แผ่นดินทอง ต้องกลับมาอีกครั้ง!  ปลัด มท. ประกาศ Kick-Off วันดินโลก 5 ธ.ค. นี้ ทั่วประเทศ

แผ่นดินทอง ต้องกลับมาอีกครั้ง!  ปลัด มท. ประกาศ Kick-Off วันดินโลก 5 ธ.ค. นี้ ทั่วประเทศ สานต่องานตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา เพื่อการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

“กระทรวงมหาดไทย เตรียม Kick-Off คืนดินดีให้ผืนแผ่นดินไทย สร้างสรรค์ความสมดุลธรรมชาติ และระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้เป็นแผ่นดินทอง เนื่องในโอกาสวันดินโลก 5 ธันวาคม 2565  นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยเป้าหมายและความสำคัญของ “วันดินโลก” ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยมีเป้าหมายที่จะ Change for Good สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งตั้งใจจะเริ่มต้นในเดือนธันวาคม 2565 เนื่องจากเป็นเดือนแห่งวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยถือโอกาสวันที่ 5 ธันวาคม 2565 นี้เป็นวัน Kick-Off กิจกรรม

นายสุทธิพงษ์ฯ ระบุว่า วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ยังเป็นวันสำคัญของนักปฐพีวิทยาทั่วโลก และเป็นที่น่าภาคภูมิใจเนื่องจากวงการปฐพีวิทยานานาชาติ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Science : IUSS) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) ได้มีฉันทานุมัติเลือกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็น “วันดินโลก (World Soil Day)” เพื่อสร้างความตระหนักให้คนรุ่นหลังได้รับทราบถึงความสำคัญของ “ดิน” ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ในด้านการพัฒนาการเกษตร ดินเป็นแหล่งผลิตอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเชื้อเพลิง ดินช่วยพัฒนาระบบนิเวศให้มีความยั่งยืน เอื้อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยดูดซับคาร์บอน และบรรเทาผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ มนุษย์ใช้ดินเป็นที่ตั้งของที่อยู่อาศัยและเมือง เป็นที่ทิ้งขยะ เป็นตัวกรองและทำน้ำให้สะอาด อีกทั้งยังเป็นการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกด้วย

ปลัด มท.เน้นย้ำว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะร่วมกับทุกภาคีเครือข่าย กลไก บวร บรม ครบ และพี่น้องประชาชน Kick-Off ขับเคลื่อนช่วยกันพลิกฟื้นดินที่ย่ำแย่ ที่ถูกตัดต้นไม้ทำลายป่า ทำลายหน้าดิน จนทำให้พื้นที่แห้งแล้งเป็นทะเลทราย ดินขาดธาตุอาหารที่สมบูรณ์ โดยถือโอกาสวันที่ 5 ธันวาคม นี้ ตามที่สหประชาชาติ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้เป็น “วันดินโลก” เพื่อใช้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนกิจกรรมการรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ทางด้านดิน และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดิน โดยในปีนี้ ประเทศสมาชิกองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO เห็นพ้องร่วมกันให้กำหนดหัวข้อการจัดงานในชื่อ Soils, where food begins ที่เน้นความสำคัญของการสร้างสุขภาพดินที่ดี ทำให้ส่งผลถึงความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหาร รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ดี ตามแนวคิด One Health ซึ่งหมายถึง การพัฒนาสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้มีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ภายใต้เป้าหมาย การพัฒนาความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 4 ด้าน หรือ Four better ประกอบด้วย Better Production (การผลิตที่ดี) Better Nutrition (โภชนาการที่ดี) Better Environment (สิ่งแวดล้อมที่ดี) Better Life (ชีวิตที่ดี) เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องวันดินโลกแก่ประชาชน และทำให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน และเกิดจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรดิน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกต่อมนุษยชาติและสภาพแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ด้วยการช่วยกันน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา น้อมนำหลักกสิกรรมธรรมชาติ หลักอารยเกษตร การใช้ชีวิต การบริหารจัดการขยะ หรือจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน เลิกใช้สารเคมี ทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เพื่อให้ผืนธรณีของเรากลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง คืนความสมบูรณ์ด้วยหลักธรรมชาติตามหลักทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมการเกื้อหนุนในการดูแล ดิน น้ำ ป่า พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ คืนดินดีให้ผืนแผ่นดินไทย สร้างสรรค์ความสมดุลธรรมชาติ และระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้เป็นแผ่นดินทอง

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือพลังของพวกเราทุกคน ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนทำให้ผืนดินทั่วประเทศไทย แผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของเรา ได้กลับกลายไปเป็น “แผ่นดินทอง” อีกครั้ง ซึ่งคำว่า แผ่นดินทอง หรือ “สุวรรณภูมิ” นั้นเกิดจากสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้รักษาจนมาเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเรา ผู้เป็นคนรุ่นหลังก็ต้องช่วยกันรักษา ไม่ทำลายดิน ไม่ทำลาย อันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน หรือ ลดก๊าซไข่เน่า อีกส่วน คือ ช่วยปลูกต้นไม้ ก็เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มธาตุอาหาร การห่มดินช่วยลดการระเหยของน้ำในดิน ล้วนแต่มีส่วนช่วยคืนชีวิตให้แผ่นดิน ทุกความตั้งใจจะประสบผลได้ดีนั้น ต้องอาศัยความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมและการลงมือทำซึ่งยจะเป็นกลไกสำคัญ ต้องช่วยกันขยายผลบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ ปลัดมหาดไทย ระบุ

ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระราชบิดา และ ทฤษฎีใหม่เป็น 1 ใน 40 ทฤษฎี ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานให้พวกเรานำมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับ “โคก หนอง นา นั้นเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่คำนึงถึงหลักความสมดุลของธรรมชาติ คือมีป่าจริง ๆ มีต้นไม้หลากหลาย อยู่อย่างเกื้อกูลกัน เป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ มีประโยชน์ใช้สอยทั้งระยะสั้น ไม้ฟืนใช้ประกอบอาหาร และระยะยาว ใช้สร้างบ้านได้ และเป็นมรดกกองทรัพย์ให้ลูกหลาน เช่น ปลูกต้นพะยูงในที่ดิน การห่มดินให้ดินเลี้ยงพืช และเป็นพระราโชบายและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ ประเทศชาติมั่นคง เป็นปึกแผ่น และประชาชนของพระองค์มีความรัก ความสามัคคี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และด้วยพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่าง ๆ จากพระราชบิดา “พ่อของแผ่นดิน” ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป อย่างยั่งยืน”  ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย

#WorldSoilDay #วันดินโลก #soilswherefoodbegins #Soils4Nurition #FAO #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #ChangeforGood