คอนโดฯ “แสนสิริ” ท็อปฟอร์ม ผู้บริโภคเลือก-ไว้วางใจสูงสุด ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน
ด้วยพลังความเชื่อมั่นในแบรนด์และโปรดักส์จากผู้บริโภคที่คุ้นเคยมายาวนานกว่า 40 ปี ทำให้บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ก้าวข้ามความท้าทายมาได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ และเดินหน้าขับเคลื่อนยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมาต่อเนื่องกว่า 500 โครงการทั่วประเทศ
ปัจจุบันแม้ว่าตลาดอสังหาฯ ยังเผชิญความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ แต่”แสนสิริ”ยังคงยืนหนึ่งแบรนด์อสังหาฯรายเดียวบนรันเวย์ได้อย่างแข็งแกร่ง

เศรษฐกิจยิ่งท้าทาย ยิ่งพิสูจน์”ความเชื่อมั่น”
ความสำเร็จทั้งหมดสะท้อนจากรางวัล“Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ที่แสนสิริ อสังหาฯ รายแรกและรายเดียว กวาดครบ 3 สุดยอดรางวัลใหญ่ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ประกอบด้วย อันดับ 1 กลุ่มคอนโดมิเนียม อันดับ 1 กลุ่มบ้านเดี่ยว และ อันดับ 1 กลุ่มทาวน์โฮม จากผลสำรวจผู้บริโภคทั่วประเทศ
มากกว่ารางวัล คือ การตอกย้ำพลังของแบรนด์”แสนสิริ”คือ เบอร์หนึ่งตลาดอสังหาฯและแบรนด์ทรงพลังที่ “ผู้บริโภคเลือกและไว้วางใจสูงสุด” ยาวนานต่อเนื่อง 5 ปี และเป็นบทพิสูจน์ “ดีเอ็นเอแสนสิริ” ด้านการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ตอบโจทย์ ตรงใจผู้บริโภคในระยะยาว ผ่านโปรดักส์ ดีไซน์ ฟังก์ชั่น สังคมการอยู่อาศัย และบริการกลังการขาย
ถอดสูตรคอนโด No.1 ของไทย
เจาะลึกตลาดคอนโดมิเนียม หลังผู้ประกอบการหลายรายเลือกที่จะหยุด รอดูท่าที แต่ทำไม”แสนสิริ”ถึงยังรักษาความเป็น No.1 ของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง 5 ปี
4 ทศวรรษที่ผ่านมา“แสนสิริ”ไม่เพียงเดินหน้ากลยุทธ์ Speed to Market เพื่อพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ยังมุ่งให้ความสำคัญกับความสุขของลูกบ้านตามแนวคิด Every day…Life is Goodซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญในการพัฒนาโครงการและบริการหลังการขายของแสนสิริ
ไม่เพียงเท่านั้นยังสร้าง Living Ecosystem ในการอยู่อาศัยครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การก่อสร้าง การเลือกทำเล Strategic Location มีความคุ้มค่าในระยะยาว การออกแบบนวัตกรรม เพื่อการอยู่อาศัย การบริการหลังการขาย ไปจนถึงสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทรัพย์สินของลูกค้า ให้เป็นมากกว่า”การสร้างที่อยู่อาศัย” ในวันที่ผู้บริโภคเลือกซื้อบ้านด้วยความเชื่อมั่นมากกว่า”ราคา”
5 ปียอดขายโตสวนกระแส คอนโดพร้อมอยู่รองรับการรับรายได้
ทำให้ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจคอนโดแสนสิริ เติบโตสวนกระแสตลาด สะท้อนจากสถิติยอดขายคอนโด 5 ปีย้อนหลัง และพุ่งทะยานสู่ 25,000ล้านบาทในปี 2568 ครองตำแหน่งเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม หรือเติบโตจากปี 2568 ถึง 35%
สำหรับปี 2569 แสนสิริตั้งเป้าสร้างยอดขายคอนโด 23,000 ล้านบาท ยอดโอน 17,500 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวคอนโด 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ในทุกเซ็กเมนต์และทุกระดับราคา แม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและสวนแสตลาด
แต่ด้วยความพร้อมของคอนโดพร้อมอยู่รอรับรายได้ (Backlog) กว่า 20,000 ล้านบาท ผนวกกับแบรนด์ที่เข้าถึงลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ แรงหนุนจาก 2 มาตรการกระตุ้นภาครัฐ การผ่อนเกณฑ์ LTV และลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 0.01% ที่มีการขยายเวลา 1 ปี ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการ“ปลดล็อก”กำลังซื้อ ทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยจริง และกลุ่มนักลงทุน ทำให้แสนสิริมั่นใจจะไปสู่เป้าหมายได้ไม่ยาก
