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน) ไม่ใช่หนี้คอมเมอร์เชียล ดอกเบี้ยแต่ละเดือนหลัก 1-2-3 หมื่นบาท แต่ถ้าคอมเมอร์เชียลโลนภาระดอกเบี้ยหลัก 1 ล้าน

Q : ดอกเบี้ยบ้านต่ำสุดในรอบกี่ปี

ตั้งแต่ผมเรียนจบมาเมื่อปี 2539 ผมยังไม่เคยเห็นต่ำขนาดนี้ เทรนด์ดอกเบี้ยครึ่งปีหลังถ้าแบงก์ชาติลงดอกเบี้ยนโยบายอีก ดอกเบี้ยผู้กู้ก็น่าจะลงได้อีก 0.25%

Q : ทุกครั้งที่ กนง.ลง 0.25 Basis Point มีผลต่อดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่าไหร่

จริง ๆ ไม่ได้มีผลต่อสินเชื่อปล่อยใหม่ แต่มีผลต่อสินเชื่อที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในพอร์ต เพราะถ้าเราไม่ปรับลดดอกเบี้ยลง ลูกหนี้ก็ re out (refinance out) สินเชื่อปล่อยใหม่จะไปแบงก์อื่น

Q : ปีนี้จะมีการยึดอะไรลูกหนี้หรือไม่

มันยังไม่ถึงขั้นตรงนั้น จะยึดหนี้ก็ต้องเป็น NPL-nonperforming loan ก่อน แล้วผันมาเป็น NPA-nonperfoming asset ขั้นตอนฟ้องยึด ผมใช้เวลา 8 ปีกว่าจะยึดกันจบ (ยิ้ม)

ที่ผ่านมาการขายระบายทรัพย์ยึด NPA ถ้าไม่ได้เกิดจากการโกง ขายได้อยู่แล้ว เพราะบ้านราคา 10 ปีที่แล้วกับปัจจุบันราคามันขึ้น ที่ดินราคาไม่ได้ลดลง คำว่าบ้านที่ไม่ได้เกิดจากการโกง เช่น น้ำไฟเข้าไม่ถึง ที่ตาบอดประเมินราคาไม่ตรง

ช่วงโรคระบาดโควิด สถิติ NPA ไม่เพิ่มขึ้น เพราะทรัพย์ยึดยังมาไม่ถึง ประกอบกับความล่าช้าของเรา อย่างที่บอกขั้นตอนกว่าจะเป็น NPA ใช้เวลา 8 ปี เพราะฉะนั้น ทรัพย์ยึดเกรด A ยังมีอยู่ในพอร์ต เพราะความล่าช้ายืดยาดของแบงก์รัฐ (หัวเราะ)

Q : คนผ่อนบ้านมีนิวนอร์มอลไหม

มีครับ ไม่ normal ในเชิงการผ่อน แต่ new normal ในการดีไซน์ package ของตัวแบงก์เอง ผมมองว่าจะเป็นการออกแพ็กเกจที่ดอกเบี้ยบางมากในระยะแรก ขนาดที่จะขาดทุนในตอนต้น ๆ แล้วมาสร้างรายรับตอนชาวบ้านฟื้นตัว ดังนั้นตอนแรกอาจจะไม่มีกำไรระยะ 3-5 ปี หลังจากนั้นเศรษฐกิจฟื้นมาก็ไปเอากำไรตอนท้าย

