เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนวิน โต้ดราม่าขาสั้น ทำมา 10 ปี เคารพบูชาองค์พ่อจตุคามด้วยใจ
Politics เนวิน โต้ดราม่าขาสั้น ทำมา 10 ปี เคารพบูชาองค์พ่อจตุคามด้วยใจ
‘ชัชชาติ’ เตรียมโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล เดินหน้า’ตั๋วร่วม’ ลดภาระงบฯ กทม.
Economic ‘ชัชชาติ’ เตรียมโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล เดินหน้า’ตั๋วร่วม’ ลดภาระงบฯ กทม.
เครือข่ายลุ่มน้ำกกฯ ยื่นแถลงการณ์เร่งแก้สารพิษข้ามแดน ดันยุติ TOR ไทย-เมียนมา
Economic เครือข่ายลุ่มน้ำกกฯ ยื่นแถลงการณ์เร่งแก้สารพิษข้ามแดน ดันยุติ TOR ไทย-เมียนมา
เอิร์ธ x PIM ลุย รร.กาญจนบุรี ชูแคมเปญเด็กไทยการ์ดไม่ตกต้านไข้เลือดออก
SD เอิร์ธ x PIM ลุย รร.กาญจนบุรี ชูแคมเปญเด็กไทยการ์ดไม่ตกต้านไข้เลือดออก
แรงงาน กับ การเงิน ในยุค AI
Tech แรงงาน กับ การเงิน ในยุค AI
ราคาทองวันนี้ (3 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
ไทยยูเนี่ยนกำไรพุ่ง! GPM ทำนิวไฮ 21.4% อัพเป้ารายได้ปีนี้ แจกปันผล 0.40 บาท
Biz Movement ไทยยูเนี่ยนกำไรพุ่ง! GPM ทำนิวไฮ 21.4% อัพเป้ารายได้ปีนี้ แจกปันผล 0.40 บาท
“ชัชชาติ” กางแผนใช้งบปี‘70 กทม. 9.3 หมื่นล้าน จ่ายค่าเดินรถ BTS 6 พันล้าน ลุยพัฒนา ‘เส้นเลือดฝอย’ 50 เขต
Economic “ชัชชาติ” กางแผนใช้งบปี‘70 กทม. 9.3 หมื่นล้าน จ่ายค่าเดินรถ BTS 6 พันล้าน ลุยพัฒนา ‘เส้นเลือดฝอย’ 50 เขต
กต. ชี้แจง ขั้นตอนนำร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ กลับไทย หลังญาติมอบอำนาจ
World กต. ชี้แจง ขั้นตอนนำร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ กลับไทย หลังญาติมอบอำนาจ
‘พีมูฟ’ บุกทำเนียบ ขอต่อเวลาพิจารณายุบ “ธนาคารที่ดิน” จี้ตั้งทีมศึกษา กม.อุทยานฯ
Politics ‘พีมูฟ’ บุกทำเนียบ ขอต่อเวลาพิจารณายุบ “ธนาคารที่ดิน” จี้ตั้งทีมศึกษา กม.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

เส้นขอบฟ้าการศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ The University of Glocalization

13 ก.ค. 2565 | 13:08น.
การศึกษา

“ผมจะทำให้มหาวิทยาลัยทักษิณเป็นส่วนหนึ่ง และเป็นลมหายใจหนึ่งในสังคม ในความหมายคือมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม เพราะหน้าที่ของผมคือสร้างองค์ความรู้ เพื่อเป็นแสงสว่างให้กับสังคม เราต้องนำเรื่องราวของสังคมที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น มาสู่การรับรู้ของผู้คนที่ไกลออกไป ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากลนั่นคือ The University of Glocalization เพราะนี่คือสิ่งที่ผมวาดหวัง”

คำกล่าวเบื้องต้นเป็นคำพูดของ “รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์” รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่ไม่เพียงจะมีประวัติชีวิตที่น่าสนใจ หากยังมีมุมมองต่อเรื่องการบริหารการศึกษาอย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน

