ตลาดหุ้นผันผวนแรงหลังเลือกตั้ง CGS-CIMB จับมือ CIMB Thai ออกหุ้นกู้อนุพันธ์ระยะสั้น 6 เดือน 4%-11% ต่อปี เน้นกระจายลงทุน
วรภร ธรศุภภากร ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจผลิตภัณฑ์การเงินซับซ้อน และ Head, Private Wealth Strategy ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คาดการณ์การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยในรอบสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน กระจายเงินฝากกับหลายๆสถาบันการเงิน หุ้นกู้บริษัทเอกชน กระจายในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เน้นลงทุนในหุ้นกู้ระดับความเสี่ยง Investment Grade ระยะสั้น ถึง 5 ปี หรือ หุ้นกู้ตลาดรองที่ราคาเสนอขายน่าสนใจ ผลตอบแทนระหว่าง 2.5%-3.5% ต่อปี ปรับพอร์ตการลงทุน ปรับระยะเวลาของตราสารหนี้ในพอร์ต สามารถขายคืนหุ้นกู้ระยะยาว เข้าซื้อระยะสั้น และการลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์ Equity Linked Note ที่อ้างอิงราคาหลักทรัพย์ หรือหุ้นใน SET50 ระยะเวลา 3-6 เดือน Knock-in level 72% – 89% หุ้นอ้างอิงอาทิ CPALL BCP DOHOME OSP TIDLOR ซึ่งจังหวะการลงทุนในช่วงราคาหุ้นต่ำ จะเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุน ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ อัตราผลตอบแทน 4% -11% ต่อปี*
กรรณ์ หทัยศรัทธา นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยเผชิญแรงขายแรงจากแรงกดดันของผลการเลือกตั้งใหญ่ 2566 อาทิ
กลุ่มโรงไฟฟ้าอาจกระทบจากมาตรการลดค่าไฟฟ้า 70สตางค์/หน่วย (ลดทันที) รวมถึงการประมูลโครงการต่างๆในอนาคต (BGRIM GPSC GULF GUNKUL)
กลุ่มโรงแรม, ร้านอาหารอาจจะเจอแรงกดดันจากค่าแรง 450 บาท (ขึ้นทันที) (SG&A to salesแล้วแต่บจ.) (CENTEL M ZEN) กลุ่มสื่อสาร ปรับตัวลดลงจากประเด็นการควบรวมกิจการในอนาคตจากนโยบายหลักของพรรคก้าวไกลนั่นคือ Demonopolize Decentralize Demilitarize (ADVANC INTUCH TRUE) และ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย โดยราคาหุ้นเจอแรงขายหลังพรรคเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ตามที่ตลาดคาด ทำให้ราคาหุ้นอาจโดน De-rate จากตลาดในอนาคตอันสั้น (SC SIRI)
มองกรอบดัชนี 3 เดือนบริเวณ 1520-1585 โดยหุ้นไทยจะแกว่งผันผวนรอความชัดเจน หน้าตารัฐบาลใหม่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ก้าวไกล-เพื่อไทย-ไทยสร้างไทย-เสรีรวมไทย และ ภูมิใจไทย โดยคะแนนจะเกินครึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอำนาจในการโหวตนายกเกิน 376 เสียง หากพรรคเพื่อไทยเลือกจัดตั้งรัฐบาลกับฝั่งอนุรักษ์นิยม เรามองเป็น Sentiment ลบกับตลาดหุ้นไทย เกิดความไม่แน่นอน ทางการเมืองได้ โดยให้น้ำหนักกับประเด็นนี้น้อย มองดัชนีที่ 1450-1520 หากเกิดขึ้น
แนะนำเลี่ยงลงทุน 4 กลุ่มข้างต้นและทยอยสะสมหุ้นที่ได้รับประโยชน์แน่นอนจากการเลือกตั้งนำโดยหุ้น
CPALL : กลุ่มค้าปลีกจะได้ประโยชน์แน่นอนจากนโยบาย “การเพิ่มรายได้” แนวโน้มกำไรในปี 2566 สดใส
PTG : กลุ่มผู้ค้าปลีกน้ำมันจะได้ประโยชน์จากมาตรการ “ลดค่าใช้จ่าย” โดย เป็นค่าใช้จ่ายที่มีมีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกับค่าไฟฟ้า
TIDLOR : ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่เพิ่มและค่าแรงที่ปรับขึ้นทันทีรวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยและสหรัฐที่เป็นต้นทุนการกู้ยืมหลักใกล้แตะจุดสูงสุด
สนใจติดต่อธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร 02 638 8277, 02 670-4666
คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับราคาหลักทรัพย์อ้างอิงและ รายละเอียดที่เกี่ยวข้องที่ผู้ลงทุนเลือกและกำหนด เช่น Strike / Knock-in / Knock-out level ตลอดจนภาวะตลาดและความผันผวนของราคาหลักทรัพย์อ้างอิงแต่ละช่วงขณะ