คาร์กิลล์ (Cargill) หนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความเชื่อหนึ่งว่า “คน” คือทรัพยากรที่มีค่าและสําคัญมากที่สุดขององค์กร จึงทุ่มเทเรื่องคนจนได้รับการยอมรับเป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่น จากคินเซนทริคแห่งประเทศไทยต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน
“วิชญะ พงศ์ผาสุก” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจคาร์กิลล์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวแทนฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำประเทศไทย กล่าวว่า คาร์กิลล์ดำเนินธุรกิจมากว่า 158 ปี มีสํานักงานใหญ่อยู่ในเมืองมินนิตองกา รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา
ธุรกิจส่วนใหญ่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกษตรเป็นหลัก ลงทุนและดำเนินกิจการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยใน 70 ประเทศนี้มีพนักงานประมาณ 160,000 คน สำหรับประเทศไทยมีพนักงานประมาณ 16,000 คน คิดเป็น 10% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก โดยในไทยมีหน่วยธุรกิจหลัก 3 Legal Entity ดังนี้
1) Legal Entity คือ ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์แบบ Commercial Feed มีโรงงานอยู่ทั้งหมด 6 โรงงาน และ 1 ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสัตว์น้ำ โดยมีพนักงานประมาณ 800 คน
2) Legal Entity ธุรกิจเกี่ยวกับไก่ผลิตภัณฑ์ปรุงสุกสำหรับธุรกิจบริการอาหาร และร้านขายปลีก ซึ่งมีขายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ มีพนักงานไทยประมาณ 15,000 คน ซึ่งเป็นพนักงานปฏิบัติการรายวัน ประมาณ 12,000 คน อีกประมาณ 3,000 คน เป็นพนักงานรายเดือน
3) Legal Entity เป็นอุตสาหกรรมที่เราเพิ่งควบรวมและเข้าซื้อกิจการ ทําธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุดิบตกแต่งเค้ก และช็อกโกแลต มีพนักงานประมาณ 200 คน ในบริษัท จิดาวี จำกัด อยู่ที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
สำหรับมุมมองความท้าทายในเรื่องคน “วิชญะ” บอกว่ามี 3 มิติ คือ
มิติที่ 1 ธุรกิจในประเทศไทยเป็นธุรกิจ Labor Intensive คือ อาศัยแรงงานในการขับเคลื่อน ซึ่งคาร์กิลล์มีพนักงานที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติ เช่น พนักงานปฏิบัติการรายวันในธุรกิจแปรรูปเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์อาหารสําเร็จรูปจากไก่มีอยู่ด้วยกัน 4 สัญชาติ คือ ไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา
มิติที่ 2 ปัจจัยภายนอก เช่น ประเทศไทยก้าวสู่ Aging Society แล้ว ฉะนั้นการบริหารความแตกต่าง ความเสมอภาค และความหลากหลายต้องสร้างความสมดุลของทุกเจเนอเรชั่นในองค์กร
มิติที่ 3 ดิจิทัลและเทคโนโลยี แม้ว่าเราจะเป็นธุรกิจที่ใช้แรงงานแบบเข้มข้น แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเรื่องเทคโนโลยี จึงต้องเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีให้กับพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถึงแม้จะมีความท้าทาย แต่คาร์กิลล์มีกลยุทธ์เรื่องคนที่แข็งแกร่งและการปรับตัวอยู่เสมอ ส่งผลให้ได้รับรางวัลนายจ้างดีเด่นคินเซนทริคแห่งประเทศไทย โดยถูกวัดทั้งด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหาร ทั้งในสองมิติหลัก Strategic Human Resource Management และ Strategic Human Resource Development และเชื่อมโยงไปถึงความพึงพอใจของลูกค้า ความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร และมุ่งไปในเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจโดยรวม
“เรามีจุดแข็งในการการสร้างความพึงพอใจให้แก่พนักงาน เพราะเราให้ความสำคัญกับทิศทางการบริหารคน ซึ่งธุรกิจของคาร์กิลล์มีมาร้อยกว่าปี ถ้าขาดคนเก่งและดี ขาดการพัฒนาคนที่เหมาะสม คาร์กิลล์จะไปได้ไม่ไกล คาร์กิลล์จึงเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ เราให้ความสําคัญเกี่ยวกับ Well-being และ Psychological Safety โดยมีสายด่วน EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program ที่มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคอยให้บริการและให้คําแนะนํา ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงานและเรื่องอื่น ๆ หรือในกรณีพนักงานพบความไม่โปร่งใสหรือสิ่งที่ควรปรับปรุง เราก็มี Ethics Open Line คอยรับข้อมูล”
