Skip to content

“กระทรวงมหาดไทย” ร่วมลงนามกับสหประชาชาติ มุ่ง Change for Good ทำเพื่อโลก เพื่อประเทศชาติ เพื่อลูกหลาน อย่างยั่งยืน

10 มิ.ย. 2565 | 09:00น.
“กระทรวงมหาดไทย” ร่วมลงนามกับสหประชาชาติ มุ่ง Change for Good ทำเพื่อโลก เพื่อประเทศชาติ เพื่อลูกหลาน อย่างยั่งยืน

ประวัติศาสตร์ “กระทรวงมหาดไทย” ผนึกกำลัง ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืนกับสหประชาชาติ มุ่ง Change for Good ทำเพื่อโลก เพื่อประเทศชาติ เพื่อลูกหลาน อย่างยั่งยืน

“เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของชาวมหาดไทย เพราะเป็นโอกาสแรกที่เราได้มีโอกาสมาทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับทางองค์การสหประชาชาติ (UN) ในการที่เราจะแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และในขณะเดียวกันก็จะช่วยกันพัฒนาประเทศของเราให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืนครบทั้ง 76 จังหวัด” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดใจเล่าถึงความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  (Sustainable Development Goals : SDGs) ของ UN เพื่อให้ประเทศไทยของเราเป็นสมาชิกที่ดีของโลก และทำให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดี ลูกหลานได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมในพิธี ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมให้พันธะสัญญากับชาวโลกในการประชุม COP 26 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17  เป้าหมาย ซึ่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในฐานะนายกรัฐมนตรีของจังหวัด เป็นผู้นำที่สำคัญในการขับเคลื่อนบริหารจัดการงานทุกด้านของรัฐบาล และทำหน้าที่ในการทำให้พี่น้องประชาชนได้มีความสุข ความทุกข์น้อยลง ดังวิสัยทัศน์ของกระทรวงมหาดไทยที่มีมากว่า 130 ปี คือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก และเน้นย้ำให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคน ตระหนักถึงความสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ผ่านทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา มาสู่การทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง การเกษตรที่หลากหลาย ที่สามารถช่วยให้ประชาชนเกิดการพึ่งพาตนเองได้ มาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาให้พี่น้องประชาชนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ มั่นคง และยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของสหประชาชาติ

ซึ่งในปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความยากไร้ ปัญหาการศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ สิ่งแวดล้อม และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ซึ่งเป็นเครื่องชี้ชัดว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม และผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จะเข้ามามีโอกาสมาร่วมกันขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสหประชาชาติให้ประสบความสำเร็จ

ปลัด มท. เปิดเผยว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านจะเป็นผู้นำการจัดทำแผนปฏิบัติการและขับเคลื่อนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือลดโลกร้อนที่เป็นปัญหาสำคัญของชาวโลกด้วยความเข้มแข็งและความยั่งยืนที่หนักแน่นอย่างเอาจริงเอาจัง ด้วยการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ยั่งยืน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มาหลายสิบปีแล้ว เพราะความหลากหลายทางชีวภาพมีคุณค่าอย่างประมาณการไม่ได้ สำหรับพวกเราทุกคนและลูกหลานของเราในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพด้วย BCG Model ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในเชิงระบบที่ประเทศไทยเราจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทางสหประชาชาติ เพื่อสร้างความรับรู้เข้าใจและความร่วมมือของพี่น้องคนไทยให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้ชีวิตของพวกเรา รวมไปถึงการสร้างความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการบริหารจัดการขยะ ด้วยหลัก 3Rs คือ ใช้น้อย (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) และนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ที่ดี ขณะเดียวกันก็จะมีการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและลดการสูญเสียอาหาร การเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้ชุมชนและระบบนิเวศทางทะเลผ่านการปรับตัวและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ กระทรวงมหาดไทยโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่เพิ่มเติมด้วยความมุ่งมั่น

ขณะเดียวกัน ทางสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ก็จะเน้นย้ำการให้ความสำคัญส่งเสริมการพัฒนาบทบาทสตรีในประเทศไทย ด้วยหลักการทำงานในการพัฒนาคนให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัว สังคมได้ เช่น การส่งเสริมการรวมกลุ่มของสตรีไทยโดยมีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นทุนให้สตรีได้รวมตัวกันทำอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว ขณะนี้มีสมาชิก 14 ล้านคน รวมถึงการพัฒนาผู้มีทักษะในการประกอบอาชีพ ด้วยการส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นกลุ่ม OTOP หรือโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดพลังในการรวมตัวเป็นผู้ประกอบการผลิตสินค้าจำหน่าย ซึ่งหลักของการพัฒนานี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานการทำให้ทุกครัวเรือนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปทำให้คนได้พึ่งพาตนเอง  อันจะเป็นส่วนช่วยป้องกันการหิวโหยหรือการอดอยาก และขณะเดียวกันช่วยทำให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

“ผมขอยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยและภาคีเครือข่ายของกเราทุกภาคส่วน พร้อมสนับสนุน เจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน ทั้งในแง่ของการยกระดับความสามารถ ยกระดับความตระหนักรู้ของประชาชน และขีดความสามารถของหน่วยงานระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินกิจกรรมที่เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนลงสู่ในระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ท้องถิ่น ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานระดับจังหวัด ท้องถิ่น และทีมงานของ UN ประจำประเทศไทย ตลอดจนถึงพันธมิตรอื่น ๆ ทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด โดยมีการหารือร่วมกันเป็นระยะต่อเนื่องเพื่อทำให้โลกใบเดียวของเราทุกคนได้มีอายุยืนยาว เป็นที่อยู่อาศัยที่ดีของลูกหลานเราตราบนานเท่านาน ด้วยแนวคิด Change  for  good  สมดังเจตจำนงและความประสงค์ของพวกเราทุกคนทุกประการ “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน เพื่อคนไทยกว่า 69 ล้านคน ร่วมกับสหประชาชาติ “โลกนี้เพื่อเรา”” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำปิดท้าย