เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ท้า iLaw เปิดข้อมูลฮั้ว สว.เพิ่ม ‘ภราดร’ ยันฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ภูมิใจไทยเสียหาย
Politics อนุทิน ท้า iLaw เปิดข้อมูลฮั้ว สว.เพิ่ม ‘ภราดร’ ยันฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ภูมิใจไทยเสียหาย
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
TISA มากกว่าสิทธิภาษี…สู่การสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทย
Finance TISA มากกว่าสิทธิภาษี…สู่การสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทย
สุริยะ ชง ครม. ย้ายใหญ่ 9 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรฯ อธิบดี-รองปลัด
Politics สุริยะ ชง ครม. ย้ายใหญ่ 9 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรฯ อธิบดี-รองปลัด
SET เปิดตลาดร่วงกว่า 11 จุด สวนภูมิภาค หุ้น DELTA ถูกเทขาย นักลงทุนผิดหวังงบฯ Q2
Finance SET เปิดตลาดร่วงกว่า 11 จุด สวนภูมิภาค หุ้น DELTA ถูกเทขาย นักลงทุนผิดหวังงบฯ Q2
ชมรมแพทย์ชนบท เตือน ปชน. อย่าเปิดช่องแก้กฎหมายบัตรทอง
Politics ชมรมแพทย์ชนบท เตือน ปชน. อย่าเปิดช่องแก้กฎหมายบัตรทอง
จีนรุกเชื่อม “Data Center” เข้าพลังงานสะอาด รับมือวิกฤต AI โลก
Tech จีนรุกเชื่อม “Data Center” เข้าพลังงานสะอาด รับมือวิกฤต AI โลก
STECON จ่อเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี 3 – 5 ส.ค.นี้
Finance STECON จ่อเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี 3 – 5 ส.ค.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังรายงานล่าสุดชี้ว่ามีเรือบางลำเดินทางผ่านทะเลแดงออกมาได้
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังรายงานล่าสุดชี้ว่ามีเรือบางลำเดินทางผ่านทะเลแดงออกมาได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

“CFO” โลกมองวิกฤตไวรัส เร่งบริหารต้นทุน-ปกป้องพนักงาน

17 เม.ย. 2563 | 20:53น.

เนื่องจาก PwC จัดทำผลสำรวจ COVID-19 CFO Pulse Survey ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยทำการสำรวจความคิดเห็น และมุมมองของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือซีเอฟโอ (Chief Financial Officer : CFO) รวมทั้งผู้บริหารทางการเงินอื่น ๆ เกี่ยวกับความกังวลจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ทั้งนี้ PwC รวบรวมความคิดเห็นของผู้นำทางการเงินในสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก จำนวน 55 ราย ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2563 ผ่านมาพบว่า ซีเอฟโอมีความกังวลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเด็นนี้ โดย 87% ของซีเอฟโอมีความกังวลมากว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของพวกเขา ขณะที่ 80% คาดว่า ไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้รายได้ หรือกำไรปีนี้ลดลง ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นถึง 33 และ 22 จุด ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับผลจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อสัปดาห์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ องค์กรต่าง ๆ กำลังเร่งปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้ โดย 85% ของซีเอฟโอระบุว่า มีการดำเนินการทางการเงินอันเป็นผลมาจากวิกฤตโควิด-19 โดยเน้นใช้มาตรการควบคุมต้นทุน (67%) และชะลอหรือยกเลิกแผนการลงทุน (58%) ออกไปก่อน นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์ด้านอื่น ๆ เช่น ทบทวนค่าใช้จ่ายด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนเพื่อสินทรัพย์ทั่วไป รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และบุคลากร

นอกจากนี้ ซีเอฟโอมากกว่าครึ่ง (56%) ยังคาดว่าจะเห็นมาตรการเยียวยา และผลประโยชน์ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพนักงานมากขึ้น เพราะในขณะที่สภาคองเกรสสหรัฐได้ดำเนินการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกัน ชดเชยกับการว่างงานที่เพิ่มขึ้น และช่วยประคับประคองไม่ให้ธุรกิจล่ม บริษัทต่าง ๆ ก็มีปรับเปลี่ยนผลประโยชน์ของพนักงานและประเมินทางเลือกอื่น ๆ อย่างแข็งขัน เช่น ระงับการจ้างงานเพิ่ม ลดสัปดาห์การทำงาน พิจารณาลดเงินค่าจ้าง และอื่น ๆ

ทิม ไรอัน

“ทิม ไรอัน” ประธาน และหุ้นส่วนอาวุโส PwC สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ผู้นำธุรกิจเข้าใจว่าเป้าหมายขององค์กรก่อนเกิดวิกฤตไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเวลานี้ความสำคัญอันดับที่ 1 ของพวกเขาคือ การนำพาองค์กรและพนักงานให้ผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังขยายวงกว้างไปให้ได้

และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ มีเพียง 16% ของซีเอฟโอที่ทำการสำรวจเท่านั้น ที่พิจารณาแผนการเลิกจ้างในเดือนเมษายน ในทางตรงกันข้าม พวกเขามุ่งเน้นไปที่การปกป้องสินทรัพย์สำคัญที่สุด ซึ่งนั่นคือพนักงาน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา เพราะจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับคืนมาโดยเร็ว

“แม้ว่า 84% ของผู้บริหารทางการเงินจะมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่ (76%) ยังเชื่อมั่นว่า ธุรกิจของตนจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 3 เดือน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลงภายในวันนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลง 14 จุด จากผลสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา”

