เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

เตือนซัพพลายเชนเร่งสปีดรับ Net Zero 

03 ก.ค. 2569 | 15:46น.

เกมการค้าโลกเริ่มบีบลดคาร์บอนเป็นศูนย์ รับ CBAM มีผล  ส.อ.ท.ชี้บริษัทใหญ่ “โตโยต้า-เดลต้า-ไทยเม็ททอล” ประกาศ Corporate Policy-Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี เข้มลดจริง ไม่รับคาร์บอนเครดิต เตือนคู่ค้า-เอสเอ็มอีทั้งห่วงโซ่อุปทานปรับตัวด่วน ไม่งั้นถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เร่งรัฐออก พ.ร.บ. Climate Change ดันไฟฟ้าสีเขียว 

นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แรงกดดันจากกติกาการค้าโลกด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมาตรการ (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM ) ของสหภาพยุโรปที่เริ่มบังคับใช้แล้ว กำลังสร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งเป้า Corporate Policy และ Net Zero ให้เร็วขึ้น ขณะที่สหราชอาณาจักรกำลังเดินหน้าตามแนวทาง CBAM เช่นกัน รวมถึงออสเตรเลียที่อยู่ระหว่างศึกษา

แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยังไม่มีความชัดเจน แต่ในอนาคตอาจเป็นหนึ่งในมาตรการที่เกิดขึ้น และด้วยหลักการของ CBAM คือการกำหนดต้นทุนคาร์บอนให้กับสินค้านำเข้า โดยพิจารณาจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในกระบวนการผลิตสินค้า ยิ่งสินค้ามีคาร์บอนสูงผู้ส่งออกก็จะต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก นอกจากนี้ CBAM ของยุโรปยังไม่ยอมรับการนำคาร์บอนเครดิตหรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (I-REC) มาใช้ชดเชยการปล่อยคาร์บอน เนื่องจากคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกในตลาดภาคสมัครใจ (Voluntary Market) ขณะที่ CBAM อยู่ภายใต้กลไกภาคบังคับ (Compliance Market)

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคอุตสาหกรรมไทย สินค้าที่ได้รับผลกระทบจาก CBAM มากที่สุดของไทยคือ กลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม โดยเหล็กมีมูลค่าส่งออกไปยุโรปมากกว่าหมื่นล้านบาท ส่วนอะลูมิเนียมมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

ขณะที่สินค้าประเภทปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า หรือไฮโดรเจน  ไทยส่งออกไปยุโรปในปริมาณไม่มาก จึงได้รับผลกระทบจำกัด ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ. Climate Change) รวมถึงเครื่องมืออย่างภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) เพื่อให้สามารถอธิบายคู่ค้าได้ว่าผู้ประกอบการไทยได้มีการรับภาระต้นทุนคาร์บอนภายในประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตามแม้ CBAM จะเป็นประเด็นสำคัญ แต่สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ใน Tier 2, 3 และ 4 ต้องจับตาไม่แพ้กันคือ Corporate Policy หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทข้ามชาติ โดยบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ อย่างโตโยต้า, เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์, ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม เริ่มปรับแผนเร็วขึ้น

จากเดิมตั้งเป้าบรรลุ Carbon Neutrality ในปี 2050 (2593) มาเป็นปี 2035 (2578) หรือเร็วขึ้นถึง 15 ปี พร้อมตั้งเป้าใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% หรือ RE100 ในกระบวนการผลิต การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลต่อไปยังซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ (First Tier Supplier) ที่ต้องปรับเป้าหมายให้สอดคล้องกับลูกค้าหลักของตนเอง 

ที่สำคัญ Toyota ประกาศแนวทาง No Offset ภายในปี 2035 ซึ่งหมายความว่าจะไม่อนุญาตให้ใช้คาร์บอนเครดิตหรือ I-REC มาเป็นเครื่องมือชดเชยการปล่อยคาร์บอนอีกต่อไป แต่ต้องลดการปล่อยจริงจากกระบวนการผลิต สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Micro SMEs ในระดับ Tier 4 และ Tier 5 ที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของลูกค้าระดับโลก

ความท้าทายสำคัญคือ โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก โดยกว่า 50-60% มาจากก๊าซธรรมชาติ ขณะที่พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเพียง 15% เป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 80-100% ในอนาคตไม่สามารถทำได้ด้วยการลงทุนของภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว ภาคอุตสาหกรรมจึงคาดหวังให้ภาครัฐเร่งพัฒนาระบบจัดหาไฟฟ้าสีเขียวผ่านโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ (Utility Green Tariff : UGT) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เป้าหมาย Carbon Neutrality ของ Toyota ไม่ได้เกินความคาดหมายแต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก

ที่ผ่านมาคู่ค้าได้สื่อสารให้กับซัพพลายเออร์รับทราบมาโดยตลอด แต่ทว่าการจะปรับตัว ทั้งการลดคาร์บอน มันไม่ใช่แค่กิจกรรมอย่างการปลูกป่าเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการที่ต้องลงทุนติดโซลาร์บนหลังคา ลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS)  ที่น่าห่วงคือ กลุ่ม Tier 2 และ 3 เป็นต้นไป ที่ต้องพยายามและจริงจังในการลดคาร์บอนได้มากกว่านี้ให้ได้ 

“เมื่อคู่ค้ามีนโยบายแบบนั้น ก็ถือว่าโหดอยู่ อย่าง Tier 1 ของ Toyota ก็คือ Denso เขาต้องทำเพราะแม่สั่ง แต่โดยรวมแล้วที่ผ่านมาส่วนใหญ่เขาก็จะเข้ามาช่วยเพื่อให้ทุกฝ่ายเดินไปพร้อม ๆ กัน เขาก็ไม่ต้องการให้เราตกขบวนหรือตามเขาไม่ทัน เพราะเขาก็ไม่สามารถไปพึ่งพิงซัพพลายเออร์จากชาติอื่นได้นอกจากไทยแล้ว ด้วยการเป็นคู่ค้ากันมานาน เขายังไม่ไว้ใจเรื่องมาตรฐานและความพร้อมของซัพพลายเออร์สัญชาติอื่น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NET ZERO ซัพพลายเชน