Skip to content

ธปท.รักษ์โลก

02 ก.ค. 2562 | 12:47น.
ธปท.รักษ์โลก

คอลัมน์ Csr Talk โดย รณดล นุ่มนนท์
ธปท.รักษ์โลกผมสังเกตเห็นว่าในทุก ๆ วันพุธ เพื่อนพนักงานที่มาจับจ่ายซื้อของในห้องอาหารสโมสรจะนำถุงผ้ามาใส่ของเอง ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าแบงก์ชาติเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดโลกร้อนด้วยการลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติก และทำให้ผมนึกถึงอีกหลาย ๆ โครงการที่แบงก์ชาติปลุกกระแสการตื่นรู้เพื่อรักษ์โลกของเรา

โดยมีฝ่ายธุรการ และบริหารอาคาร (ฝธอ.) เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดโครงการต่าง ๆ เช่น การคัดแยกการทิ้งขยะใส่ในถังสีต่าง ๆ ด้วยการแยกเป็นขยะทั่วไป, ขยะรีไซเคิล, ขยะอันตราย, กระป๋องสารพัดประเภท ไปจนถึงขยะที่เกิดจากเศษอาหาร ผลไม้ต่าง ๆ รวมถึงการรณรงค์ให้เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ และการปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน เป็นต้น

ผมจะขอกล่าวถึง 2 โครงการที่เห็นผลเป็นที่ประจักษ์ ได้แก่

1.โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ (Zero Waste) โดย “คุณนิพัฒน์ รังคพุทธมานะ” เจ้าหน้าที่งานบริหารอาวุโส ฝธอ. ได้เล่าให้ฟังว่า โครงการนี้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2559 จากการร่วมกันคิดว่าจะบริหารจัดการกับเศษใบไม้ กิ่งไม้ และหญ้า ที่ปีหนึ่ง ๆ มีมากกว่า 80 ตัน รวมทั้งเศษอาหารอีกปีละกว่า 5 ตันได้อย่างไร แต่เมื่อได้ไปเข้าอบรมหลักสูตรผลิตปุ๋ยอินทรีย์กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงค้นพบว่าแบงก์ชาติน่าจะแปรรูปขยะมาเป็นปุ๋ยได้เช่นเดียวกันด้วยแนวคิดข้างต้น โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

พร้อมกับการสร้างโรงเรือนปุ๋ยอินทรีย์ (Bio-fertilizer house) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทีมงานบริการด้านสวนได้ร่วมกับทีมที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นำสารเร่งซุปเปอร์จากกรมพัฒนาที่ดินมาผสมในการผลิต ทำให้เร่งกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุ เช่น ใบไม้, กิ่งไม้, หญ้า และเศษอาหารได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 60 วัน

จนสามารถแปรรูปขยะทั้งหมดของแบงก์ชาติให้เป็น zero waste เป็นผลสำเร็จ กระทั่งเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ปุ๋ยอินทรีย์, น้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยน้ำ หรือน้ำ EM จนสามารถนำมาแจกให้กับพนักงานทุกวันศุกร์ต้นเดือน เพื่อนาไปใช้รดต้นไม้ หรือชำระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ รวมทั้งบำบัดน้ำเสีย กำจัดกลิ่น และกำจัดลูกน้ำ

“คุณนิพัฒน์” เล่าเสริมว่า โครงการแปรรูปขยะจากเศษอาหารสด ถือว่าเป็นโครงการที่ท้าทายมาก ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคน ที่ช่วยกันแยกขยะแต่ละประเภทลงในถังที่จัดไว้ เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ พนักงาน out-source ที่ช่วยนำส่งขยะไปที่โรงเรือนผลิตปุ๋ยอินทรีย์

รวมถึงทีมงานที่ทำสวนได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อทำปุ๋ย และทำน้ำหมักจนประสบความสำเร็จจนทำให้ปัจจุบันแบงก์ชาติสามารถยกเลิกการขอบริการรถขนส่งขยะจาก กทม.ที่ต้องมารับขยะกว่า 100 เที่ยวต่อปี พร้อมเปลี่ยนเป็นปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ภายในพื้นที่ได้เอง หากพวกเราสนใจสามารถศึกษาดูงาน หรือสอบถามขั้นตอนการผลิตได้จากทีมงานที่โรงเรือนปุ๋ยอินทรีย์ ที่ตั้งอยู่บริเวณเรือนเพาะชำใกล้ ๆ สนามเปตอง ริมเขื่อน

2.โครงการ BOT Carbon Footprint & Carbon Neutral ซึ่งโครงการนี้ “คุณชูชีพ การสมดี” รองผู้อานวยการ ฝธอ.ได้เล่าว่า โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2560 โดยแบงก์ชาติได้ขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพรินต์ด้วยการเข้าร่วม “โครงการขยายผลกิจกรรมชดเชยคาร์บอน เพื่อสนับสนุนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศ” ของคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากองค์การบริหารจัดการก๊าชเรือนกระจก (อบก.)

ถือเป็นธนาคารกลางแห่งแรกของโลก ที่สถานที่ทำงานเป็น carbon neutral ซึ่งที่ผ่านมาแบงก์ชาติได้ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานที่พวกเราสัมผัสได้ เช่น เปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่างเป็นหลอด LED, ติดตั้ง solar cell แทนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่บริเวณอาคาร 1 อาคาร 2 ลานจอดรถทีมยานพาหนะ และศูนย์การเรียนรู้เพียงแค่ 2 โครงการที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้น นอกจากจะทำให้แบงก์ชาติประหยัดงบประมาณแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัย และความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานที่จะช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยกันลดโลกร้อนด้วยตัวเองอีกด้วย

หมายเหตุ – ขอขอบคุณ “คุณพิชญา การสมดี” ที่มีส่วนร่วมในการเขียนบทความฉบับนี้ และขอขอบคุณ “คุณนิพัฒน์ รังคพุทธมานะ” เจ้าหน้าที่งานบริหารอาวุโส ฝธอ. “คุณประวิทย์ สระทองแก่น” และ “คุณวิจิตร ชิดนอก” ผู้ควบคุมงาน และพนักงานสวนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ช่วยให้ข้อมูลสนับสนุน