นอกจากนั้น “เอมิที มิลไฮเซอร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า ของ PwC กล่าวเสริมว่า บริษัทจำนวนมากกำลังต่อสู้กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการดำเนินธุรกิจท่ามกลางภาวะวิกฤตนี้ และถึงแม้ว่าความเชื่อมั่นของซีเอฟโอต่อความสามารถในการพลิกฟื้นธุรกิจให้ได้ภายในไม่กี่เดือนจะลดลงเรื่อย ๆ ก็ตาม

“เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ ยังคงเป็นความกังวลอันดับต้นในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และเราคาดว่าจะได้เห็นการออกมาตรการทางการเงินที่สำคัญ ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาความสามารถยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจในสัปดาห์ข้างหน้า สำหรับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อกลยุทธ์การควบรวม และซื้อกิจการนั้น ยังคงมีความไม่ชัดเจนในขณะนี้ โดยผู้บริหารทางการเงินส่วนใหญ่ยังคงประเมินสถานการณ์ หรือยังไม่เปลี่ยนแปลงแผนการดังกล่าว อย่างไรก็ดี 13% ของซีเอฟโอระบุว่า ยังคงมองหาโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการมากขึ้น”

ขณะที่ “นีล ดาร์” หัวหน้าสายงานบริการทางการเงิน ของ PwC สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า หลังจากผ่านสภาวะช็อกในช่วงแรกมาได้ ผู้บริหารมองถึงอนาคตและเห็นว่า ยังมีบางธุรกิจหรือสินทรัพย์บางประเภทที่มีพื้นฐานที่ดี และมีราคาน่าสนใจมากในตอนนี้ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า เนื่องจากการขอสินเชื่อยังคงดำเนินต่อไปบนพื้นฐานราคา และส่วนต่างของราคาซื้อและขายที่เหมาะสม ก่อนที่เราจะเห็นเครื่องยนต์ของการควบรวมและซื้อกิจการเร่งตัวขึ้นอย่างเต็มที่ แต่ด้วยสภาวะตลาดในปัจจุบัน เราคาดว่าจะเห็นการลดราคาแบบกระหน่ำเป็นจำนวนไม่มากนักในอนาคตอันใกล้

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลสำรวจซีเอฟโอ และผู้บริหารทางการเงินจำนวน 55 คน พบว่า 80% ของผู้ถูกสำรวจมาจากบริษัทชั้นนำในทำเนียบฟอร์จูน 1000 และอีกส่วนหนึ่งมาจากองค์กรด้านสุขภาพที่ไม่แสวงหากำไร หรือจากบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ผู้ถูกสำรวจ 45 คน มาจากสหรัฐอเมริกา ขณะที่อีก 10 คนที่เหลือมาจากเม็กซิโก

“นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย” หัวหน้าสายงาน Clients and Markets หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นของซีเอฟโอ ครั้งที่ 2 PwC ยังจัดทำผลสำรวจฉบับอาณาเขตต่าง ๆ (multiterritory findings) นอกเหนือไปจากสหรัฐ และเม็กซิโก ซึ่งได้ทำการสอบถามมุมมองความคิดเห็นของซีเอฟโออีก 153 ราย ใน 8 อาณาเขตและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ประกอบด้วย บาห์เรน, เนเธอร์แลนด์, ฟิลิปปินส์, โปรตุเกส, กาตาร์, สวิตเซอร์แลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไทย พบว่า 82% ของซีเอฟโอในประเทศเหล่านี้มีความกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขาอย่างมีนัยสำคัญ (เปรียบเทียบกับ 87% ของซีเอฟโอในสหรัฐ และเม็กซิโก)

ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% คาดว่ามีแผนเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าสหรัฐ และเม็กซิโกถึงเท่าตัว

ดังนั้น ในส่วนของความกังวลสูงสุด 3 อันดับแรกจากผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ซีเอฟโอในประเทศเหล่านี้จึงมองว่าภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยเป็นความกังวลอันดับแรก (67%) ตามมาด้วยอันดับที่ 2 ผลกระทบทางการเงิน ซึ่งรวมถึงผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในอนาคต สภาพคล่อง และแหล่งเงินทุน (61%) และอันดับที่ 3 ผลกระทบต่อกำลังแรงงานและการลดลงของประสิทธิภาพการผลิต (44%)

แต่อย่างไรก็ดี ซีเอฟโอในประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ (75%) มั่นใจว่า ธุรกิจของตนจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 3 เดือน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลงภายในเร็ว ๆ นี้

“ธุรกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ไม่แตกต่างจากธุรกิจทั่วโลก ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องยากลำบากในการประคับประคองธุรกิจในสถานการณ์ที่ซัพพลายเชนตึงตัว ท่ามกลางกำลังซื้อที่ค่อย ๆ หดหาย ตามการว่างงานที่เพิ่มขึ้น แต่ทุกองค์กรก็ทำงานอย่างดีที่สุดในการปรับกลยุทธ์ในทุก ๆ มิติ เพื่อรับมือสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยากในเวลานี้”

“สำหรับธุรกิจไทยที่ยังคงตั้งหลักไม่ถูก สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงในภาวะวิกฤต สำรวจและประเมินสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ และวางแผนบริหารจัดการต้นทุนทั้งในระยะสั้นถึงระยะกลาง และที่สำคัญ คือ ต้องดูแลพนักงานของตัวเองเพื่อให้พวกเขามั่นใจว่า พวกเขาจะได้รับการปกป้อง และจะผ่านพ้นจากภาวะวิกฤตไปพร้อม ๆ กับองค์กร”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

PwC