เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ดูทั้งหมด

ศาลฎีกายกฟ้อง “ลูกห้างทอง” ฟ้อง “อา” เรียกคืนหุ้นตลาดยิ่งเจริญ

20 ก.ย. 2564 | 19:58น.

ศาลฎีกายกฟ้อง “ลูกห้างทอง” ฟ้อง “อา” เรียกคืนหุ้นตลาดยิ่งเจริญ เหตุทำสัญญายอมความไว้ก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 กันยายน 2564) ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้องนางสาวณฤมล ธรรมวัฒนะ เป็นจำเลยที่ 1 และนางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีที่นายแทนทอง ธรรมวัฒนะ ลูกชายนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ในคดีผิดสัญญาตัวแทน เรียกคืนหุ้น ในตลาดยิ่งเจริญ เกือบ 1 ล้านหุ้น มูลค่า 201 ล้านบาท ของบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด และบริษัท สุวพีร์   ธรรมวัฒนะ (1990) จำกัด รวมทั้งบริษัทในเครือ 

โดยศาลฎีกาพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนโจทก์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัทสุวพีร์  ธรรมวัฒนะ จำกัด และ บริษัทสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ(1990) จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 1 ย่อมไม่ต้องรับผิดส่งมอบหุ้นบริษัทดังกล่าวคืนโจทก์ ตามพฤติการณ์เชื่อได้ว่าโจทก์เข้าเจรจากับจำเลยที่ 2 ตามที่ระบุในบันทึกฉบับลงวันที่ 17 มีนาคม 2558 

และจำเลยที่ 2 ตกลงยินยอมโอนหุ้นดังกล่าวแก่โจทก์แล้ว ในระหว่างที่ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน จำเลยที่ 2 ย่อมเป็นตัวแทนโจทก์ในการถือหุ้นเฉพาะส่วนที่ได้ตกลงกันนี้ 

ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจำเลยที่ 2 ถือหุ้นแทนโจทก์และยินยอมส่งมอบหุ้น ที่ถือแทนนั้นแก่โจทก์ จึงเป็นการแสดงเจตนาที่มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 เป็นการเฉพาะตัว  หาได้เป็นผลร้ายกับจำเลยที่ 1 ว่าเป็นตัวแทนโจทก์ด้วยไม่ จึงเห็นควรให้ยกฟ้อง

ย้อนรอยคดี “หลานฟ้องน้า”

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจาก นายแทนทอง ธรรมวัฒนะ ลูกชายนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอาคือ นางสาวณฤมล ธรรมวัฒนะ และนางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ว่า โจทก์และนายจังหวัด ธรรมวัฒนะ เป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ได้ขายหุ้นของบิดา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 ที่มีอยู่ในบริษัทสุวพีร์    ธรรมวัฒนะ จำกัด จำนวน 736,964 หุ้น และ บริษัทสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ(1990) จำกัด จำนวน 3,000 หุ้น รวมถึงหุ้นของบริษัทในเครือ ให้แก่นายปริญญา ธรรมวัฒนะ 

ต่อมากลางปี 2555 นายแทนทองประสงค์จะซื้อหุ้นดังกล่าวคืนจากนายปริญญา จึงให้จำเลยทั้งสองดำเนินการซื้อหุ้นดังกล่าวจากนายปริญญาแทนโจทก์ 

โดยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 จำเลยทั้งสองในฐานะตัวแทนโจทก์ซื้อหุ้น ของบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด และบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (1990) จำกัด รวมทั้งบริษัทในเครือ จาก นายปริญญาและจำเลยทั้งสองในฐานะส่วนตัวซื้อหุ้นดังกล่าวส่วนที่เหลือจากนายปริญญา ธรรมวัฒนะ ไว้เองด้วย 

ต่อมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 จำเลยทั้งสองจดแจ้งชื่อโจทก์เข้าเป็นกรรมการในบริษัททั้งสองและบริษัทในเครือ อันเป็นการยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งสองและบริษัทในเครือ หลังจากชำระเงินค่าหุ้นให้แก่นายปริญญาแล้ว จำเลยทั้งสองในฐานะตัวแทนโจทก์มีหน้าที่ส่งมอบหุ้นของบริษัทรวมทั้งสิทธิ์ในหุ้นของบริษัทในเครือให้แก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลย ส่งมอบหุ้นดังกล่าวแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของโจทก์แต่ประการใด ในปี 2555 โจทก์ (แทนทอง ธรรมวัฒนะ) ได้เจรจาขอซื้อหุ้นคืนจากนายปริญญา แต่ได้รับการปฏิเสธ ต่อมาในปี 2557 นายปริญญาและพวก  ได้ตกลงขายหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ให้แก่จำเลยทั้งสอง   (น.ส.ณฤมล – น.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ) โดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ลว.29 ก.ค.2557  

และมีการระบุไว้ในข้อ 11 แห่งสัญญานั้นว่า “ต่อไปในภายหน้าหากฝ่ายโจทก์ (น.ส.ณฤมล น.ส.คนึงนิตย์) จะขายหุ้นทั้งหมดที่ซื้อจากฝ่ายปริญญา (จำเลย) ฝ่ายโจทก์จะต้องเสนอขายให้แก่ฝ่ายจำเลยก่อนบุคคลอื่น และจะต้องไม่นำหุ้นดังกล่าวไปก่อภาระผูกพันใด ๆ ….”

จำเลยที่ 2 ให้การว่าได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ตามข้อความในบันทึกฉบับลงวันที่ 17 มีนาคม 2558 ซึ่งระบุว่า โจทก์ขอเจรจากับจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการขอซื้อหุ้นพิพาทภายในเดือนมิถุนายน 2558 ในวันที่ 21 มีนาคม 2558 จำเลยที่ 2 เขียนข้อความเพิ่มเติมไว้ท้ายบันทึกด้วยลายมือของตนเองว่า “เพราะแทนทอง (โจทก์) ไปเจรจาเอง ที่ศาลไกล่เกลี่ย มีความเห็น แทนทองควรได้หุ้นพ่อคืน 201 ล้านบาท + 46 ล้านบาท ของ WW ” และลงชื่อพร้อมวันที่กำกับไว้ 

ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความเป็นพยานโจทก์ด้วยว่า จำเลยที่ 2 ยินดีโอนหุ้นในส่วนที่จำเลยที่ 2 ถือไว้แทนโจทก์ ในบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด จำนวน 368,482 หุ้น ,บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (1990) จำกัด จำนวน 1,500 หุ้น ให้แก่โจทก์ 

แต่การเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นต้องให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการ จำเลยที่ 2 จึงยังไม่อาจส่งมอบหุ้นที่ถือแทนให้แก่โจทก์ได้

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบหุ้นของ บริษัทสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด จำนวน 368,482 หุ้น และ บริษัทสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ(1990) จำกัด จำนวน 1,500 หุ้น ให้โจทก์ส่วนคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 เสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ  และในที่สุดศาลฎีกาก็ได้กลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นยกฟ้องในที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดยิ่งเจริญ