Q : ปีหน้าถ้ายังไม่มีวัคซีนโควิด สินเชื่อ ธอส.ยังจะโตอยู่ไหม

โตครับ อย่าลืมว่าลูกค้าที่มีแรงก็ซื้อหลังที่ 1-2-3 ไม่เห็นจะยากอะไร แล้วคนที่กระทบจากโควิดเป็นกลุ่มกำลังซื้อราคา 1 ล้าน ในขณะที่ลูกค้าศักยภาพสูงกู้ 2-3-4 ล้าน พอร์ตสินเชื่อจะไม่โตได้ยังไงผมพูดตรง ๆ นะ คนได้รับผลกระทบ (โควิด) คือคนได้รับผลกระทบ คนไม่ได้รับผลกระทบคือคนไม่ได้รับผลกระทบฉะนั้น คนไม่ได้รับผลกระทบคือโอกาส แล้วโอกาสมันมากกว่าคนได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจจะมี ability กู้ได้แค่ล้านเดียวแต่ของผม คนที่ไม่ได้รับผลกระทบ (เครดิตผ่าน) ขอกู้ 2-3-4-5 ล้าน ดังนั้นโควิดทำให้เกิดอะไรขึ้น …ถ่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือซื้อเพื่อลงทุน เราปล่อยสินเชื่อให้ทั้งหมด ถ้าแอปพรูฟผ่านเกณฑ์

Q : เฉลี่ยต่อหัว ธอส.ปล่อยสินเชื่อราคาสูงขึ้น

ณ ขณะปัจจุบันค่าเฉลี่ยปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 3 ล้านบาทบวกลบ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด 2 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับของเดิมเฉลี่ยสินเชื่อ 2 ล้านบวกลบส่วนคำถามว่าค่าเฉลี่ยสินเชื่อปล่อยใหม่ 3 ล้านบวกลบ จะเมนเทนถึงสิ้นปีนี้หรือไม่ อยู่ที่ว่าคนขอสินเชื่อต่ำกว่า 2 ล้านจะฟื้นเร็วขนาดไหน เพราะน้ำคนละท่อ อย่างนโยบายบ้านล้านหลังเดิมจำกัดเพดานที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มเพดานราคาเป็น 1.2 ล้าน

Q : บ้านล้านหลังเป็นสินเชื่อนโยบาย

ใช่ครับ เป็นการคิด product จากการกินกาแฟแก้วเดียว (หัวเราะ) ผมนั่งกินกาแฟกับรองนายกฯ (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ท่านถามว่าบ้านผู้มีรายได้น้อยจะเอาเท่าไหร่ คำนวณดูมี 70 กว่าจังหวัด บอกว่าล้านหลังก็ได้ครับ รองนายกฯเดินขึ้นเวทีไปพูดเลยวงเงินปล่อยกู้ 5 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมามีผู้ขอเยอะ แต่เป็นการจองสิทธิ์มากกว่า ล่าสุด ณ 25 มิถุนายน 2563 มียอดยื่นกู้ 3 หมื่นกว่าราย อนุมัติแล้ว 2.8 หมื่นราย วงเงินปล่อยกู้ 2.2 หมื่่นล้าน เฉลี่ย ธอส.ปล่อยกู้เดือนละ 1,000 กว่าล้าน คาดว่าจะเต็มวงเงิน 5 หมื่นล้านภายใน 1 ปีครึ่งนับจากนี้

Q : นิยามผู้กู้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไง

เรามี 5 เส้นของรายได้ เริ่มจากผู้กู้รายได้ต่อเดือน 15,000-25,000-35,000-45,000 บาท และมากกว่า 45,000 บาท/เดือน ถ้ารายได้ 2.5 หมื่นบาท/เดือน คำนวณสินเชื่อเท่ากับซื้อบ้านได้ราคา 1.5-1.8 ล้านบาท

ในส่วนของบ้านล้านหลัง เมื่อรัฐบาลขยับเพดานเป็น 1.2 ล้านบาทแล้ว ผมต้องรอเวลาให้ดีเวลอปเปอร์สร้างบ้านออกมาก่อน ซึ่งเราปล่อยกู้ให้ทั้งบ้านแบบโอนกรรมสิทธิ์ และบ้านสิทธิการเช่าเราก็ปล่อยถ้าเป็นโครงการสร้างบนที่ดินราชพัสดุ

ทั้งนี้ทั้งนั้น บ้านผู้มีรายได้น้อยต้องค่อยเป็นค่อยไป ธอส.ใช้เวลา 18 เดือน ปล่อยสินเชื่อลูกค้ากลุ่มนี้ 2 หมื่นกว่าล้าน ผมโอเคแล้ว

