เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เชียงใหม่’ รับมือจีนแห่ซบญี่ปุ่น ชูความปลอดภัย-วิถีสโลว์ไลฟ์เมืองเก่า
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘เชียงใหม่’ รับมือจีนแห่ซบญี่ปุ่น ชูความปลอดภัย-วิถีสโลว์ไลฟ์เมืองเก่า
‘อนุทิน’ ถึงมาเลเซีย ‘อันวาร์’ รอรับ ลุยหารือความร่วมมือการค้า-ลงทุน
Politics ‘อนุทิน’ ถึงมาเลเซีย ‘อันวาร์’ รอรับ ลุยหารือความร่วมมือการค้า-ลงทุน
ชัชชาติ ชูสองนิ้ว คัมแบ็ก ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 เผยตื่นเต้นเล็กน้อย
Politics ชัชชาติ ชูสองนิ้ว คัมแบ็ก ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 เผยตื่นเต้นเล็กน้อย
‘เนสท์เล่’ ลงทุนครั้งใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน เชื่อมโยงเกษตรกร ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตกาแฟภูมิภาค
Economic ‘เนสท์เล่’ ลงทุนครั้งใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน เชื่อมโยงเกษตรกร ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตกาแฟภูมิภาค
ก.ล.ต. ยันระบบยื่นแบบ 246-2 เป็นสากล ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่น “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใครยังไม่เฉลย
Finance ก.ล.ต. ยันระบบยื่นแบบ 246-2 เป็นสากล ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่น “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใครยังไม่เฉลย
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,250 บาท
ค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 14 เดือน ที่ 33.54 บาท/ดอลลาร์ สงครามตึงเครียด
Finance ค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 14 เดือน ที่ 33.54 บาท/ดอลลาร์ สงครามตึงเครียด
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลัง ‘ทรัมป์’ ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง-ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลัง ‘ทรัมป์’ ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง-ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง
SMEs ยิ่งขายยิ่งเจ๊ง ‘คูปองส่วนลด’ บิดเบือนกลไกราคา
Business SMEs ยิ่งขายยิ่งเจ๊ง ‘คูปองส่วนลด’ บิดเบือนกลไกราคา
ดูทั้งหมด

สนามบินสุวรรณภูมิแก้ปัญหาความคับคั่ง ขยายจุดตรวจค้นเพิ่มเป็น 41 จุด

13 พ.ย. 2564 | 23:14น.
สุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิแก้ปัญหาความคับคั่ง ขยายจุดตรวจค้นเพิ่มเป็น 41 จุด ตั้งแต่ 15 พ.ย. 64 – 5 ม.ค. 65

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 – 5 มกราคม 2565

ทสภ.จะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จุดตรวจค้นและจุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศโซน 1 (บริเวณหลังเคาน์เตอร์เช็คอิน Row A) และจุดตรวจค้นและจุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศช่องทางพิเศษโซน 2 (Fast Track) ชั้น 4 อาคารผู้โดยสาร

โดยกำหนดการปิดพื้นที่ทีละโซน ช่วงแรก จะปิดพื้นที่จุดตรวจค้นฯ โซน 1 ปรับปรุงให้เป็นพื้นที่บริการผู้โดยสารช่องทางพิเศษ (Fast Track) ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (Wheelchair) ผู้โดยสาร First Class, Premium Lane และลูกเรือ เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการ โดยมีจำนวนเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเป็น 13 ช่องตรวจ (จากปัจจุบัน 6 ช่องตรวจ)

พื้นที่รอตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเป็น 348 ตารางเมตร (จากปัจจุบัน 80 ตารางเมตร) ขีดความสามารถในการตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเป็น 660 คนต่อชั่วโมง (จากปัจจุบัน 232 คนต่อชั่วโมง) พื้นที่รอรับการตรวจค้น เพิ่มเป็น 114 ตารางเมตร (จากปัจจุบัน 50 ตารางเมตร) เครื่องเอกซเรย์ เพิ่มเป็น 5 เครื่อง (จากปัจจุบัน 2 เครื่อง)

อย่างไรก็ตาม ระหว่างปิดปรับปรุงพื้นที่จุดตรวจค้นฯ โซน1 ผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินไทย ประเภทชั้น 1 (Royal First Class) และชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) และลูกเรือ สามารถใช้บริการจุดตรวจค้นฯ ช่องทางพิเศษ (Fast Track) โซน 2 แทนเป็นการชั่วคราว

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการปรับปรุงช่วงที่สอง ในส่วนของพื้นที่จุดตรวจค้นฯ ช่องทางพิเศษ (Fast Track) โซน 2 เป็นการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่บริการจุดตรวจค้นและตรวจหนังสือเดินทางสำหรับผู้โดยสารทั่วไปประเภทชั้นประหยัด (Economy) เต็มรูปแบบ

โดยจะเพิ่มเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทาง 8 ช่องตรวจ รวมเป็น 28 ช่องตรวจ เพื่อขยายพื้นที่รอตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกโซน 2 เพิ่ม 260 ตารางเมตร รวมเป็น 860 ตารางเมตร เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้บริการและแก้ไขปัญหาความคับคั่งในอาคารผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ทสภ. ได้ประสานงานกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบินถึงการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งประเมินแล้วว่าระยะเวลาดำเนินการ 52 วัน ในการปรับปรุงพื้นที่ทั้ง 2 โซนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารขาออก เนื่องจากเป็นการทยอยปิดพื้นที่ทีละโซน และระหว่างดำเนินการยังคงมีพื้นที่ให้บริการรองรับ

ขณะเดียวกัน แม้จำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ณ ทสภ. มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา การคาดการณ์ผู้โดยสารขาออกในระยะนี้ยังคงมีจำนวนไม่หนาแน่นเมื่อเทียบกับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด 19

นายกิตติพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ทสภ. มุ่งมั่นในการพัฒนาบริการทุกด้านเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ ทุกการดำเนินการได้ประเมินแล้วว่าจะต้องไม่กระทบต่อการให้บริการตามปกติ ภายใต้แนวคิดการเดินทางวิถีใหม่ (Transport New Normal) โดยให้บริการตามมาตรการด้านสาธารณสุข COVID – Free Setting เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการต่อ ทสภ. และ ทอท.