ทั้งนั้นเพราะเขาเกิดและเติบโตจากพื้นที่อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล โดยช่วงชีวิตวัยเด็ก เขาเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งมีห้องสมุดเป็นคลังความรู้ ทั้งยังเคยได้รับรางวัลคนเข้าห้องสมุดสูงสุด และยืมหนังสือมากที่สุดของโรงเรียนอีกด้วย โดยวิชาที่เขาสนใจคือสังคมศึกษา เพราะอยากสนุกกับความรู้รอบโลกมากมาย

รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์

จากนั้น “รศ.ดร.ณฐพงศ์” ย้ายไปศึกษาต่อที่จังหวัดพัทลุง โดย “พ่อ” พาไปฝากกับเจ้าอาวาสวัดโคกคีรี ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อขอพักอาศัยในระหว่างศึกษาที่โรงเรียนพัทลุงจนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

“ตอนเป็นเด็กวัด ผมมีเวลาอ่านหนังสือมากมายในโรงธรรม เพราะนอกจากจะมีหนังสือธรรมะ ยังมีวรรณกรรม เรื่องสั้น นวนิยาย ท่านเจ้าอาวาสเห็นผมชอบอ่านหนังสือ จึงเรียกให้ผมไปอ่านหนังสือพิมพ์ให้ท่านฟังเกือบทุกวัน ผมต้องอ่านและสรุปประเด็นให้ฟัง ท่านจะคอยสอนว่า หนังสือพิมพ์มีพาดหัวหลัก พาดหัวรอง สรุปข่าว ผมได้ความรู้พวกนี้มาโดยไม่รู้ตัว นี่คือการปลูกฝังการอ่าน สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล”

จนกระทั่งปี 2531-2532 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้กำลังจะขยายวิทยาเขตมาที่พัทลุง โดยมีการเกณฑ์เด็กนักเรียนให้ไปยืนถือธง เพื่อจะบอกว่า คนพัทลุงต้องการมหาวิทยาลัย ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปยืนโบกธงอยู่หน้าโรงเรียน ซึ่งใครจะเชื่อล่ะว่าเด็กคนนั้นจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในฐานะนักการศึกษา เพียงแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ

โลกของมหานครกรุงเทพคงเป็นสิ่งที่หอมหวานสำหรับ “คนปักษ์ใต้” ทุกคน เพราะเมืองหลวงนอกจากจะมีมหา’ลัยมากมาย หากยังช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเองด้วย “รศ.ดร.ณฐพงศ์” เองก็คิดเช่นนั้น จนที่สุดเขาก็กลายมาเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

กล่าวกันว่าที่นี่ได้เปิดโลกแห่งการเรียนรู้มากมายให้กับเขา

“ตอนผมเรียนรามฯ ผมมีโอกาสเข้าชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม (ศ.ป.ส.) ก็ลงพื้นที่ไปตามชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ในแหล่งเสื่อมโทรมของกรุงเทพฯ บางครั้งก็ไปเป็นครูสลัม และบางครั้งก็ออกค่ายชนบทตามต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ, อีสาน แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งผมจำแม่นเลย คือการเข้าร่วมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ตอนนั้นผมเข้าร่วมกิจกรรมที่สัมพันธ์กับทางสังคมและการเมืองด้วย เช่น การรณรงค์เรื่องประชาธิปไตย การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2553 หรือการต่อสู้เรื่องโครงการจัดสรรที่ดินทำกินที่ภาคอีสาน”

“บางครั้งผมก็ลงพื้นที่เขื่อนปากมูล กิน-นอนที่เขื่อนปากมูลอยู่แรมเดือน พูดง่าย ๆ ว่าทั้งปีมีกิจกรรมค่ายที่ไหน ผมไปหมด ค่ายเล็ก-ค่ายใหญ่ก็ไป กิจกรรมน้อย-กิจกรรมใหญ่ไปหมด หรือการเป็นกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) จนทำให้ผมรับรู้ปัญหาของชาวบ้าน เรียนรู้การเมืองมิติเชิงโครงสร้าง การเรียนรู้นอกหลักสูตร จนทำให้ผมรู้จักเพื่อนหลายมหา’ลัยมาก”