Q : ครึ่งปีหลังโจทย์ยากที่สุดคืออะไร

บริหารจัดการยังไงลูกหนี้ที่พักชำระหนี้ให้กลับมาจ่ายหนี้ก่อนตามปกติ แพ็กเกจช่วยเหลือผลกระทบโควิดจะหมดอายุในเดือนตุลาคม 2563 นี้ เมื่อถึงตอนนั้นคาดว่าจะมีมาตรการประนอมหนี้พิเศษออกมาก็คือลดดอกเบี้ยนั่นแหละ เพราะไม่อย่างนั้น (ลูกหนี้) จะไม่ไหว

เช่น ปกติจ่ายงวดละ 2 พันบาท อาจเหลือแค่ 1.2 พันบาท ใช้วิธีปรับดอกเบี้ย ปรับเงินงวด โฟกัสเฉพาะยอดหนี้ 2.7 แสนล้านที่ขอเข้ามาตรการโควิด จากยอดหนี้รวม 4 แสนล้านบาท

การเตรียมความพร้อมรับมือของ ธอส. เราก็เขียน road maps สั่งสาขาฝึกอย่างเดียว ให้มีความพร้อม ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ชั่วโมงออกความเห็น แต่ชั่วโมงนี้คือสั่งการ จากนี้ไป 12 เดือน คือการสตรองคอมมานด์อย่างเดียว

Q : ลูกค้าเครดิตสีเทาทำยังไง

หลักการคือเวลาปล่อยกู้อยู่ที่เราเชื่อลูกค้าไหม หรือดูยังไงว่าผมจะได้รับเงินคืน คำว่าสีเทาหมายถึงกำลังกระด้อกระเดี้ยหรือเปล่า

วิธีการ เราให้โอกาสคนที่เคยกระด้อกระเดี้ย แต่เทรนด์กำลังจะดี อย่างนี้ผมให้ แต่แบงก์พาณิชย์ไม่ให้ นี่คือข้อแตกต่าง ธอส.ให้อนาคต อดีตช่างมัน แต่แบงก์พาณิชย์มองอดีต (ประวัติสินเชื่อ) เป็นเรื่องใหญ่

Q : สินเชื่อบ้านที่จะทำให้คนมีบ้านได้ รัฐบาลต้องทำแพ็กเกจยังไง

ถ้าถามผมนะ รัฐบาลต้องออกมาตรการให้คนกู้ 2 เจเนอเรชั่นได้ เพื่อให้อายุการกู้ 50-60 ปี เงินงวดจะต่ำ whatever ตราบใดที่ผมกู้ 30 ปี เงินงวด 10,000 บาท แต่ถ้าผมกู้ได้ 50 ปี เงินงวดเหลือ 2,000 บาทแน่นอนว่าดอกเบี้ยจะหนัก แต่ต้องรับสภาพ เพราะไม่มีทางที่จะได้รับทุกอย่างที่อยากได้ ถ้าคุณอยากได้ทุกอย่างคือการให้เปล่า แค่นั้นเอง

Q : สินเชื่อพรีไฟแนนซ์ (ผู้ประกอบการ)

ปล่อยไม่เยอะ รายละ 100 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ทำโครงการละ 20-50 หลัง ซึ่ง ธอส.ไม่ได้มองผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์ เพราะสินค้าไม่ได้ช่วยผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่สร้างบ้านขายราคา 5-7 ล้าน

Q : ผู้กู้อาชีพอิสระจะเป็นปัญหากู้ไม่ผ่านไปอีกนานเลยใช่ไหม

ใช่ หลักการปล่อยสินเชื่อคือ ability to pay ในวันที่ลูกค้าขอสินเชื่อ ถ้าอนุมัติไปแล้วจะผ่อนจ่ายยังไงก็ได้ให้จบ เพราะ ณ ขณะพิจารณาสินเชื่อ เราเชื่อคุณแล้วว่าคุณจะผ่อนจ่ายได้

Q : เรื่องใหม่ของการบริหาร 4 ปีจากนี้

เรื่องบาลานซ์ชีต เอาคำว่าโซเชียลดิสแทนซิ่งมาเปลี่ยนใหม่หมด ตราบใดที่คุณไม่ต้องเห็นหน้าลูกค้า คือเมื่อ 4 ปีก่อนเทคโนโลยีดิสรับทีฟคือตัวเชนจ์ ตอนนี้คือโคโรน่าไวรัสเป็นตัวเชนจ์ เป็นตัวเร่ง ชาวบ้านเขาทำกัน 2 ปี ผมทำได้ใน 3 เดือน โรคระบาดมา ผมทำเสร็จ 3 อาทิตย์ (ยิ้ม)

