เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ดูทั้งหมด

ห้องเรียนแห่งอนาคต ‘ซัมซุง’ ส่งต่อความสำเร็จสู่สังคมไทย

17 ก.ค. 2562 | 14:10น.

เพราะเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้มนุษย์พัฒนา และก้าวต่อไปได้คือการค้นพบ ซัมซุงจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ จนกลายเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก ไม่เพียงเท่านั้น ยังนำแนวคิดมาเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยการผสานเข้ากับแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ส่งผลต่อการค้นพบ

บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงสานต่อแนวคิดดังกล่าว โดยจัดทำโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” มาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้มีทักษะการเรียนรู้ และสร้างนวัตกรรม, ทักษะด้านการสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และทักษะชีวิต และอาชีพ ผ่านการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ ในชื่อ “ห้องเรียนแห่งอนาคต”


ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ของซัมซุงที่มีอยู่ เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ในรูปแบบของ “active learning” เพื่อทำให้เขาเหล่านั้นค้นพบศักยภาพ และความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง โดยมีครูเป็นโค้ช และจากการดำเนินโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ซัมซุงขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ของเด็กไทยให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 ทั้งยังพัฒนาโรงเรียนต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคตไปแล้ว 50 โรงเรียนทั่วประเทศ

โดยล่าสุดมีการจัดงาน “6 ปี สร้างพลังเรียนรู้สู่อนาคต” เพื่อฉลองความสำเร็จ 6 ปี ของการดำเนินโครงการ พร้อมกับส่งมอบผลงานต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ได้จากการดำเนินโครงการ ให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการพัฒนาต่อยอด และขยายผลสู่โรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป

“วรรณา สวัสดิกูล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของคน และการพัฒนาสู่ชีวิตที่ดีร่วมกัน อย่างโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านแนวคิดห้องเรียนแห่งอนาคต

“ทั้งนั้น ภายในระยะเวลา 6 ปี แนวคิดห้องเรียนแห่งอนาคตถูกนำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนที่มีบริบทแตกต่างหลากหลาย ตั้งแต่โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ โรงเรียนประจำอำเภอ โรงเรียนประถมขยายโอกาส โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้แต่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อย่างได้ผล”

“ปัจจุบันมีห้องเรียนแห่งอนาคตต้นแบบ ที่ทางโครงการได้ร่วมพัฒนากับโรงเรียนภาคี มีอยู่ 50 แห่ง กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ โดยมีครูที่ผ่านการอบรมจากโครงการกว่า 4,000 คน และมีเด็กที่ผ่านประสบการณ์ห้องเรียนแห่งอนาคตกว่าแสนคน”

“วาริท จรัณยานนท์” ผู้จัดการโครงการ Samsung Smart Learning Center ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต กล่าวว่า การดำเนินโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ได้นำกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เอื้อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านการทำโครงงาน ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นข้อมูล

“ผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งเรื่องการเปิดพื้นที่, การเชื่อมโยงชุมชน โดยให้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้, การเรียนเป็นแบบสหวิชา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งยังปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และตั้งอยู่หลังจากที่เราดำเนินโครงการมาแล้ว 6 ปี”

ไม่เพียงเท่านี้ ครูที่เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้กับโครงการหลายร้อย หลายพันคน ยังพร้อมจะปรับเปลี่ยนแนวทางการสอน โดยจะเป็นผู้อำนวยกระบวนการเรียนรู้ เพื่อทำให้เด็กได้ฝึกตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบ เรียนรู้วิธีสืบค้นข้อมูล ฝึกการคิดวิเคราะห์ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนกระทั่งพัฒนาไปสู่การสอนแบบทีม (team teaching)

“สิ่งเหล่านี้ถ้าย้อนกลับไป ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่เป็นห้องเรียนแห่งอนาคต หรือการที่ครูมีประสบการณ์แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะเห็นได้ว่าโจทย์ที่เป็นความตั้งใจของเราที่ต้องการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีของซัมซุง มาช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก และเยาวชนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 คงไม่ใช่บทบาทหลัก เป็นแต่เพียงตัวหนุนเสริมเท่านั้น”


“เพราะนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีของซัมซุงเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความสนใจที่จะเข้าร่วม ขณะเดียวกันยังช่วยให้เด็กสามารถจัดเก็บประสบการณ์ จากคำถามที่ตัวเองต้องการที่จะรู้ แล้วไปหาคำตอบมาเพื่อที่จะตอบตัวเอง ฉะนั้น บทบาทของเราจึงเป็นตัวกลางในช่วยเหลือ ส่งเสริม เพื่อทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นจริง ทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้ในแต่ละบริบทได้ ซึ่งผมเชื่อว่าเราทำจนตกผลึก และสามารถส่งมอบกระบวนการเหล่านี้ให้ขยายไปทุกพื้นที่ของประเทศ จนเกิดเป็นความยั่งยืน”

สำหรับตัวชี้วัดความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลา 6 ปี “วาริท” บอกว่า มี 2 ส่วนหลัก ๆ คือ การเปลี่ยนแปลงของเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเห็นได้จากการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ผ่านการทำโครงงานร่วมกัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นข้อมูล การฝึกตั้งคำถาม หาคำตอบ คิดวิเคราะห์และเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก่อนจะสร้างสรรค์ผลงาน การเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล (digital storytelling) เพื่อสื่อสารและแบ่งปันการค้นพบ

“นอกจากการเปลี่ยนแปลงของเด็กแล้ว ครูที่เข้าร่วมโครงการยังยอมเปลี่ยนจากผู้สอน มาเป็นผู้อำนวยกระบวนการเรียนรู้ ผลที่ออกมาจึงทำให้เห็นว่าเด็กมีพัฒนาการดีขึ้นทุกด้าน ส่งผลให้ครูมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบใหม่นี้ไปในวิธีของตนเอง จนเกิดเป็นต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต ที่มีความหลากหลายไม่ซ้ำกัน และยังเปิดพื้นที่ให้กับโรงเรียนอื่น ๆ มาเรียนรู้แล้วนำไปปรับใช้ได้”

“การส่งมอบกระบวนการจัดการ และข้อเรียนรู้ที่ได้จากการพัฒนาต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต ให้กับ สพฐ. ซึ่งเป็นผู้มีส่วนกำหนดนโยบายด้านการศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการศึกษาครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับวงการการศึกษาไทย” 

“เพราะองค์ความรู้ และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ได้กระจายไปอยู่ในโรงเรียน ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ และผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดต่อให้กับเพื่อนครูคนอื่น ๆ จนเกิดเครือข่ายครูแห่งอนาคตต่อไป”