MQDC นุนหุ่นยนต์ต้นแบบส่งอาหาร-ยาป้อนผู้ป่วยโควิด
เรื่องดีต้องบอกต่อ MQDC บริจาค 2 ล้านสมทบทุนกองทุนนวัตกรรมวิศวะ จุฬาฯ-โอโบดรอยด์ พัฒนา “ปิ่นโต” หุ่นยนต์ต้นแบบ-quarantine delivery robot ผู้ช่วยแพทย์ฝ่าวิกฤตเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายใต้โครงการ “CU ROBO COVID” ของคณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ
นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า MQDC ร่วมสมทบทุน 2 ล้านบาทให้กับกองทุนนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมสนับสนุนการผลิตหุ่นยนต์ผู้ช่วยแพทย์ ลดความเสี่ยงของทีมแพทย์ในโรงพยาบาลจากการรักษาผู้ป่วยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ทั้งนี้ ทีม CU ROBO COVID ประกอบด้วยนักวิจัย (MI Workspace) คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ พร้อมด้วยบริษัท เอชจี โรโบติกส์ (HG Robotics) และบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมผลิตหุ่นยนต์ “ปิ่นโต-Pinto” ได้สำเร็จ เพื่อทำหน้าที่ขนส่งอาหารและยาสำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)

โครงการดังกล่าวได้ร่วมพัฒนาระบบสื่อสาร telepresence เพื่อใช้งานกับหุ่นยนต์ปิ่นโต และใช้ในจุดคัดกรองผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ศิริราช, วชิระภูเก็ต เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้มากขึ้น
ดร.มหิศร ว่องผาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอชจี โรโบติกส์ (HG Robotics) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ MI Workspace เพื่อผลิตหุ่นยนต์ต้นแบบ ปิ่นโต “Pinto” (quarantine delivery robot) และพัฒนาระบบการสื่อสารนั้น
ทางทีมงานโอโบดรอยด์ทำหน้าที่จัดหาอุปกรณ์เพื่อการผลิตหุ่นยนต์ และระบบสื่อสารตรวจดูแลผู้ป่วยระยะไกลกับแพทย์และพยาบาล รวมถึงการพัฒนาอุปกรณ์สำคัญอื่น ๆ เช่น เครื่องช่วยหายใจ
จากผลงานครั้งนี้เตรียมขยายผลเดินหน้าผลิตหุ่นยนต์เพื่อมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ คาดว่าจะแล้วเสร็จตามเป้าหมายภายในเดือนพฤษภาคม 2563 ใช้เงินลงทุน 1 ชุดอยู่ที่ 50,000-70,000 บาท
โดย Pinto ถือเป็นหุ่นยนต์ขนาดค่อนข้างเล็ก สามารถเคลื่อนที่รอบตัวคนไข้บนเตียงได้ ดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคได้ง่าย ไม่สะสมให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่อไปได้อีก สามารถใช้งานอิสระแบบเบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องมือหรือโครงสร้างอื่นใดเพิ่มเติม จึงทำให้แพทย์และพยาบาลสามารถใช้งานได้ทันที
ที่สำคัญ สามารถปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วยได้จากระยะไกลโดยไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปใกล้ชิดผู้ป่วย ช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยลดการใช้งานของชุดป้องกันเชื้อไวรัส ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอยู่ในขณะนี้
แนวคิดประยุกต์มาจากอุปกรณ์ที่ต้องใช้เป็นประจำ คือ รถเข็นส่งอาหารผู้ป่วย นำมาปรับเพิ่มระบบให้สามารถควบคุมการเคลื่อนที่จากระยะไกลได้ พร้อมระบบสื่อสาร telepresence ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สั่งการผ่านจอแท็บเลต