เอกสารการกู้เงินต่อไปนี้ ทะเบียนสมรสเอามาทำไม คือเราต้องมี เราต้องหาวิธีการไปเอาเอกสารพวกนี้มาให้ได้ โดยที่เราไม่ต้องบอกลูกค้าว่า ขอดูสเตตเมนต์ย้อนหลัง 2 เดือน ขอนั่นขอนี่

Q : ในฝั่งผู้กู้จะมีเรื่องใหม่อะไรบ้าง

ในฝั่งผู้กู้ ผมถามว่าผู้กู้ต้องการอะไร ต้องการกู้ได้หรือต้องการของถูก มันคือเบสิก ได้ทั้ง 2 อย่างก็เยี่ยมเลย เวลาสื่อถามผมจะถามในความเป็นสื่อ แต่กลับข้างกัน ถอยหลังกลับไป 1 ก้าว เวลาคุณซื้อบ้าน คุณต้องการอะไร

วันนี้ถ้าไปเจอบ้านราคา 5 ล้านบาท ไปดูครั้งเดียวแล้วซื้อเลยไหม ไม่ซื้อ ต้องถามพ่อแม่ครอบครัวก่อน พฤติกรรมผู้กู้เป็นอย่างนี้ ยุคโควิดต้องดูลงลึกไปถึงพฤติกรรมในเชิงหารายได้ หรือพฤติกรรมในการชำระเงินกู้

ถ้าพฤติกรรมในการชำระเงินกู้คืนไม่ต้องมาแบงก์อีกแล้วในการจ่าย ส่วนพฤติกรรมรายได้คือมันกระทบรายได้ยังไง อย่างที่บอกลูกค้าลูกหนี้กระทบหรือเปล่า กระทบคือกระทบ ไม่กระทบคือไม่กระทบ

Q : วินัยการเงินผู้กู้เจน Y

ลูกค้าสินเชื่อที่อายุน้อยสุดคือเพิ่งเรียนจบและทำงานแล้ว 2 ปี มักจะมีคำถามถึงวินัยการเงิน ผมมองว่าจริง ๆ คำถาม ต้องถามว่าเขาซื้ออะไร ซื้อแฟชั่น หรือซื้อฟังก์ชั่น คำว่าซื้อแฟชั่นคือเห็นคนซื้อคอนโดมิเนียมก็ซื้อบ้าง ซื้อฟังก์ชั่นคือซื้อเพื่ออยู่อาศัย

คำถามนี้ในมุมมองของผม เด็กคนรุ่นใหม่ตอนนี้การที่หารายได้และได้สูง ๆ แต่มั่นคงหรือเปล่าไม่รู้ เมื่อหารายได้สูง ๆ พวกเขาทำอะไร ซื้อแบรนด์เนม แต่ไม่มีวินัยทางการเงิน เพราะเด็กรุ่นใหม่จบปุ๊บ ทำอะไรก็ได้ที่มี income เช่น ขายของออนไลน์ แต่ถามว่าอีก 5 เดือนจะอยู่ได้หรือเปล่า …ไม่รู้หรอกว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า

ดังนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมาปล่อยสินเชื่อให้เด็กพวกนี้ อันนี้พูดแบบ principle เลยนะ

Q : โมเดลสินเชื่อพรีโลน ปล่อยกู้ตั้งแต่ก่อนสร้าง ไม่ใช่สร้างเสร็จค่อยกู้ เมืองไทยจะมีหรือไม่

โมเดลนี้ผู้ประกอบการเชียร์เพราะเขาได้เงินเร็ว คำถามผมคือถ้าทำพรีโลนโดยที่ยังไม่ได้สร้าง เงินอยู่ที่ใคร ถ้าบอกว่าเงินอยู่ที่แบงก์ในระหว่างก่อสร้าง …เป็นเงินของใคร 1.บริษัทชัวร์ว่าเงินได้แน่สุดท้ายเงินจะอยู่ที่จัดสรร 2.ลูกค้าก็เสียค่าผ่อน 24 เดือน ตั้งแต่สินค้ายังไม่ได้ก่อสร้าง 3.ในระหว่างการก่อสร้างดอกเบี้ยก็กินตั้งแต่เดย์วัน

