เล็งเปิด “สายสีแดง” เต็มรูปแบบ พ.ย. 64 “ศักดิ์สยาม” สั่งลุยประมูลส่วนต่อขยาย

“ศักดิ์สยาม” วางกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ พ.ย. 64 นี้ เผยต้องจับตาโควิดใกล้ชิดด้วย ด้านค่าโดยสารย้ำอยู่ที่ 12-42 บาท ส่วนการข้ามระบบสายสีน้ำเงินยังมีรอยต่อ พร้อมสั่ง “รถไฟ” ลุยประมูลส่วนต่อขยายสายสีแดง 4 เส้นทางช่วงปลายปี 64-ต้นปี 65

วันที่ 2 สิงหาคม 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แผนการเปิดให้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชัน แบบเต็มรูปแบบ คาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ย. 2564 แต่ขอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไรด้วย เพราะมีผลกับการให้บริการ

ย้ำชัด 12-42 บาท

ส่วนอัตราค่าโดยสาร กระทรวงคมนาคมได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งหลักการคิดค่าโดยสารต้องเริ่มจากอัตราค่าแรกเข้า อ้างอิงตามมาตรฐานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ให้ตัวเลขไว้เมื่อปี 2544 ที่ 10 บาท และคูณด้วย CPI Non- Food and Beverage (ค่าดัชนี CPI) ที่ 1.88 บาท จึงปัดเป็นค่าแรกเข้าที่ 12 บาท ส่วนราคาในการเดินทางแต่ละสถานีจะอยู่ที่ประมาณ 2.1 บาท/กม. ปัดเศษเหลือ 2 บาท ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 42 บาท ในแต่ละเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สนข.และกรมรางศึกษาตั๋วพิเศษ ตั๋วเดือน สำหรับผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ด้อยโอกาส เพื่อช่วยลดค่าครองชีพได้อีก อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มายังสายสีแดงนั้นจะไม่คิดค่าแรกเข้าหรือจ่ายค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวที่ต้นทาง 

รับข้ามระบบสายสีน้ำเงินมีรอยต่อ 1 ขา

ส่วนการเดินทางจากสีแดงเชื่อมเข้าระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น เบื้องต้นยังคงต้องจ่ายค่าแรกเข้าให้กับระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยจะมีการเจรจากับเอกชนเพื่อให้เก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียวต่อไป

ทั้งนี้ ให้ ร.ฟ.ท.ศึกษาในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อนำรายได้มาชดเชยค่าโดยสาร รวมถึงให้ดูแลค่าใช้จ่ายของรถไฟสายสีแดงได้คุ้มทุน โดยมอบหมายให้ นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงศ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิจารณาหลัก คือ ให้โครงการบริการได้และอยู่รอด ซึ่งโครงการรถไฟสายสีแดง รัฐบาลเป็นผู้ลงทุนหมด และประมาณ 2-3 ปีข้างหน้าจะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP) บริหารการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M)

สั่งลุยส่วนต่อขยาย ปลายปี’64-ต้นปี’65

ขณะที่การดำเนินการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายจำนวน 4 เส้นทาง ขณะนี้ได้ให้ ร.ฟ.ท.เร่งรัดดำเนินการประมูลก่อสร้างงานโยธาตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติแล้ว คาดว่าจะประมูลได้ช่วงปลายปี 2564-ต้นปี 2565 


ส่วนรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) สายสีแดง ซึ่งคาดว่าจะปรับเป็นการ PPP เฉพาะงานเดินรถและซ่อมบำรุง (Operation & Maintenance : O&M) ทั้งส่วนแรกและส่วนต่อขยาย

สำหรับรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยาย 4 เส้นทาง วงเงินกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท ได้แก่ 1.สายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. กรอบวงเงิน 6,570.40 ล้านบาท 2.สีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 14.8 กม. กรอบวงเงิน 10,202.18 ล้านบาท 3.สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ระยะทาง 4.3 กม. กรอบวงเงิน 6,645.03 ล้านบาท ครม.อนุมัติเมื่อปี 2562 และ 4.สีแดงอ่อน (Missing Link) ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทาง 25.9 กม. วงเงิน 44,157.76 ล้านบาท ครม.อนุมัติตั้งแต่ปี 2559

อัดความถี่รถสูงสุด 78 เที่ยว/วัน

ด้านนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ในช่วงการทดลองเปิดให้ใช้บริการสายสีแดงนั้นจะให้บริการ ระหว่างเวลา 06.00-20.00 น. โดยเดินรถในช่วงเวลาเร่งด่วน 07.00-09.30 น. และ 16.30-19.30 น. ทุก 15 นาที นอกเวลาเร่งด่วน ทุก 30 นาที รวมเส้นทางละ 78 เที่ยวต่อวัน ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.จะจำกัดจำนวนผู้โดยสารทุกประเภทในขบวนรถ และสถานีไม่เกิน 50% ตามมาตรการรักษาระยะห่าง ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในช่วงบางซื่อ-รังสิต จะรองรับผู้โดยสารได้ 855 คนต่อเที่ยว จากปกติรองรับได้ 1,710 คนต่อเที่ยว และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน รองรับได้ 560 คนต่อเที่ยว จากปกติรองรับได้ 1,120 คนต่อเที่ยว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