“แม้จะทำกิจกรรมเยอะ แต่ผมก็เรียนจบสามปีครึ่ง สิ่งนี้ทำให้ผมเชื่อในเรื่องพื้นที่การเรียนรู้ ถ้าเราส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมจะทำให้คนเติบโตได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบตายตัวด้วยซ้ำ ผมมีหนังสือเป็นเพื่อนเสมอ การอ่านวรรณกรรมทำให้เราเข้าใจมนุษย์ และเข้าถึงความเป็นมนุษย์ที่ลึกซึ้ง ผมอ่านหนังสือทุกประเภท ทั้งกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวนิยายไทย วรรณกรรมคลาสสิก จีนกำลังภายใน”

หลังเรียนจบปริญญาตรี “รศ.ดร.ณฐพงศ์” จึงมุ่งหน้าเรียนต่อในระดับปริญญาโททันทีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนสำเร็จการศึกษา และได้ทำงานที่แรกในบทบาทอาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ เรื่อยมา

“ผมมีความรู้สึกว่าการทำงานที่นี่สนุก และมีความสุขทุกครั้งกับการสอนหนังสือ นอกจากนั้นผมยังลงพื้นที่ในชุมชน คลุกคลีกับชาวบ้าน จนนำไปสู่การรู้จักและทำความเข้าใจมนุษย์และสังคมมากขึ้น โดยผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ จนทำให้ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในเวลาต่อมา”

“ผมมีความรู้สึกว่ามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์คือความหลากหลาย ผมพยายามพูดถึงเรื่องความหลากหลายสู่ความเป็นหนึ่ง ถ้าเราเห็นเส้นขอบฟ้าเดียวกัน คุณจะเดินไปสู่เส้นทางนั้นในแบบไหน ภาษาไทยก็เดินในมุมของภาษา พัฒนาชุมชนก็เดินในมิติของการสร้างนักพัฒนาสังคม แต่คุณต้องเห็นเส้นขอบฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะทำให้คนเห็นเส้นขอบฟ้าเดียวกันต้องอาศัยเวลา”

“นอกจากนั้น ผมยังชื่อว่ามหา’ลัยเป็นพื้นที่แห่งการบ่มเพาะ และหล่อหลอมนิสิตนักศึกษา หลายคนได้มิตรภาพ น้ำตา ความเจ็บปวด การลองผิดลองถูก กล้าใช้ชีวิตในทางที่ตัวเองเลือก ผมคิดว่ามหา’ลัยควรเป็นพื้นที่แห่งการได้เรียน และรู้จริง ๆ”

กล่าวกันว่า สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ บ่มเพาะ “รศ.ดร.ณฐพงศ์” ให้กลายมาเป็น “นักการศึกษา” ที่เข้าใจคนหนุ่ม-สาว เพราะเมื่อเขาก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหาร เขาพยายามผลักดันความคิดความฝันของนิสิต-นักศึกษา เพื่อสร้างสังคมที่ดีงาม ทั้งยังสร้างเมล็ดพันธุ์คนรุ่นใหม่ในมหา’ลัย ด้วยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ๆ รวมถึงการหาวิธีการเรียนรู้ที่จะทำให้นิสิต-นักศึกษารู้จักคิด วิเคราะห์ เพื่อเป็นพลเมืองไทย และพลเมืองโลกอย่างมีคุณภาพ

“ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลานาน เพราะทุกวันนี้ช่องทางการเรียนรู้มีมากมาย และผมเชื่อว่าคนหนุ่มสาวยังเป็นความหวังได้เสมอ”

ฉะนั้น จึงไม่แปลก เมื่อวันนี้ “รศ.ดร.ณฐพงศ์” ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในฐานะรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ เขาก็ยังนำความเชื่อตั้งแต่สมัยเรียนประถม มัธยม และมหา’ลัยมาปรับใช้ในบทบาทของผู้นำองค์การการศึกษาที่พร้อมจะขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยทักษิณ จนก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยแห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นร่วมสมัยในที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา มหาวิทยาลัย