‘อนันต์’ ผู้ว่ารถไฟคนใหม่ ดันไฮสปีดไทย-จีนสางหนี้ 3 แสนล้าน
อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง
ในที่สุด “อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” ได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คนที่ 21 ในวัย 54 ปี อย่างเต็มตัว เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 หลังได้ฤกษ์จดปากกาเซ็นสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ
“อนันต์” จบปริญญาตรีอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิตด้านวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร ใบอนุญาต ภาควิศวกร สาขาไฟฟ้า งานไฟฟ้าสื่อสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เป็นลูกหม้อ ร.ฟ.ท.ร่วม 32 ปี เติบโตมาตามสายงาน จากวิศวกรระบบอาณัติสัญญาณ ขึ้นรองผู้ว่าการกำกับงานด้านบริหารทรัพย์สินและฝ่ายการช่างกล ก่อนผงาดบิ๊กม้าเหล็กในวันนี้
4 ปีเพิ่มรายได้-ลดขาดทุน
กว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา “อนันต์” เห็นวิกฤตหนัก ๆ ของ ร.ฟ.ท.ประมาณ 3 วิกฤตใหญ่ ๆ วิกฤตแรกอุบัติเหตุรถไฟตกราง วิกฤตที่ 2 การก่อสร้างที่มีเหตุการณ์ร้ายแรง และวิกฤตที่ 3 ด้านกฎหมาย ด้านการก่อสร้าง เกี่ยวข้องกับโครงการขนาดใหญ่อย่างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) รวมถึงเรื่องที่ดินเขากระโดง
“4 ปีตั้งเป้าจะพา ร.ฟ.ท.องค์กรอายุกว่า 100 ปี ที่ปัจจุบันมีหนี้ 3.2 แสนล้านบาท สาเหตุหนึ่งมาจากการชดเชยค่าบริการเชิงสังคม (PSO) ที่ได้รับไม่ครบ โดยจะลดขาดทุนอีบีด้าจาก 4,000 ล้านบาท อีกปีละ 500 ล้านบาท เพราะคงยากจะลดหนี้เดิม ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มปีละ 10% เป็น 12,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้ปีละ 10,000 กว่าล้านบาท แบ่งเป็นการบริหารทรัพย์สิน 3,700 ล้านบาท ค่าโดยสาร 3,000 ล้านบาท การขนส่งสินค้า 2,000 ล้านบาท ยุคผมเพิ่มรายได้ค่าโดยสารอีก 10% ก็เก่งแล้ว เพราะรถมีเท่าเดิม แต่เสริมขบวนและบริการใหม่ ๆ ให้ผู้โดยสารหันกลับมาใช้มากขึ้น รวมถึงปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 (พัดลม) เป็นรถปรับอากาศพ่วงในขบวนที่ให้บริการ”
เร่งพัฒนาที่ดิน-ลงทุนทางคู่
หลัก ๆ จะเน้นการบริหารจัดการทรัพย์สินมีอยู่ โดยเฉพาะที่ดินที่ไม่ใช้ในการเดินรถ ซึ่งมอบให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริหารจัดการ และที่ผ่านมาได้มีการโอนที่ดินมีมูลค่า 500 ล้านบาท จำนวน 10 แปลง ให้ SRTA แล้ว จะพยายามเร่งให้เกิดการพัฒนาโดยเร็วเพื่อสร้างรายได้ เช่น สถานีแม่น้ำ สถานีกลางบางซื่อ สนามกอล์ฟหัวหิน หลังต่อสัญญาที่ดินเซ็นทรัล ลาดพร้าว และอาร์ซีเอไปแล้ว ที่ดินแปลงไหนที่มีศักยภาพเราจะต่อสัญญาระยะยาว
สำหรับการลงทุนโครงการใหม่ในแผน เร่งการก่อสร้างรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ให้เสร็จ 3 ปี เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,249 กม.วงเงินรวม 297,924 ล้านบาท ในปี 2570 จะเปิดประมูลในส่วนของสายใต้ 3 เส้นทาง ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท, สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท และหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท
อีก 3 เส้นทาง ได้แก่ ปากน้ำโพ – เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143.24 ล้านบาท, เด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222.14 ล้านบาท และจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095.36 ล้านบาท จะทบทวนเรื่องการเวนคืนหลังปรับแนว และจัดลำดับความสำคัญของโครงการเพื่อลดภาระการลงทุนของรัฐบาล
ปรับแผนฟื้นฟูกิจการ
“ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างปรับแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ ในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแผนในส่วนย่อย ก่อนที่จะเข้าสู่แผนฟื้นฟูฉบับใหญ่ในปี 2571 เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมเดินรถด้วย”
แม้ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าเอกชนจะให้ความสนใจมากน้อยเพียงใด เนื่องจากข้อจำกัดและเงื่อนไขการลงทุนในระบบรางค่อนข้างสูง รวมถึงยังมีเงื่อนไขเรื่องค่าเช่าและค่าเข้าใช้ทางที่เอกชนต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ หากในอนาคตมีความต้องการของผู้โดยสาร แต่เอกชนเข้ามาลงทุนน้อย ร.ฟ.ท.จะเสนอเรื่องต่อรัฐบาลเพื่อขอการสนับสนุนและเติมเต็มการบริการต่อไปสำหรับการจัดหารถโดยสาร หัวรถจักรและล้อเลื่อน
“ภายใต้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ.2568 เรามีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่บทบาทผู้บริหารโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการ และเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงข่ายทางรางและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐในระยะยาว ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบราง ซึ่งปัจจุบัน ร.ฟ.ท.มีเส้นทางที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 47 จังหวัดทั่วประเทศ”
ชง ครม.เพิ่มคน 2,850 อัตรา
อีกเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ เพิ่มบุคลากรอีก 2,850 อัตรา แก้ปัญหาขาดแคลน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดค่าใช้จ่ายค่าล่วงเวลา โดยคณะกรรมการบอร์ดอนุมัติแล้ว จะเสนอกระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาทบทวนมติ ครม. ปี 2541 ที่ให้รับพนักงานใหม่ได้ไม่เกิน 5% ของจำนวนผู้เกษียณอายุ
“การรถไฟฯ ในยุคผมต้องทำงานให้ไว พัฒนาการบริการ สร้างรายได้ รวมถึงขันนอตโครงการรถไฟไทย-จีน หรือไฮสปีดเทรนสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ให้ไปถึงจุดทดสอบระบบรถไฟให้ได้ แม้ว่าปัจจุบันการก่อสร้างโดยภาพรวมจะยังล่าช้าจากแผนค่อนข้างมาก ยังสร้างไม่ถึง 50% ผมจะลงไปขันนอตทุกตัว เพื่อให้โครงการเดินหน้า” อนันต์กล่าวอย่างมุ่งมั่น