ลูกค้าบางคนอาจมีภาระเช่าอยู่ แสดงว่าต้องจ่าย 2 ทาง นอกจากนี้ คอนโดฯสร้างนาน 2-3 ปี ระหว่างทางผูกมัดลูกค้าทำให้เปลี่ยนใจก็ไม่ได้ โมเดลนี้สุดท้ายจึงต้องไปดูว่าเงินอยู่ที่ใคร คนนั้นแหละเขี้ยวที่สุด

Q : ธุรกิจรับสร้างบ้านบ่นมาว่าไม่มีตัวช่วยด้านสินเชื่อ

ใช่ เพราะไม่รู้ว่างบฯจะบานหรือเปล่า ต้องบอกว่าสินเชื่อเราปล่อยเท่ากันทั้งกู้ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร และกู้สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง แต่ประเด็นคือ งบประมาณสร้างบ้านบานปลายหรือเปล่า เพราะสุดท้ายความสามารถผู้กู้ไปไม่ถึงงบฯที่บานปลาย

สภาพปัญหามีเยอะ ในระหว่างการก่อสร้างไม่ชัวร์ว่ารับเหมาจะทิ้งงานหรือเปล่า ไม่ชัวร์ว่างบฯจะบานหรือเปล่า ไม่ชัวร์ว่าสร้างเสร็จแล้วจะตรวจรับบ้านหรือเปล่า

สำหรับผู้กู้กรณีรับสร้างบ้าน ผมมองว่าถ้าควอลิตี้คุณสูงพอ นั่นก็คือบ้านสร้างเสร็จแล้ว แต่ทุกวันนี้ไม่มีใครบอกว่าควอลิตี้สูงพอ ยังมีการทิ้งงานระหว่างสร้าง การส่งงานไม่ตรงเวลา มีปัญหาในการตรวจรับมอบ

ที่ผ่านมาสมาคมรับสร้างบ้านเข้ามาหารือ ธอส.อยู่ตลอด เพราะแบงก์พาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ ถ้าไม่รักผม เขาก็ไม่มีใครแล้ว ถามว่าผมรักเขาไหม ผมรักเขาถ้าเขาทำตามที่ผมบอก แบงก์พาณิชย์ฉลาดจะตาย เลือกลูกค้าครีม ๆ ไป และเราก็ไม่ได้โง่จะต้องมารองบ่อน

Q : ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯต้องต่อยอดหรือทำอะไรเพิ่มหรือไม่

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. (REIC) ทางรัฐบาลฝากงานไว้ ใช้เงินปีละ 100 ล้านบาท แต่ยังไม่ฟังก์ชั่น กำลังคนเกือบ 150 คน ยังเป็น data collect ข้อมูลไม่สะท้อนปัจจุบัน ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากดาต้าที่มี ไม่ได้วิเคราะห์ ไม่ได้ฟอร์แคสต์ แค่ just a report

ตอนนี้ผมกำลังให้ TDRI-สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเข้ามาช่วย ซึ่งศูนย์ข้อมูลฯทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์แห่งชาตินี่แหละ จุดแข็งมีดาต้าเบสแล้วเอาทีมวิเคราะห์จาก TDRI มาช่วยวิเคราะห์ให้

ผมเคย against กับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง คือ 1.อยากรู้ว่าคนไทยยังไม่มีบ้านกี่คน หรืออยากมีบ้านกี่คน 2.คำถามผมวันนี้กว่าดาต้าจะเสร็จอีก 1 เดือน ซึ่งสถานการณ์มันไม่ใช่แล้ว ผมมองว่าข้อมูลคนไทยยังไม่มีบ้าน 40 ล้านคน รู้ไปทำไม สู้ทำให้คนไทยมีบ้านอีก 1 แสนคน ไม่ดีกว่าเหรอ