เมื่อเจาะลึกความสำเร็จของกลุ่มคอนโด มาจากกลยุทธ์การส่งมอบโครงการพร้อมอยู่ในกลุ่มพรีเมียมเพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ ที่ต้องการโปรดักส์คุณภาพระดับสูง โดยครึ่งปีแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง สะท้อนจากกระแสไวรัลที่ลูกค้าแห่ต่อคิวจองคอนโดฯ ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ ประเดิมด้วยเลิฟ เจริญนคร และถัดมาคือเอ็กซ์ที เทน เอกมัย นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมเปิดใหม่ล่าสุดในเดือนมิถุนายนคือ ดีคอนโด วีเต (dcondo vite) พัทยา (โปรเจกต์ที่ 3 ในย่าน) กวาดยอดขายสูงถึง 90% หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดในทำเล (เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท) และเวย์ พระราม 9 (Vay Rama 9) คอนโดใหม่พร้อมอยู่เน้นกลุ่มเรียลดีมานด์พร้อมโอน

ปั้นแบนด์ใหม่-ฟื้นภาพจำแบรนด์อมตะ
การเปิดแบรนด์ใหม่ อย่าง”เลิฟ เจริญนคร” และนำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมาสร้างความสำเร็จอีกครั้ง ทั้งแบรนด์
”เอ็กซ์ที” และแบรนด์”เดอะ โมนูเมนต์”
และเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพไม่ว่า”มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์)” และ”โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย)”ต่อเนื่อง
ทำให้ คอนโดฯ ของแสนสิริในครึ่งปีแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง สะท้อนจากกระแสไวรัลที่ลูกค้าแห่ต่อคิวจองคอนโดล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ จากโครงการเลิฟ เจริญนครและโครงการเอ็กซ์ที เทน เอกมัย
นอกจากนี้มีคอนโดเปิดใหม่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ”ดีคอนโด วีเต ที่กวาดยอดขายสูงถึง 90% หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน และ“เวย์ พระราม 9 ”คอนโดใหม่พร้อมอยู่ พร้อมโอน เน้นกลุ่มเรียลดีมานด์
จาก Strategic Location สู่พอร์ต มูลค่าสูง
ขณะที่กลุ่ม Rare Asset คอนโดพร้อมอยู่ใจกลางเมืองอย่าง “เวีย 34” และ“ เวีย 61 ”มียอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พอร์ต Strategic Location ทั้งทำเล“ภูเก็ต” โครงการเดอะ เบส เชิงทะเล ทำยอดขายพุ่ง 90%
หรือทำเลหัวเมืองหลักอย่างขอนแก่น “เดอะ เบส ศรีจันทร์-ขอนแก่น” รวมถึงโซนเชียงใหม่ และ EEC พัทยา-บางแสน สามารถสร้าง Rental Yield ในระดับสูงดึงดูดนักลงทุนปล่อยเช่าและชาวต่างชาติได้ดี
ครึ่งปีหลัง“แสนสิริ”เดินหน้าเชิงรุกเปิด 21 โครงการใหม่ต่อเนื่อง ด้วยมูลค่า 27,000 ล้านบาท โดยมีคอนโด 9 โครงการใหม่ที่ทยอยเปิดตัวและรุกต่อในทำเล Strategic Location กรุงเทพฯภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่
นำโดย “เดอะ โมนูเมนต์ สาทร ” ที่แสนสิรินำกลับมาทำตลาดอีกครั้ง ตามด้วยโครงการใหม่แบรนด์“เฮาส์” ใน T77 และ “แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล” และบุกทำเลทอง”ภูเก็ต”โซนในเมืองและโซนท่องเที่ยว”สามกองและป่าตอง” ยังเสริมทัพด้วยโครงการคอนโดพร้อมอยู่อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,300 ล้านบาท ที่สามารถสร้างการรับรู้รายได้ในทันที
เมื่อผู้บริโภค-เกมธุรกิจเปลี่ยน การพัฒนาโครงการ จึงไม่ใช่แค่เพื่ออยู่อาศัย “แสนสิริ” พลิกเกม ยกระดับการอยู่อาศัย
เพื่อ Well-being เปลี่ยนนิยามคอนโดสู่การสร้างสังคมและคอมมูนิตี้ของการดูแลสุขภาพกาย-ใจระยะยาว และยกระดับคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ สู่ Pets Welcome Condo ทั่วประเทศ