“วิชญะ” กล่าวด้วยว่า ความสําเร็จด้านการบริหารคนไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ฝ่ายบริหารบุคคล หรือหัวหน้าของพนักงาน หรือผู้บริหาร แต่ต้องเกิดจากการสอดประสานกันแบบไร้รอยต่อ ซึ่ง HR มีบทบาทเป็น Organization Designer ทำหน้าที่แปลงสารจากข้างบนลงมาสู่เรื่องของการปฏิบัติ ให้พนักงานจำนวนหลักหมื่นที่กระจายอยู่ในประเทศไทยสามารถเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ฉะนั้น HR ต้องแปลงสารเพื่อนํามาสู่การปฏิบัติอย่างง่ายต่อการเข้าถึง
“คาร์กิลล์พยายามสร้างหัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้บริหารที่เป็นมากกว่าหัวหน้าของคน แต่ให้ตระหนักถึงการมีบทบาทเป็น People Manager ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้คือ HR ตัวจริง เกี่ยวข้องกับพนักงานตั้งแต่การสรรหา นอกจากนั้น คาร์กิลล์ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้พนักงานรู้สึกว่าเป็นสถานที่ทํางานที่มีความสุข น่าอยู่ และเคารพซึ่งกันและกัน เพราะจะส่งผลโดยตรงกับขวัญและกําลังใจของพนักงาน และพนักงานจะอยู่กับเราได้อย่างยาวนาน แล้วองค์รวมทั้งหมดก็จะส่งผลไปถึงผลิตผลและคุณภาพของงานที่ส่งมอบให้กับลูกค้า”
ในการคัดเลือกคนดูที่ 3 องค์ประกอบหลักดังนี้
หนึ่ง The Fit Job การพิจารณา Hard Skills เช่น หาคนมาเป็น Technical Engineer ต้องดูที่ทักษะคอมพิวเตอร์ ประสบการณ์โดยตรงมีอะไรบ้าง ด้านความรู้มีมากพอหรือไม่
สอง Nontechnical Skill การพิจารณา Soft Skills เช่น หาตำแหน่งหัวหน้าที่จะต้องปกครองคน 100-200 คน ฉะนั้น เขาต้องมีทักษะของภาวะการเป็นผู้นํา ด้านการสื่อสาร การสอนและถ่ายทอดความรู้ เป็นต้น
และ สาม Team Fit การมองภาพรวมทั้งหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง เช่น การรับพนักงานเข้ามา หัวหน้าของเขาเป็นใคร เพื่อนร่วมงานเป็นอย่างไร และลูกน้องเป็นอย่างไรในภาพรวม
สำหรับความหลากหลายเรื่องเจเนอเรชั่นในองค์กร คาร์กิลล์ในไทยแบ่งคนออกได้เป็น 4 กลุ่มเจเนอเรชั่น โดยจำนวนมากที่สุดคือเจเนอเรชั่น Y คิดเป็น 68% กลุ่มเจเนอเรชั่น X มีจำนวนประมาณกว่า 20% กลุ่มเจเนอเรชั่น Z อยู่ที่ 1.5% ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก และกลุ่ม Baby Boomer มีอยู่ประมาณ 1%
“เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กรุ่นใหม่อย่างเจเนอเรชั่น Z กำลังจะกลายมาเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของทุกองค์กร ดังนั้นการเข้าใจคนกลุ่มนี้ และเข้าถึงในแก่นของความเป็นตัวตนของคนกลุ่มนี้จะนําไปสู่การพัฒนา โดยลักษณะของคนเจน Z อายุประมาณ 26-27 ซึ่งอยู่ในช่วงต้นของการเข้าสู่ตลาดแรงงาน
คนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุค Digitalization ชอบอะไรที่รวดเร็ว มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี ต้องการมีอิสระทางความคิดชอบแสดงความคิดเห็น อยากให้บริษัท ผู้บริหาร และหัวหน้ารับฟังความคิดเห็น และกลุ่มนี้จะเป็นคนที่ค่อนข้างกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่จะแตกต่าง พนักงานกลุ่มนี้ไม่ชอบอะไรที่จุกจิก ต้องการความชัดเจน เราจึงสนับสนุนคนกลุ่มนี้ภายใต้การสอน ใส่ใจ และซัพพอร์ตด้านทรัพยากร”
ที่คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) ได้ลงทุนในเรื่อง NGTA (Next Generation Talent Acquisition) แพลตฟอร์มกรอกข้อมูลสมัครงานที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ เน้นหา Talent โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปที่ระบบการประเมิน เมื่อประเมินเสร็จ จะมีการทําทดสอบออนไลน์ เช่น ด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีการส่งต่อไปหา Hiring Manager สิ่งนี้ตอบโจทย์กลุ่มเจน Z ที่ไม่ชอบขั้นตอนยุ่งยาก เมื่อรับพวกเขาเข้ามาแล้วก็มาพัฒนา และมีในเรื่องของการทําให้บรรยากาศในการเรียนรู้ระบบต่าง ๆ ภายในองค์กรได้ง่าย
“วิชญะ” กล่าวถึงรูปแบบการพัฒนาคนในองค์กรว่า เน้นเรื่อง People Skill และ Leadership Skill โดยในประเทศไทยได้พัฒนาหลักสูตร Leadership Development Program เช่น พนักงานระดับซีเนียร์จะพัฒนาตามโครงสร้าง LEAP (L คือ Learn, E คือ Engage, A คือ Apply, P คือ Perform) และเป็นการเทรนนิ่งแบบ Face to Face
สำหรับหัวหน้างานระดับต้น และคนเจเนอเรชั่น Z จะมีหลักสูตรที่ชื่อว่า Super Leader ที่แนะนำว่าต้องทําอะไร ทั้งบทบาท และความรับผิดชอบ สอนทักษะการโค้ช และสกิลการสื่อสารต่าง ๆ
“การที่จะเป็นผู้นำที่ดีควรมีองค์ประกอบ 2 สิ่ง ดังนี้ สิ่งแรกคาร์กิลล์อยากได้คนที่แข็งแกร่งในเรื่องของ Core Value เป็นคนที่ทําอะไรตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ ให้ความสําคัญกับคน และก็มี Growth Mindset อีกสิ่งหนึ่งคือ ต้องมี Heart of Relationship เคารพในเรื่องของความแตกต่างหลากหลาย และโฟกัสเรื่องคน”
นับว่ากลยุทธ์ของคาร์กิลล์ ตอกย้ำความเป็นเลิศการบริหารคนได้อย่างดี