ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า “กรมทางหลวง” จะปัดฝุ่นโครงการก่อสร้าง “ถนนวงแหวนรอบที่ 3” หรือมอเตอร์เวย์ MR10 เมกะโปรเจ็กต์ระดับ 4 แสนล้านบาท เพื่อบรรเทาการจราจรถนนกาญจนาภิเษกหรือวงแหวนรอบที่ 2 และรองรับการขยายตัวของเมือง ออกจากกรุงเทพฯสู่ภูมิภาคมากขึ้น

แนวเส้นทางที่ขีดรัศมีไว้ จะอยู่ห่างจากวงแหวนรอบที่ 2 ประมาณ 12-50 กม. มีระยะทางประมาณ 331 กม. พาดผ่าน 9 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และสุพรรณบุรี มี 2 หน่วยรับผิดชอบการลงทุนโครงการ โดยกรมทางหลวงจะรับผิดชอบระยะทางประมาณ 235 กม. ไล่จากด้านเหนือ ตะวันออกและตะวันตก ส่วนด้านใต้อยู่ในความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
ตามแผนทยอยสร้างทีละเฟสตามความพร้อมของพื้นที่และแหล่งเงินที่จะนำมาดำเนินการก่อสร้าง สำหรับในส่วนของ “กรมทางหลวง” จะประเดิมเฟสแรกช่วงด้านตะวันออก โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก) กม.25+850 ก่อนถึงคลอง 11 ถึงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนสุวินทวงศ์) บริเวณ กม.2+500 ก่อนถึงแยกลำผักชี ระยะทางประมาณ 30.45 กม. วงเงิน 38,868 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 30,000 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 8,850 ล้านบาทโดยแนวเวนคืนจะมีความกว้าง 60-80 เมตร โดยประมาณ

สำหรับรูปแบบการก่อสร้างโครงการ จะเป็นทางยกระดับขนาด 8 ช่องจราจร พร้อมทางคู่ขนานขนาด 2 ช่องจราจรที่จะดำเนินการเป็นช่วง ๆ และทางต่างระดับ โดยแนวเส้นทางจะมีจุดเชื่อมต่อกับทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา ของ กทพ.ที่จะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2571

กรมทางหลวงวางไทม์ไลน์ “ถนนวงแหวนรอบที่ 3” เฟสแรก เตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการภายในปี 2570 เพื่อทำการเวนคืนที่ดินและเปิดประมูลก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2572 และแล้วเสร็จเปิดใช้ภายในปี 2575
“วสันต์ คงจันทร์” นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า เนื่องจากโครงการเป็นแนวถนนตัดใหม่ และอยู่ห่างไกลจากพื้นที่กรุงเทพฯ การพัฒนาพื้นที่คงยังไม่เกิดขึ้นได้เร็ว หลังจากที่โครงการเปิดใช้แล้ว ต้องอาศัยระยะเวลาการพัฒนาอีกสักระยะหนึ่งอย่างน้อย 5-10 ปี เหมือนกับถนนกาญจนาภิเษกเมื่อก่อน
แต่ถือว่าเป็นโครงข่ายที่ดี เสริมโครงข่ายระบบการคมนาคมขนส่งของประเทศ ช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางและขนส่งสินค้า ขณะที่ความเคลื่อนไหวด้านราคาที่ดิน คาดว่าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย จากเดิมราคาไร่ละไม่กี่แสนบาท จะเป็นไร่ละ 1 ล้านบาท เป็นต้น เนื่องจากในโซนนี้เป็นที่ดินเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ สำหรับทำเลที่น่าสนใจหลังโครงการเปิดใช้ จะเป็นบริเวณขึ้นลงของโครงการ เพราะสามารถเชื่อมกับถนนหรือพื้นที่อื่น ๆ ได้